ตอนที่ 132
บทที่ 132 ผู้บัญชาการมาเยือนถึงที่ด้วยตัวเอง
October 28, 2026
บทที่ 132 ผู้บัญชาการมาเยือนถึงที่ด้วยตัวเอง
เฉินเป่ยไม่ได้ไปสนใจพูดถึงดูถูกของ รปภ. เขาเงยหน้าแล้วมองตึกสูงจนแตะก้อนเมฆที่เป็นตึกบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป
แม้แต่เขายังไม่ได้หน้าแดง เหมือนเมื่อกี้เรื่องที่เขาพูดเป็นเรื่องปกติ ภายในใจของเขาไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจเลยสักนิด
จากนั้น เขาก็หันหลังเดินจากไป
"ผมก็คิดว่าเขาจะปีนจริงๆ ซะอีก" รปภ.สองคนนั้นเห็นเฉินเป่ยเดินจากไป ก็เผยยิ้มออกมา แล้วเอ่ยพูดอย่างแปลกใจ
"คนเหนือมนุษย์ก็ยังปีนไม่ขึ้น แล้วเขา? ก็คงจะปีนขึ้นไปตอนฝันเท่านั้น"
"อย่าพูดแบบนี้เลย ระวังถ้าเขาได้ยิน เขาเป็นตั้งสามีของท่านประธานหลีเลยนะ"
"ชิ ก็แค่ลูกเขยที่แต่งเข้าตระกูลคนหนึ่ง จะดีเลิศเลอขนาดนั้นได้ยังไง" รปภ.ทั้งสองจึงสนทนากันไปมา แล้วค่อยๆ พูดขึ้นอย่างไร้ยางอายขึ้นมา
เฉินเป่ยหยุดฝีเท้าลงแล้วกระตุกมุมปากจนทำให้ริมฝีปากโค้งขึ้น
ไม่นาน เฉินเป่ยก็หายตัวไป แล้วปรากฏตัวอยู่ในประตูหลังอีกบานของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป ที่นี่เป็นประตูที่ใช้ในการขนของของบริษัท
เฉินเป่ยเงยหน้าขึ้น แล้วมองตึกสูงที่หรูหราตึกนี้ จู่ๆ ขาทั้งสองข้างก็กระโดดขึ้น ทั้งตัวของเขาจึงกระโดดขึ้นสูงๆ!
จากนั้นตรงพื้นดินก็เกิดเรื่องสั่นสะเทือน เฉินเปิ่ยเป็นเหมือนลูกธนูที่ดีดออกจากสายธนู จากนั้นก็ลอยอยู่บนอากาศ!
แม้กระทั่ง แรงของขาของเฉินเป่ยน่ากลัวเกินไปจริงๆ พื้นดินยังถูกแรงกระแทกของเขาทำให้ยุบ และกลายเป็นรูที่ลึกลงไป ข้างบน......ยังมีรอยรองเท้าหนึ่งคู่ที่เห็นอย่างชัดเจน!
ทันใดนั้น ก็มีพนักงานขนของอยู่มากมายต่างก็รู้สึกตกตะลึง แต่ละคนจึงเดินออกไปมองความผิดปกตินี้
"โอ้พระเจ้า นั่นมันคนเหนือมนุษย์หนิ! " จู่ๆ ก็มีคนอุทานขึ้นด้วยเสียงตกใจ! เขาสามารถลอยตนไปถึงชั้นบนของตึกบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปได้
จากนั้นก็มีคนไม่น้อยมองไปยังทิศทางนิ้วชี้ของเขา ระหว่างนั้นก็เห็นเงาดำที่คืบคลานอยู่บนกระจกของตึกบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปกำลังไต่ขึ้นอย่างรวดเร็ว!
มีคนนับไม่ถ้วนกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ทันที สีหน้าดูตกตะลึง.....นี่มัน.....ตัวอะไรกัน? เป็นคนหรอ?!
พนักงานของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปต่างก็มองฉากฉากนี้อย่างเหม่อลอย อีกทั้งยังมีคนไม่น้อยที่เอามือถือออกมาถ่าย ทว่าเงาดำนั้นว่องไวมาก รอให้เอามือถือถ่ายไว้เสร็จก็เห็นแม้ภาพที่ไม่ชัดเจน แค่รู้สึกเหมือนเป็นเงาคนสีดำเท่านั้น
"คนปกติจะสามารถปีนขึ้นไปได้ยังไง งั้นเป็นมุมที่เป็นเส้นตรงลงมา อีกอย่างกระจกก็ลื่นขนาดนั้น....." คนวัยกลางคนหนึ่งที่เจออะไรมากมายก็พึมพำขึ้น ตึกบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปใช้กระจกใสสร้างขึ้นทั้งหมด ต่อให้เป็นจิ้งจกหรือแมลงวันยังปีนยากเลย.....ตอนนี้กลับมีเงาคนหนึ่งสามารถปีนขึ้นไปได้!
