ตอนที่ 680
บทที่ 680 เชื่อไหมเดี๋ยวฉันตบนาย
October 28, 2026
ชาร์วีจ้องมองเขาสักพักอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วหัวเราะเสียงดังออกมา “สมองนายมีน้ำเข้าไปเหรอ เรื่องแบบนี้ก็เชื่อ ฉันว่านายโดนหลอกแล้ว”
“เชื่อไหมเดี๋ยวฉันตบนาย เขียนหรือไม่เขียน?” มาร์ชสีหน้าดิ่งลง เพราะเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่ากลัว
ถึงแม้ชาร์วีจะไม่กลัวกลอุบายของเขาแบบนี้ แต่เมื่อเห็นเขาจริงจังแบบนี้ จึงเขียนคำว่ายิ้มลงบนยันต์กระดาษด้วยความจริงจัง จากนั้นยื่นพู่กันคืนให้เขาแล้วพูดขึ้นว่า: “ตัวหนังสือฉันใช้ได้ไหม?”
“ดูก็รู้ว่าไม่ได้ฝึกฝนเขียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก เขียนอย่างกับไก่เขี่ย” มาร์ชกลับไปนั่งลงอย่างพึงพอใจ และไม่ลืมที่จะเยอะเย้ยเขา
ชาร์วีไม่พอใจและเตรียมจะตอบโต้กลับ ทันใดนั้นหันไปเห็นบนยันต์กระดาษไม่ได้มีเพียงแค่ยิ้มตัวเดียว มีหลายตัวมาก มีฟอนต์หลากหลายแบบ แถมยังมีลายมือระดับปรมาจารย์อีกด้วย
ทำให้เขาหมดคำพูดที่จะตอบโต้กลับ เดินไปอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของมาร์ช เคาะโตะเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า: “ใช้ได้เลย นี่นายบังคับให้คนเขียนไปเท่าไหร่แล้ว?”
“ทุกคนที่เข้ามาในออฟฟิศฉันต้องทิ้งรอยหมึกไว้” มาร์ชยังคงทำหน้าบึ้ง ไม่ยิ้มเหมือนเดิม
แต่ชาร์วีกลับหัวเราะมีเสียงออกมา แล้วถามออกมาว่า: “ใครเป็นคนเสนอแนะเรื่องบ้าๆ แบบนี้ให้นาย อีกอย่างเจ้าหญิงน้อยของบ้านแกเริ่มงอแงอีกแล้วเหรอ?”
“ฉันไม่สนฉันได้ยินมาว่าวิธีนี้ได้ผล รอให้เขียนยิ้มครบหนึ่งร้อยตัวก่อน แล้วจะเอายันต์ไม่ร้องไห้นี้ไปวางไว้ข้างเตียงเธอ แบบนี้กลางดึกฉันและมีนาจะได้หลับอย่างสบายเสียที” มาร์ชพูดออกมาอย่างมั่นใจ
ชาร์วีไม่อยากสาดน้ำเย็นใส่เขาอีก แต่ในใจกลับไม่เชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ ยิ้มให้เขาแล้วถามออกมาว่า: “นี่เพิ่งกลับมาก็ได้เป็นพ่อเลี้ยงเด็กทารกแล้วรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”
“เห็นเธอยิ้มให้ฉัน อิๆอ้อๆ และใกล้เรียกฉันว่าพ่อได้แล้ว ความรู้สึกนั้นช่างวิเศษเหลือเกิน” สีหน้าของมาร์ชอ่อนโยนขึ้นมาทันที “ตอนนี้กลางดึกถ้าเธอร้องไห้งอแง ฉันเป็นคนอุ้มเกลี้ยกล่อมเธอเอง เห็นเธออยู่ในอ้อมแขนฉันงอแงจนพอใจแล้วนอนหลับไป ท่าทางนั้นที่จมูกเล็กๆ ตาเล็กๆ เหมือนมีนามาก แถมปากก็เหมือนฉัน เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่อธิบายไม่ถูก”
เมื่อชาร์วีได้ยินอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากเขากับสกายสามารถมีลูกเป็นของตัวเองได้ ถ้าเป็นลูกสาว จะดีที่สุด
แต่สกายบอกว่าเธอไม่สามารถมีลูกได้ ไม่งั้นตระกูลเชาวกรกุลก็คงไม่ไล่เธอออกมา
“นายไม่เคยเป็นพ่อนายไม่เข้าใจความรู้ความรู้สึกแบบนี้หรอก” มาร์ชเห็นเขาให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้ จึงรีบถามออกมาว่า “จะไปเยี่ยมคุณป้าที่ต่างประเทศได้จองตั๋วหรือยัง?ช่วงนี้นายชอบถามเรื่องพวกนี้บ่อยๆ มีคนที่ชอบแล้วเหรอ เป็นคนที่คุณป้าแนะนำให้นายเหรอ?”
