ตอนที่ 157
บทที่ 157 ราชาหลงตกหลุมพราง!
October 28, 2026
บทที่ 157 ราชาหลงตกหลุมพราง!
“เวอริตาเซรัมเหรอ?” เพราะว่าเข้าใจเรื่องราวมากกว่าหลีชิงเยียน สีหน้าซูเหลยตกตะลึง “มันเป็นตัวผลิตภัณฑ์ทดลองที่ทางประเทศอังกฤษให้การดูแลอย่างเข้มงวดมาก หัวเซี่ยใช้ความพยายามมาหลายครั้งนับไม่ถ้วนเพื่อที่จะได้มาครอบครอง แต่สุดท้ายก็ล้มไม่เป็นท่า”
ไอรีนพยักหน้าให้ “ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันปฏิบัติภารกิจในประเทศอังกฤษ ก็เลยแอบถือติดมือมาด้วยชุดหนึ่ง”
น้ำเสียงไอรีนปกติ แต่วินาทีนั้นมันทำให้ซูเหลยกับหลีชิงเทียนสีหน้าตกตะลึง
นั่นมันมีส่วนประกอบของทรัพยากรที่มีค่ามากมายมหาศาลของประเทศมหาอำนาจและความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ มันเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของประเทศอังกฤษ! การสอดส่องดูแลมันของประเทศอังกฤษนั้น ถึงกับใช้ป้อมปราการเหล็กชั้นดีในการล็อกพวกมันเอาไว้ด้านใน!
อยากจะเห็นหลอดเวอริตาเซรัมสักแวบหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะทำลายเส้นเลเซอร์แนวป้องกันไปได้ ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้เห็นหรือเปล่า อย่าพูดเรื่องที่จะได้มันมาเลย มันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเหมือนกับทะยานขึ้นบนฟ้านั่นแหละ มันเป็นภารกิจที่ไม่มีวันสำเร็จไปได้!
เช่นนี้เองมันเลยเป็นการบ่งชี้ว่าประเทศอังกฤษให้ความสำคัญกับมันเป็นอย่างมาก! เพราะว่าการที่มีมันอยู่นั้น มีความเป็นไปได้เป็นอย่างมากว่าไม่มีข่าวเรื่องใดที่จะไม่รู้เรื่อง!
แต่ว่าตอนนี้ เวอริตาเซรัมหลอดนี้กลับมาปรากฏตัวอยู่ในกระเป๋าของไอรีนแล้ว เวอริตาเซรัมที่ราคาสูงลิบลิ่วถึงพันล้าน แต่ไอรีนก็เอามาครอบครองไว้ได้!
ถ้าประเทศอังกฤษพบว่าเวอริตาเซรัมนั้นถูกขโมยไปแล้ว ก็คงเป็นเรื่องสั่นสะเทือนในต่างประเทศ!
หลีชิงเยียนสบตามองไอรีน ดวงตางดงามฉายแววตาความนับถือออกมา เธอถึงได้เข้าใจในตอนนี้เอง ว่าเพื่อนของซูเหลยคนนี้ ไม่สามารถเอาคำว่าคนทั่วไปมาเปรียบเปรยได้!
ความสามารถของไอรีน อาจจะเกินจินตนาการของเธอไปเยอะ
“แกไปเอามาได้ยังไง?” ซูเหลยถามทันควัน สีหน้าสงสัยใคร่รู้
“มีอยู่ครั้งหนึ่งต้องแอบแทรกแซงเข้าไปทำภารกิจในห้องทดลอง ก็เลยหยิบติดมือมาด้วย ใครจะคิดว่าไอ้นี่มันคือเวอริตาเซรัม อีกนิดเดียวก็จะตายก็เพราะมันนี่แหละ” ไอรีนเอ่ยปากพูด ซูเหลยสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่...แทรกซึมเข้าห้องทดลอง....ห้องทดลองของประเทศอังกฤษเนี่ยนะ มีคนเป็นร้อยเป็นพันคอยป้องกัน ขนาดแมลงวันยังบินเข้าไปไม่ได้เลย แต่ไอรีน กลับเข้าไปง่ายดายโดยไม่มีคนรู้!
