ตอนที่ 323
บทที่ 323 ยาต้องห้าม
October 28, 2026
บทที่ 323 ยาต้องห้าม
ด้านในห้องน้ำผู้ชาย เมื่อเฉินเป่ยคว้าศีรษะของชายสุภาพบุรุษกลับมาอีกครั้ง ชายสุภาพบุรุษถูกเฉินเป่ยจัดการจนหมดเรี่ยวแรงในการสะบัดตัวให้หลุด ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า
“พี่ใหญ่ ผู้ยิ่งใหญ่ขอชีวิตไว้เถอะ...ผมผิดไปแล้ว! ผมผิดไปแล้ว โปรดไว้ชีวิตผมเถอะ!” รอจนเวลาที่เฉินเป่ยยอมปล่อยมือออกจากศีรษะของชายสุภาพบุรุษคนนั้น ชายสุภาพบุรุษร้องไห้น้ำตาไหลนองท่วมใบหน้า ผู้ชายมีอายุแล้ว ร้องไห้ขี้มูกโป่งจนมันเอามากองอยู่รวมกัน จนมันไหลพรั่งพรูออกมาไม่หยุด
“ปึง!”
เฉินเป่ยสีหน้าสงบนิ่ง แต่ชายสุภาพบุรุษคนนั้น พลันหัวเข่าทั้งสองข้างทรุดตัวลง จนเกิดเสียงดังลั่นจนลงไปนั่งคุกเข่ากองอยู่ที่พื้น!
“ฉันได้ยินว่า อวี้ย้งเซวียนเป็นเพื่อนสนิทของแกเหรอ?” เฉินเป่ยควานหาบุหรี่ออกมาหนึ่งมวน พลางเอ่ยถามอย่างใจเย็น
“เปล่าเลย ผมไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ......” ชายสุภาพบุรุษสีหน้าหวาดหวั่นพรั่นพรึงมาก พร้อมทั้งส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเอาเป็นเอาตาย
ชายหนุ่มสุภาพบุรุษนั่งคุกเข่ากองอยู่ตรงหน้าเฉินเป่ย จิตวิญญาณสั่นจนหวั่นวิตก ราวกับชายที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นปีศาจร้าย!
ชายสุภาพบุรุษนั้นไม่กล้าขัดขืนเฉินเป่ย เพราะว่าไอ้หมอนี่มันไม่ใช่คน ถึงขนาดคว้าศีรษะของเขา เอาไปจุ่มแช่ในโถชักโครกได้... แถมยังกดปุ่มชักโครกราดน้ำ...จนทำให้กลิ่นเหม็นเน่าที่อยู่ในชักโครกนั้นกระจายเต็มศีรษะของเขา พร้อมทั้งถูกน้ำที่อยู่ในชักโครกนั้นล้างไปด้วย!
สิ่งที่ไอ้หมอนี่มันทำ คนปกติเขาทำเรื่องแบบนี้กันไหมล่ะ? เมื่อครู่เขาผ่านมรสุมด้านดำมืดเกินไปแล้ว จนทำให้เขาขนหัวลุก จนไม่กล้าจะคิดถึงอีกแล้ว!
ราวกับเป็นประสบการณ์ที่ทรมานที่สุดในชีวิตเขา! จนไม่มีทางมองภาพตรงๆ นั้นได้!