ไม่เพียงแต่แบบนี้ คนคนหนึ่งมีน้ำหนักที่หนักขนาดนั้น ต่อให้ไม่ได้ทำให้กระจกเกิดรอยแตก.....แต่นี่มันกำลังขัดกับกลไกทางฟิสิกส์อยู่!
ถ้าบนโลกใบนี้ผู้ที่เป็นนักวิจัยฟิสิกส์ที่เก่งกาจที่สุดมาเห็นฉากฉากนี้ ก็คงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ และคงจะสงสัยในสิ่งที่ตัวเองได้วิจัยออกมาทั้งชีวิตนี้!
ภายในออฟฟิศของท่านประธาน หลีชิงเยียนจึงนั่งอยู่บนเก้าอี้ออฟฟิศ ผมยาวอันเงาดำพาดอยู่ตรงไหล่ ใบหน้าที่สวยและเรียบเนียนนั้นเผยความเย็นชาและโมโหออกมาไม่หยุด
"ไอ้คนเลวนี้! " หลีชิงเยียนกัดฟัน เธอเป็นห่วงไอ้หมอนั่นมาทั้งคืน แม้แต่หลับยังไม่ได้หลับดีๆ สุดท้ายกลับรู้ว่าไอ้หมอนั่นไปดื่มด่ำอยู่ที่บาร์!
ซูเสี่ยวหยุนนั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ แล้วกอดอกไว้ ความโมโหภายในใจยากที่จะลบร้าง
"คุณดักให้เขาอยู่ข้างนอก ไม่คิดว่าจะให้อภัยเขาหรอ? " ซูเสี่ยวหยุนถามขึ้น
"อภัยให้ไอ้หมอนี้ทำไม ยังไงมีเขาอยู่ก็เหมือนไม่มี ไม่มีเขาก็อยู่ได้" หลีชิงเยียนพึมพำด้วยเสียงเย็นชา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ย่ำแย่
"ไอ้หมอนี่ รนหาที่ตายจริงๆ กลับวิ่งไปนอนค้างคืนที่บาร์! " ซูเสี่ยวหยุนพูดด้วยความโกรธเคือง
"วันนี้ถ้าเขาปีนขึ้นมาไม่ได้ ตั้งแต่วันนี้อย่าคิดว่าให้ได้รับการให้อภัย! " หลีชิงเยียนพูดด้วยความเย็นชา
"งั้นถ้าเขาปีนขึ้นมาได้ล่ะ? "
"งั้นฉันจะให้อภัยเขาทันที" หลีชิงเยียนพูดขึ้นอย่าไม่ลังเลและไม่ยั้งคิด
"ทำไม คุณรู้สึกว่าเขาสามารถปีนขึ้นมาได้หรอ? " หลีชิงเยียนมองไปยังซูเสี่ยวหยุน แล้วยิ้มพูดด้วยเสียงเบา "ซูเสี่ยวหยุน คุณฝันกลางวันแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ทุกอย่างไม่กลัวว่าสิ่งที่คาดคิดถึงจะเกิดขึ้นเป็นครึ่งครั้ง แต่ว่าเรื่องที่ไม่คาดคิดจะเกิดแค่ครั้งเดียว" ซูเสี่ยวหยุนทำสีหน้าที่หนักใจ เหมือนกำลังตั้งใจพิจารณาเกี่ยวกับปัญหานี้
"ถ้าเขาสามารถปีนกระจกข้างนอกนี้ขึ้นมาจริงๆ ให้ฉันยกน้ำมาล้างเท้าให้เขาก็ได้" หลีชิงเยียนจึงเบะปากทรงสวย แล้วน้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"นี่คุณพูดเองนะ" ซูเสี่ยวหยุนคลายยิ้ม
หลีชิงเยียนเพิ่งจะเอ่ยจบ จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
"เข้ามาเถอะ" หลีชิงเยียนพูดขึ้น
ประตูออฟฟิศจึงถูกผลักออก ก็เห็นเรือนร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามา
หลีชิงเยียนทำนัยน์ตาที่เปล่งประกายด้วยความไม่น่าเชื่อ นัยน์ตาคู่นั้นเบิกกว้าง และเปล่งประกายความสงสัยออกมา
ซูเสี่ยวหยุนเงยหน้าขึ้น หลังจากที่มองเห็นเฉินเป่ย ใบหน้าสวยๆ คาดคิดไม่ถึง เหมือนเธอกำลังเห็นผี
จู่ๆ ซูเสี่ยวหยุนจึงเรียกด้วยเสียงตกใจ แล้วมองเฉินเป่ย จากนั้นก็พูดขึ้น "เฉินเป่ย?! "
เฉินเป่ยหัวเราะเหอะๆ หลีชิงเยียนเหมือนกำลังตาฝาดไป ใบหน้าดูเหม่อลอย และจับจ้องเฉินเป่ยไม่หยุด จากนั้นก็พึมพำ "ไม่มีทางเป็นไปได้......นี่มันไม่มีทางเป็นไปได้......"
"ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้" เฉินเป่ยพูดด้วยเสียงเรียบ
"คุณ....." หลีชิงเยียนขึงตาดวงสวยขึ้น แล้วมองท่าทางแบบนี้ของเฉินเป่ย กลับเป็นท่าทางที่ดูหน้าด้านขนาดนั้น!
"คุณยังมีหน้ามายืนที่นี่อีก? " หลีชิงเยียนเอ่ยพูดด้วยความเย็นชา บรรยากาศของออฟฟิศจึงต่ำลงทันที จากนั้นความเย็นยะเยือกจึงครอบคลุมสภาพอากาศของที่นี่
"อือ......" เฉินเป่ยทำสีหน้าที่ลำบากใจ ภายในใจรู้สึกหม่นหมองเล็กน้อย ให้ตายเถอะ.....ก่อนหน้านี้ตัวเองช่วยเธอไว้ แล้วพยายามขัดขวางอุปสรรคทุกอย่าง สุดท้ายหลีชิงเยียนกลับไม่รู้จักซาบซึ้งใจ แม้แต่สีหน้าที่ดียังไม่ให้เขาเห็น!
"ท่านประธานหลี คุณฟังผมอธิบายก่อน....." เฉินเป่ยยิ้มอย่างเบิกบาน แล้วเข้าไปใกล้เธออย่างหน้าด้าน
"อธิบาย? " หลีชิงเยียนแสยะยิ้มอย่างเย็นชา มือเรียวยาวและขาวผ่องเหมือนหยกกำลังเขียนเอกสารอยู่ จากนั้นก็โยนใส่เฉินเป่ยอย่างเต็มแรง ใบหน้าสวยเผยไฟแห่งความโมโหออกมา "ไสหัวไป ไอ้สารเลว! "
หลีชิงเยียนทำสีหน้าที่แดงก่ำ ไม่รู้ว่าถูกเฉินเป่ยทำให้เครียดหรือเพราะคำพูดเมื่อกี้ของตัวเองกำลังตบหน้าตัวเองอยู่ ทำให้ใบหน้าของเธอแดงมาก
เฉินเป่ยเป็นคนที่มือไว เขาเลยรับแฟ้มเอกสารไว้ หลีชิงเยียนจึงยืดอกที่อวบอิ่มสูงขึ้น ทำให้กลายเป็นรูปทรงที่ยั่วยวนคนอื่น
"ไสหัวไป! ถ้ายังไม่ไสหัวไป ฉันจะเรียกรปภ.มาไล่คุณออกไป! " หลีชิงเยียนตำหนิด้วยเสียงเย่อหยิ่ง
หลังจากนั้น เฉินเป่ยจึงนั่งอยู่ตรงหน้าออฟฟิศด้วยความน่าเวทนา และรู้สึกหม่นหมองใจมาก
และยังโชคดีที่เป็นหลีชิงเยียนที่ไล่เขาออกมา ถ้าเป็นคนต่างชาติ ต่อหน้าเฉินเป่ย คิดว่าไม่มีใครกล้าโวยวายกับเขาแบบนี้!
ในออฟฟิศของท่านประธาน หลีชิงเยียนกัดฟันกรอด ซูเสี่ยวหยุนที่อยู่ข้างๆ ก็ปลอบโยนเธอ "ผู้ชาย ยังไงต้องคงมีไม่กี่วันที่ทนไม่ไหว อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"