“อะไร ผู้หญิงพวกนั้นที่แม่ฉันแนะนำให้ฉันไม่สนใจหรอก ไปเยี่ยมเธอ อยู่เป็นเพื่อนเธอสักระยะหนึ่ง”
มาร์ชรู้สึกว่าเขาไม่ได้พูดความจริง มองท่าทีแบบนี้ของเขาก็รู้แล้วว่ามีคนที่ชอบแล้ว แต่เขายังคงปากแข็งมาก ไม่ยอมพูดว่าเป็นใครเลย
“ให้พักร้อนแกครึ่งปี น่าจะเพียงพอให้แกอยู่เป็นเพื่อนคุณป้าได้นะ” มาร์ชเองก็ไม่ยากกระทบเวลาพักร้อนของเขาจึงถามออกมาว่า “นี่เป็นโปรเจคอะไรที่ยังไม่ได้ส่งมอบอีก รีบพูดกับฉันเร็วเข้า”
ชาร์วีนึกเรื่องงานขึ้นมาได้ รีบคุยกับเขาเกี่ยวกับที่ดินพื้นนี้ที่ประมูลมาได้ในตอนนั้น เนื่องจากเงินทุนไม่พอ จึงไม่ได้เริ่มต้นพัฒนาเลย
มาร์ชดูเอกสารที่เขาเอามา ที่ดินพื้นนี้ตำแหน่งดีมาก ห่างจากแม่น้ำไม่ไกลนัก หากพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่นี่สามารถสร้างเป็นอาคารสูงมองดูทำเลแม่น้ำได้ โดยเดินสายระดับไฮเอนด์ และดึงดูดบรรดาเศรษฐีที่ต้องการซื้อบ้านหรูพวกนั้น
เขาเงียบไปสักพัก ใคร่ครวญตรึกตรองผ่านสมองคร่าวๆ ก็รู้สีกเหมือนกันถ้าต้องการพัฒนาที่ดินพื้นนี้ต้องลงทุนเงินมหาศาล
“ใช้ได้หนิ่ ที่ดินทำเลดีขนาดนี้ยังประมูลสำเร็จได้ ทำยังไงหรอ?”
ชาร์วีพูดออกมาอย่างตื่นเต้นว่า: “น่าจะเป็นเพราะว่าโชคดีมั้ง ตอนนั้นฉันไม่มีความหวังกับที่ดินพื้นนี้เลย แต่คาดคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะประมูลได้สำเร็จ เพราะมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งบริษัทหนึ่งมีปัญหาด้านเอกสารจึงทำให้หลุดประมูลไป แถมเงินประมูลของพวกเราก็ไม่ถือว่าสูงมาก ที่ดินผืนนี้เหมือนได้มาฟรีๆเลย”
“ได้ ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวขอดูเอกสารต่ออีกหน่อย และจะเริ่มโครงการนี้ในเวลาที่เหมาะสมแน่นอน” มาร์ชไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องพิซซ่าตกลงมาจากฟ้าเเบบนี้ เลยต้องศึกษาที่ดินผืนนี้อย่างละเอียด ดูว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า
“ถ้างั้นเรื่องทั้งหมดในมือฉันได้ส่งมอบหมดแล้วนะ พรุ่งนี้จะไม่มาที่บริษัทอีกแล้วนะ”
“รู้แล้ว นายรีบไปพักร้อนของนายเหอะ” มาร์ชรำคาญเขา