“จะเปิดห้องให้ฉันได้หรือยัง?” เฉินเป่ยจุดบุหรี่ พร้อมทั้งอัดมันเข้าปอด แล้วถามคำถามออกมา
“ได้ ได้ ได้...เปิดได้แล้ว” ชายสุภาพบุรุษฉีกยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั่นดูท่าทางใจดีมาก
“อีกเดี๋ยวรู้ตัวว่าจะต้องทำอย่างไรใช่ไหม?” เฉินเป่ยหยุดนิ่งอยู่สักพัก พลันหันมามองชายสุภาพบุรุษ
บนตัวชายสุภาพบุรุษนั่นมีกลิ่นเหม็นตลบจนไม่สามารถทนรับกลิ่นไหว หัวเข่าคุกเข่าอยู่กับพื้น ศีรษะก็โขกหัวพร้อมทั้งท่าทางสำนึกผิด ตอนที่เฉินเป่ยถามขึ้นมานั้น เขารีบเงยหน้าขึ้น พร้อมทั้งผงกหัวเหมือนเจ้าลูกไก่ตัวน้อย “ทราบ ทราบแล้ว ทราบแล้วครับ”
“ถ้าให้ฉันรู้ว่าแกกับอวี้ย้งเซวียนมีความเกี่ยวข้องอะไรขึ้นมาอีก... ฉันจะเอาหัวของแกไปเตะเป็นลูกบอล!” เฉินเป่ยดึงหูของชายสุภาพบุรุษคนนั้นเอาไว้ พร้อมทั้งค่อยๆ พูดออกมา
ร่างกายชายสุภาพบุรุษสั่นสะท้าน เมื่อเฉินเป่ยพูดจบแล้ว ก็ทำเหมือนว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วลุกขึ้น พลางหันหลังเดินหายไป
ชายสุภาพบุรุษจ้องมองแผ่นหลังของเฉินเป่ย พร้อมทั้งกัดฟันเอาไว้แน่น ท่าทางโรยแรง... ปีศาจชัดๆ แม่งไอ้ห่านี่มันไม่ใช่คน มันเป็นปีศาจชัดๆ!
………
บริเวณประตูโรงแรม
ใบหน้างดงามสวยวิจิตรของหลีชิงเยียนแสดงอาการกังวลอย่างมาก เธอเดินวนไปเวียนมา ท่าทางร้อนรน จนไม่สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้
ท่านประธานเทพธิดาได้ยินเสียงพูดของเฉินเป่ยแล้ว พอเดินออกจากโรงแรมแล้ว เธอไม่สามารถรับสภาพกับฉากในการถูกฆ่าที่จะเกิดขึ้น
แต่ว่าท่ามกลางเหตุการณ์ที่ช่างน่าหวาดกลัวพร้อมทั้งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ท่านประธานเทพธิดาเป็นห่วงซูเหลยกับเฉินเป่ยที่อยู่ในโรงแรมมากกว่า
ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจของหลีชิงเยียนพลันคิดถึงเรื่องที่ก่อนหน้านี้ที่เฉินเป่ยพูดด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม จนทำให้ท่านประธานเทพธิดาถลำลึกกับความคิด ทำไมเฉินเป่ยถึงได้พูดแบบนั้นออกมาได้ หรือว่าแท้จริงแล้วเขารู้เรื่องอะไรกันแน่?
ไม่นาน หลีชิงเยียนก็สะบัดความคิดนี้ออกไป ทำไมเฉินเป่ยถึงได้เข้าใจซูเหลยได้ดีกว่าเธอ... เพราะว่าซูเหลยเป็นคนที่ตนเองเลือกกับมือ เป็นบอดี้การ์ดติดตามของเธอ เฉินเป่ย พูดมั่วซั่วไปเรื่อยแปดถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
หลีชิงเยียนคิดแบบนี้ ทันใดนั้น พลันมีเงาดำๆ เดินสาวเท้าก้าวออกมาจากโรงแรม
หลีชิงเยียนเงยหน้าขึ้น ก็เห็นว่าซูเหลยเดินออกมาจากตัวโรงแรม
ตอนที่สายตาของหลีชิงเยียนมองไปที่ร่างกายของซูเหลย ดวงตางดงามหดตัวลง เพราะว่าเสื้อสีขาวของซูเหลยเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด มีคราบเลือดไหลซึม จนทำให้ตาโตเป็นไข่ห่านตกใจตามด้วย!
เมื่อมองอยู่ห่างๆ ก็รู้สึกได้ว่า ซูเหลยคงเป็นยมทูตที่รอดตายเดินออกจากหนังสยองขวัญสักเรื่อง!
