ตอนที่ 678
บทที่ 678 มีเสน่ห์มาก
October 28, 2026
มาร์ชหาที่อยู่ของเขาได้แล้ว และเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ ของเขาตอนนี้แล้วอีกด้วย จึงคิดวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดได้วิธีหนึ่ง หลังจากได้เจอกับซันแล้วให้เขากลับไปต่างประเทศทันที ถ้าเขาไม่รับปากก็จะปิดบัญชีที่เคนท์โอนให้เขาก่อนหน้านี้ทันที และจะไม่มีการให้ค่าครองชีพใดๆ แก่เขาอีกเด็ดขาด
ถ้าเขาเชื่อฟังยอมกลับไปต่างประเทศแต่โดยดี มาร์ชรับปากนอกเหนือจากค่าครองชีพก่อนหน้านี้แล้ว จะให้เงินเขาเพิ่มอีกก้อนหนึ่ง เพียงพอแก่เขาและภรรยากับลูกได้ใช้ชีวิตอย่างสบายที่ต่างประเทศหลายปีเลย
หรือจะอยู่เมืองCเป็นขอทานที่ก่อความวุ่นวายต่อ หรือจะกลับต่างประเทศใช้ชีวิตสุขสบายโดยไม่ขาดอะไร ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ว่าควรเลือกแบบไหน
เขาเลือกแบบหลังโดยไม่ลังเล เพราะเขาเองก็ไม่ได้โง่และหลังจากที่เขาคุยเงื่อนไขกับมาร์ชเสร็จ ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า: “คนพวกนั้นนึกว่าจะหลอกใช้ฉันได้อีก เห็นฉันเป็นเครื่องมือ ตอนนี้ฉันไม่เหมือนตอนสมัยยังหนุ่มๆ อีกแล้ว ครั้งนี้ที่ฉันรับปากพวกเขากลับมา ก็เพื่อต้องการเรียกร้องเงินให้ตัวเองสักก้อน สำหรับคนที่มีแผนการเรื่องทายาทสืบทอดอะไรพวกนี้ ก็แค่ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับฉัน ซึ่งมันเป็นเรื่องตลกสิ้นดี”
มาร์ชหันหน้า เพื่อเผชิญหน้าโดยตรงกับเขาแล้วพูดขึ้นว่า: “คุณฉลาดมาก อย่างน้อยมองดูผิวเผินคุณก็เป็นคนฉลาดคนหนึ่ง ทำไมถึงไม่ตั้งใจทำมาหากิน กลับคิดแต่วิธีหาผลประโยชน์แบบนี้?”
“ตระกูลกรภัควัฒน์ติดหนี้ฉัน และยิ่งติดหนี้แม่ฉันมากกว่าอีก!”
ความคิดแบบนี้ของเขาสำหรับมาร์ชแล้ว เหมือนไม่มีอะไรจะพูดจึงพูดออกมาอย่างไม่มีทางเลือกว่า: “หมดคำจะพูดแล้วจริงๆ ตอนนั้นพวกเขาต่างเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว และเป็นเรื่องที่ยินยอมกันทั้งสองฝ่าย……”
“สิ่งที่ฉันพูดไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้ หมายถึงสิ่งที่ตระกูลกรภัควัฒน์พูดไว้ว่าจะรับผิดชอบชีวิตแม่ของฉันหลังจากนั้น แต่กลับไม่เคยให้เงินเธอเลยแม้แต่บาทเดียว แถมยังให้คนไปตีเธอจนบาดเจ็บ ทำให้เธอลำบากยากจนจนตรอมใจตายในที่สุด”
เมื่อมาร์ชได้ยินแบบนี้รู้สึกว่านี่ไม่เหมือนเรื่องที่เคนท์จะทำออกมาได้ คนแบบเคนท์จะขี้เหนียวเรื่องเงินกับผู้หญิงได้อย่างไร?
เหตุผลหลักที่เขาสามารถดึงดูดผู้หญิงได้ สาเหตุหลักเป็นเพราะเขามีฐานะเป็นลูกชายของครอบครัวที่มีเงิน และเป็นคนใจกว้างมากอีกด้วย
“เล่ารายละเอียดเรื่องแม่ของคุณให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเป็นยังไงกันแน่?”