“ไม่ได้ มันแพงมากนะ ใช้มันไม่ได้หรอก” ทันใดนั้น เสียงสดใสของหลีชิงเยียนก็ดังขึ้น สำหรับเธอแล้ว แค่ตรวจสอบตัวตนของเฉินเป่ย ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวยาทดลองที่มีราคาสูงลิบลิ่วขนาดนี้
“ซูเหลยเป็นเพื่อนของฉัน เวอริตาเซรัมดูแล้วมันก็เหมือนสมบัติล้ำค่า แต่ถ้าเอาไปให้ทางการแล้ว มันจะนำพาความวุ่นวายมายังหัวเซี่ย ดังนั้นมันเลยไม่มีค่าราคาอะไร” ไอรีนยิ้มให้
“ถ้าเขามาจากต่างประเทศจริงๆ งั้นฉันจำเป็นต้องตรวจสอบให้รู้เรื่อง” สีหน้าของไอรีนเปลี่ยนเป็นเข้มงวดขึ้นแทน
รอจนหลีชิงเยียนกับคนอีกหลายคนเดินออกจากอาคารตระกูลหลี ก็เห็นว่ารถไมบัคนั้นจอดอยู่ด้านข้างถนน ฝั่งตรงข้ามด้านหน้าประตูของตัวอาคารตระกูลหลี
“สาวๆ ผมรอพวกคุณอยู่ตลอดเลยนะ...” เฉินเป่ยเอาหัวโผล่ออกมาจากกระจกรถ แล้วยิ้มให้ตอนที่พูดด้วย
“คุณนี่ปากมากจริงๆ” หลีชิงเยียนมองเฉินเป่ยตาขวาง ซูเหลยเปิดประตูรถ หลีชิงเยียนยกเท้าก้าวเข้าไปในตัวรถ นิสัยเย่อหยิ่งสูงศักดิ์ของเทพธิดานั้นต่างเป็นจุดเด่นท่ามกลางสาธารณชน จนดวงตาทุกคู่จับจ้องมาตลอด ไม่มาอยู่ที่ไหนก็ตาม เธอก็เป็นจุดเด่นอยู่เสมอ
หลังจากที่หลีชิงเยียนนั่งในตัวรถแล้ว ไอรีนกับซูเหลยก็สอดตัวเข้าไปนั่งด้านใน เฉินเป่ยเห็นภาพว่าที่นั่งด้านคนขับว่างเปล่า เลยได้แต่เบะปากให้ "ไปนั่งที่เบาะด้านหลังกันหมดไม่เบียดกันเหรอไง? " ภายในตัวรถไมบัคนั้นถือว่ามีพื้นที่กว้างขวางมา เป็นรถเก๋งที่ภายในกว้างขวางกว่ายี่ห้ออื่น แต่การที่นั่งเบียดบนเบาะหลังสามคน ถือว่ามันเบียดไปนิด
“จะเบียดกัน ก็ยังดีซะกว่านั่งข้างคนขับแล้วถูกแต๊ะอั๋งก็แล้วกัน” หลีชิงเยียนพูดงึมงำในลำคออย่างอารมณ์ไม่ได้ แถมพูดเหน็บเฉินเป่ยไปอีกประโยค
เฉินเป่ยหมดคำพูด.... แม่ง ตนเองจะเป็นคนแบบนั้นไปได้ยังไงกัน! หลีชิงเยียนกำลังใส่ร้ายตนเองอยู่!