หลีชิงเยียนสูดลมหายใจเข้าปอด ใจสั่นเทา พร้อมทั้งรีบย่ำเท้าด้วยรองเท้าส้นสูง เพื่อพุ่งตัวเข้าหาไปยืนตรงหน้าซูเหลย แถมยังไม่สนใจไยดีกับกลิ่นคาวเลือดที่ส่งกลิ่นมาจากตัวของซูเหลยเลยสักนิด พร้อมทั้งรีบเข้าไปประคองร่างกายที่โงนเงนของซูเหลยเอาไว้ แถมถามกลับอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ซูเหลยส่ายหน้าไปมา พลันตอบกลับ “ท่านประธานหลี ไม่เป็นไรนะ เลือดพวกนี้ไม่ใช่ของฉัน”
ทันใดนั้น ซูเหลยส่งเสียงเจ็บปวดดังขึ้น พลันมือกุมอยู่ที่ท้องน้อย ใบหน้าฉายอาการเจ็บปวดออกมา ร่างกายของเธอทรงตัวไม่ได้ จนเกือบจะเซถลาล้มลง
“เป็นอะไรไป?” หลีชิงเยียนก้มหัว หางตาของท่านประธานเทพธิดาก็เห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาระหว่างนิ้วของเธอ
ท่านประธานเทพธิดาขมวดคิ้วเข้าหากัน พร้อมร้องอย่างตกใจ “คุณได้รับบาดเจ็บหรือเนี่ย?”
ซูเหลยยิ้มให้อย่างขมขื่น “ตอนนี้ใช้ชีวิตช่างสุขสบายเกิน ฉันประเมินคนพวกนั้นต่ำไปนิด ไม่ทันระวังตัวก็ถูกคนแทงเข้าให้ ประมาทไปหน่อย”
“ประธานหลี ฉันไม่เป็นไร แผลแค่นี้มันไม่ทำให้ฉันเป็นอะไรหรอก” ถึงแม้ว่าจะพูดว่าหลีชิงเยียนวางใจ แต่น้ำเสียงของเธอนั้น อ่อนแรงเล็กน้อย
“ไม่ได้ ฉันจะต้องคุณไปส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้” หลีชิงเยียนท่าทางแน่วแน่ พร้อมทั้งพูดว่าต้องพาซูเหลยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อจะได้จัดการเย็บให้เรียบร้อย
“เฉินเป่ยยังไม่ออกมาเลยนะ” ซูเหลยมองภายในโรงแรม ในใจเกิดความสงสัย เธอไม่เข้าใจ ว่าทำไมเฉินเป่ยไม่ยอมเดินออกมาสักที
“เขาทำอะไรอยู่ข้างใน” ใบหน้างดงามของหลีชิงเยียนตะลึง
ซูเหลยส่ายหน้าไปมา พลางกล่าวว่า “ไม่รู้เหมือนกัน เขาหายตัวไปพร้อมกับท่านประธานคนนั้น”
ทั้งสองคนพูดกันได้ไม่กี่ประโยค พลันมีเงาคุ้นเคยเดินออกมา คนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เฉินเป่ยนั่นเอง
“คุณหายไปไหนมา?” หลีชิงเยียนเห็นเฉินเป่ย จึงเอ่ยถามเสียงอ่อน
เฉินเป่ยปากคาบบุหรี่อยู่ เขาเอามือทั้งสองข้างเดินล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่แล้วเดินออกมาใบหน้ากวนๆ ท่าทางใจเย็นมาก
“จัดการเรียบร้อยแล้ว” เฉินเป่ยพูดออกมา
“อะไรจัดการเรียบร้อยแล้ว?” น้ำเสียงหลีชิงเยียนดูแอบโกรธอย่างไม่พอใจเล็กน้อย ซูเหลยก็ได้รับบาดเจ็บ แต่อีตานี่ไม่มีแผลสักนิด แถมยังทำตัวเหมือนไม่มีเรื่องเกิดขึ้น
“เข้าไปเดี๋ยวพวกคุณก็รู้เอง” เฉินเป่ยยิ้มเล็กน้อย พลางหันตัวมุ่งหน้าไปทางโรงแรม
“ไม่ ฉันจะไปส่งเธอที่โรงพยาบาลก่อน” หลีชิงเยียนพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่