มีบางเรื่องบางคำพูดที่ซันเก็บไว้ในใจมาตลอด ตอนนั้นหลังจากที่เขารู้ความจริงแล้วเขาไปพูดกับใคร ก็ไม่มีใครเชื่อเขา และไม่อยากได้ยินเขาพูดถึงเรื่องพวกนี้เลย
วันนี้มาร์ชบอกว่าอยากรู้เรื่องในตอนนั้น เขาไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก เล่าเรื่องราวที่เขาตรวจสอบได้ออกมาทั้งหมด
หลังจากที่มาร์ชฟังจบแล้ว ได้แต่ขมวดคิ้วไม่พูดอะไรออกมา
ซันเห็นเขาไม่พูดอะไร จึงพูดจาโหดเหี้ยมออกมาอีกครั้งว่า: “คุณกลับไปบอกภรรยาของคุณ ถึงแม้ตอนนี้เธอจะเป็นทายาทสืบทอดของตระกูลกรภัควัฒน์ แต่อย่างลืมจ่ายค่าครองชีพจากบัญชีของตระกูลกรภัควัฒน์มาให้ฉันด้วย!มิฉะนั้นฉันจะกลับมาก่อความวุ่นวายกับพวกคุณอย่างไม่มีที่สิ้นสุด……”
มาร์ชไม่สนใจคำพูดข่มขู่พวกนี้ของเขา ถามขัดจังหว่ะเขาขึ้นมาว่า: “ตอนนั้นหลังจากที่แม่ของคุณไปหาคุณเคนท์แล้ว เป็นคุณกิ่งที่ออกหน้าเจรจากับแม่ของคุณทุกครั้งใช่ไหม?อีกอย่างก่อนหน้านี้คุณไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลย จนกระทั่งหลังจากที่คุณได้ตำแหน่งจากบริษัทแล้วคุณกิ่งถึงพูดเรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่ของคุณให้คุณฟัง จากนั้นคุณถึงได้ไปตรวจสอบใช่ไหม?”
ซันพยักหน้าออกมาด้วยความงุนงง “ใช่ ทำไมเหรอ?”
“คุณไม่รู้สึกว่าเรื่องพวกนี้มีปัญหาเหรอ?เคนท์ไม่ถึงกับไม่มีเงินพวกนี้ จนต้องให้ผู้หญิงที่คลอดลูกให้เขาต้องลำบากยากเข็ญหรอก อีกอย่างคุณบอกว่าตอนเด็กๆ คุณกิ่งเคยดูแลคุณมาหลายปี พูดได้ว่าดีกับคุณเหมือนกัน ต่อมาหลังจากที่คุณทำงานที่VE Groupแล้ว และคุณเคนท์ก็ให้ความสำคัญกับคุณ เธอเองก็ชื่นชมคุณเหมือนกัน และพูดกับคนอื่นตลอดเวลาว่าคุณเหมาะสมที่จะเป็นทายาทสืบทอดที่สุด คุณเคยคิดมาก่อนไหมว่าทำไมเธอถึงต้องทำแบบนี้?”
“ทำไมเหรอ?” หลังจากที่ซันไปอยู่ที่ต่างประเทศแล้วเขาเองก็เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนว่าได้ตกหลุมพรางของคุณกิ่งไปหรือเปล่า แต่ก็ไม่แน่ใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่ของเขา เขาเป็นคนตรวจสอบเอง ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นเรื่องปลอม
“เธอกำลังฆ่าคุณ” มาร์ชพูด “และในเวลานั้นเธอเป็นคนเดียวที่สามารถจัเล่นเกมเรื่องระหว่างแม่ของคุณกับคุณเคนท์ได้ ถ้าหากว่าคุณเคนท์เลือกคุณเป็นทายาทสืบทอดจริงๆ คุณก็คือศัตรูตัวฉกาจของเธอและลูกสาวของเธอ แน่นอนเธอต้องหาทุกวิถีทางเพื่อสร้างความร้าวฉานให้พวกคุณพ่อลูกอยู่แล้ว เพื่อให้คุณเคนท์ยกเลิกความคิดที่จะให้คุณเป็นทายาทสืบทอด
ซันเหมือนตื่นมาจากความฝัน เริ่มย้อนคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างละเอียด