…………
ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น รถไมบัคก็มาจอดที่ร้านอาหารหู้ไห่อันหรูหรา คนหลายคนเดินเข้าไปในร้านอาหาร ก็เจอโต๊ะที่โทรมาจองไว้ก่อน จากนั้นก็นั่งลง
“คนที่มาไกลก็เป็นแขก แกสั่งอาหารก่อนก็แล้วกัน” หลีชิงเยียนเอาเมนูให้ไอรีน
ไอรีนยิ้มรับเอาไว้ จากนั้นก็สั่งอาหารขึ้นชื่อของเมืองมาหลายอย่าง จากนั้นก็เอาเมนูส่งคืนให้หลีชิงเยียน
หลีชิงเยียนก็สั่งอาหารมามากมายแค่แวบเดียว จนเฉินเป่ยต้องส่งเสียงเตือน “ท่านประธานหลี สั่งเยอะไปแล้วกินไม่หมด มันน่าเสียดาย”
หลีชิงเยียนเหล่ตามองแวบหนึ่ง จากนั้นก็ปิดเมนู
“พวกแกดื่มเหล้าได้ไหมเนี่ย?” ทันใดนั้น ไอรีนก็ถามขึ้น
ดวงตาของหลีชิงเยียนมองไปที่เฉินเป่ย “คุณถนัดด้านนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“ได้นิดหน่อย” เฉินเป่ยยิ้มให้ หลีชิงเยียนพูดเสริมให้อย่างเย็นชา “ตอนนั้นที่บ้านพ่อฉัน ตอนที่คุณตบหน้าคนอื่นเสียงดัง คุณไม่เห็นพูดถ่อมตัวแบบนี้เลย”
ไอรีนเลยสั่งเบียร์เพิ่มหลายขวด เฉินเป่ยมองไปทางไอรีน ด้วยสีหน้าแปลกใจ “คุณก็ดื่มเป็นเหรอ?”
“ทำไมเหรอ?” ไอรีนยิ้มแล้วเอ่ยปากถามกลับ เฉินเป่ยยิ้มให้ “ไม่คิดว่าสาวสวย จะทำเรื่องได้สบายๆ แบบนี้”
“แค่สั่งเหล้าหน่อยเดียวแล้วทำไมเหรอ เป็นผู้หญิงแล้วดื่มไม่ได้เหรอ?” ซูเหลยส่งเสียงงึมงำในลำคอ ไอรีนได้แต่ยิ้มให้ “คุณก็ระวังตัวไว้หน่อย เพราะว่าฉันดื่มเก่งมาก”
การที่ไอรีนพูดเรื่องแบบนี้ออกมานั้นเป็นเรื่องที่ไปตามความจริง การเป็นสายลับเฉพาะกิจมืออันดับต้นๆ นั้น ในการปฏิบัติภารกิจทุกๆ ภารกิจนั้น...ต้องเอาตัวเข้าไปอยู่ในงานของฝ่ายตรงข้ามที่เสี่ยงอันตรายรอบด้าน ทุกภารกิจ ต้องการคนที่ดื่มเหล้าเก่งเป็นพื้นฐานสำคัญ
ซูเหลยเคยเห็นกับตามาแล้ว ผู้ชายกำยำล่ำสันสิบคนก็เคยถูกไอรีนมอมเหล้ามาแล้ว
สำหรับเธอแล้ว อาศัยความเก่งด้านการดื่มนั้น ก็สามารถทำให้เฉินเป่ยเมาได้ จากนั้นก็ใช้เวอริตาเซรัม มันเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากจริงๆ
เฉินเป่ยมองไปทางไอรีน เขามั่นอกมั่นใจทำท่าสบายๆ เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมายังไม่เคยถูกใครคนไหนมอมเหล้ามาก่อนเลย
“เรื่องดื่มเหล้ากันเดี๋ยวค่อยว่ากันที่หลัง กินข้าวกันก่อน” กับข้าวที่จัดเป็นจานอย่างงดงามเสิร์ฟลงบนโต๊ะอาหารแล้ว หลีชิงเยียนถึงได้เอ่ยปากพูดขึ้น
ไม่นาน หลีชิงเยียนก็พูดคุยกับไอรีน เฉินเป่ยที่นั่งอยู่ด้านข้างนั้น ก็คีบอาหารใส่จานให้หลีชิงเยียนอย่างเอาใจ
ตั้งแต่เริ่มกินข้าว จนถึงตอนนี้ ซูเหลยที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่นั้น แต่สายตาของเธอเอาแต่มองไปที่เฉินเป่ย เธอกำลังมองเฉินเป่ยด้วยสายตา แววตาคมกริบเชือดเฉือนนั้นมันต้องการมองตัวเฉินเป่ยให้ทะลุปรุโปร่ง
เฉินเป่ยเองก็ยังทำตัวปกติ ไม่สนใจสายตาของซูเหลยที่มองมา
สิ่งที่คนอื่นไม่เห็นก็คือ นัยน์ตาลึกๆ ของเฉินเป่ย มันมีความรู้สึกสนุกสนานเข้ามาไม่ขาดสาย....
…………