ตอนที่ 325
บทที่ 325 มันคือนมวัว!
October 28, 2026
บทที่ 325 มันคือนมวัว!
ซูเหลยกวาดตามองยาสลึงที่วางอยู่บนโต๊ะ ตัวยาน้ำเป็นสีม่วง สีเหมือนพลอยอเมทิสต์ (Amethyst) ใสแจ๋วระยิบระยับแพรวพราว
“เอ่อ...มันดื่มได้เหรอ?” ซูเหลยหยิบขวดยาน้ำขึ้นมา ด้วยความกังวล
“ดื่มแล้วเดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละ” ชิงเหนียนสูบซิการ์เข้าปอด พลางพูดตามปกติ ทว่าน้ำเสียงเปลี่ยนไปแบบไม่ต้องสงสัยเลย
ซูเหลยสงสัยอยู่สักพัก แต่ในที่สุดก็หยิบยาน้ำขวดนั้นขึ้นมา พลางเปิดฝาขวดนั้นอย่างระมัดระวัง
ซูเหลยสูดกลิ่นเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆ ไหลเข้าสู่โพรงจมูกของซูเหลย หลังจากที่ซูเหลยได้กลิ่นหอมอ่อนแล้ว แวบหนึ่งท่าทางของเธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ทว่าเร็วมาก ซูเหลยดึงสติกลับมาได้เร็ว พลันจ้องมองขวดยาน้ำ ด้วยท่าทางตกใจ พร้อมทั้งเอ่ยปากถาม “ข้างใน ใส่ยาหลอนประสาทไปด้วยใช่ไหม?”
ซูเหลยจับจ้องยาขวดนั้น..กลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อครู่นี้ พลันทำให้เธอสติเลื่อนลอยไปได้?
ไม่ว่าเธอจะเคยผ่านการใช้ยาหลอนประสาทมาแล้ว แต่ไม่มีสรรพคุณยาตัวไหนที่ออกฤทธิ์ได้รุนแรงมากขนาดนี้
“ดื่มสิ ถ้ายังไม่ดื่ม คุณจะเสียเลือดมากจนอาจถึงตายได้” ชิงเหนียนพ่นควันซิการ์ออกมาจากปาก พลันก้มหน้ากวาดตาพิจารณาเลือดที่ไหลออกมาเปื้อนเสื้อซูเหลย
ใบหน้าซูเหลยซีดเผือด คำพูดของชิงเหนียน ร่างกายของเธอเย็นเฉียบจริงๆ ตัวสั่นสะท้าน เลือดยังไม่ยอมหลุดไหลออกมาจากแผล
ร่างกายที่อ่อนล้าของซูเหลยสั่นสะท้าน เพราะว่าเธอยังคงสงสัยในตัวยาสีม่วงหลอดนี้
“นี่เป็นคำสั่ง ถ้าคุณฉันคิดว่าฉันเป็นเจ้านายอยู่นะ” ชิงเหนียนใช้น้ำเสียงเข้มงวด
ซูเหลยกัดฟันทน พร้อมทั้งกรอกยาน้ำกระดกเข้าปาก
ตัวยาน้ำไม่มีรสชาติอื่นใด แต่เมื่อไหลผ่านลงคอแล้ว รสชาติติดออกหวานเล็กน้อย
หลังจากที่ดื่มจนหมดเกลี้ยงแล้วนั้น ซูเหลยเอาขวดยาน้ำที่ว่างเปล่าวางลงบนโต๊ะด้านหน้าโซฟา พลันหันมามองชิงเหนียน
ซูเหลยใช้หลังฝ่ามือปาดยาน้ำสีม่วงที่ติดอยู่ที่มุมปาก แล้วมองมาทางชิงเหนียน พลันถามว่า “ตกลงว่าไอ้นี่มันคืออะไรกันแน่?”
“มันมีประโยชน์ไม่ได้ให้โทษกับคุณเลย” ชิงเหนียนยิ้มให้เล็กน้อย “คุณคงไม่รู้ว่ามูลค่าของยาน้ำที่คุณดื่มไปเมื่อครู่”
ซูเหลยตะลึงไปชั่วครู่ พลันสอบถามทันที “หลายหมื่นเหรอ?”
ชิงเหนียนยิ้มแต่ไม่ยอมตอบ เขาไม่คิดจะบอกซูเลย ขนาดเงินหลายแสน เกรงว่าราคายังซื้อได้แค่ยาเพียงไม่กี่หยดที่เธอใช้มือปาดออกไปเมื่อครู่!
“สีม่วง เป็นสีที่หรูหรา...” ชิงเหนียนอ้าปากพูด น้ำเสียงแสดงให้เห็นว่ามีนัยอันลึกซึ้งเกิดขึ้น
“สามารถดื่มยาน้ำตานี้ได้ คือว่าเป็นเกียรติสำหรับคุณแล้ว”
“ผลลัพธ์ที่ได้มันดีมากไหม? สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของฉันให้ดีขึ้นมาไหม?” ซูเหลยถาม
“รักษาอาการบาดเจ็บเหรอ?” ท่าทางชิงเหนียนค้างเติ่ง “เอามันไปรักษาอาการบาดเจ็บแบบนี้ของคุณ ดูเหมือนว่าจะเป็นการดูถูกตัวยาชนิดนี้อยู่นะ สรรพคุณของมันล้ำเลิศ ต่อไปคุณก็จะรู้เอง”
คำพูดของชิงเหนียนทำให้ซูเหลยทำหน้าแปลกประหลาด จนงงเป็นไก่ตาแตก เธอแทบฟังความหมายที่ชิงเหนียนพูดไม่เข้าใจว่ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ มันดูเป็นเรื่องที่อธิบายอะไรไม่ได้สักอย่าง
“ถึงอย่างไรต่อไป คุณก็จะไม่ประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว” ชิงเหนียนเหมือนมองออกถึงสิ่งที่ซูเหลยกำลังคิดอยู่ในใจ พร้อมทั้งกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ
“เป้าหมายช่วงนี้เป็นไงบ้าง?” ชิงเหนียนนั่งอยู่บนโซฟา พร้อมทั้งนั่งสูบซิการ์ไปด้วย พลันพ่นควันออกจากปาก อย่างใจเย็น
“เธอสบายดีมาก เธอแค่ให้ฉันไปสืบเรื่องเฉินเป่ย” ซูเหลยตอบ
ชิงเหนียนเงียบไปสักพัก จากนั้นก็กล่าวว่า “ไม่ต้องไปใส่ใจกับคำพูดพวกนี้ก็สิ้นเรื่องแล้ว”
ซูเหลยจ้องมองชิงเหนียน สายตาจับจ้องมาที่ชิงเหนียน พลันเอ่ยปากถาม “ดังนั้น เฉินเป่ยเป็นใครกันแน่ พวกคุณสองคนเกี่ยวข้องอะไรกัน คุณต้องรู้เรื่องเขาแน่นอน”
ซูเหลยถามคำถามเป็นชุดสามคำถามรวดเดียว ชิงเหนียนที่นั่งอยู่บนโซฟา ถึงกลับตะลึงเล็กน้อย พลันแสดงท่าทีเหมือนจะยิ้มให้ออกมา “จำไว้นะ ฉันเป็นเจ้านายของคุณ ฉะนั้นอย่าได้ใช้น้ำเสียงแบบนี้กับผู้บังคับบัญชาของคุณเด็ดขาด คุณทหาร”
น้ำเสียงของซูเหลยอ่อนลงทันที พร้อมทั้งกล่าวขอโทษออกไป “ฉันรีบร้อนไปหน่อย ขออภัยด้วยค่ะ”
“เขาเป็นใคร...คุณสมบัติของคุณยังอีกห่างไกลนักที่จะได้รู้เรื่องนี้ คุณรู้แค่ว่า ทำภารกิจของคุณให้ดีก็พอ” น้ำเสียงของชิงเหนียนหนักแน่นขึ้นพร้อมทั้งสื่อความหมายเป็นนัยออกมา
“เช่นนั้นเมื่อไหร่ที่ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องของเขา” ซูเหลยเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงดูซักไซ้ใคร่รู้