ตอนที่ 345
บทที่ 345 เกิดความเปลี่ยนแปลงฉุกเฉิน
October 28, 2026
บทที่ 345 เกิดความเปลี่ยนแปลงฉุกเฉิน
หน่วยงานลับเหล่านั้นกำลังใบหน้าเกร็ง แล้วมองเฉินเป่ยด้วยความเลือดเย็น
และผ่านไปสักพัก เฉินเป่ยเพิ่งจะค่อยๆ ลงบันได แล้วเดินไปตรงหน้าสายลับเหล่านั้น พร้อมเอ่ยถามอย่างช้าๆ "พวกนายเป็นคนของหัวหน้าหลี่หรอ? "
สายลับพวกนั้นพยักหน้า
จู่ๆ เฉินเป่ยแสยะยิ้ม แล้วกวาดสายตามองไปยังสายลับไม่กี่คน แล้วพูดด้วยเสียงเรียบ "คนที่หัวหน้าหลี่ฝึกออกมาถือว่าเป็นระดับต้นๆ ของทีมดูแลความปลอดภัยในประเทศ ทำไมเขาถึงมีลูกน้องอย่างพวกนาย?! "
ฉึก!
บรรยากาศเงียบกริบไปทันที เงียบเหมือนทำให้คนรู้สึกขาดลมหายใจ!
สายลับพวกนั้นทำนัยน์ตาเกร็งไปทันที ใต้เลนส์แว่นดำ จู่ๆ ก็แผ่ซ่านความเลือดเย็นออกมา!
สีหน้าของสายลับเหล่านั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งเย็นชา ทำให้คนรู้สึกขนลุก!
"ฉันว่า ยังไงพวกนายก็เป็นคนของทีมดูแลความปลอดภัยในประเทศ และยังเป็นสายลับ กลับแม้แต่ทักษะการสอดแนมที่พื้นฐานที่สุดก็ยังไม่มี" เฉินเป่ยจับบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวน แล้วควักไฟแช็กออกมา แล้วจุดไฟ พลางพ่นควันออกมาหนึ่งคำ
สายลับเหล่านั้นทำหน้าจับตัวเป็นก้อน แล้วนัยน์ตาก็เผยความเลือดเย็นออกมา!
นี่เป็นการประชดประชันชัดๆ!ทักษะการสอดแนม.....ไม่ว่าในหังเซี่ยหรือต่างประเทศ ถ้าอยู่ในกลุ่มสายลับ งั้นสายลับทุกคนล้วนต้องเรียนรู้ความสามารถนี้!
ทักษะการสอดแนม สำหรับสายลับมากมายแล้ว นี่เป็นความสามารถที่พื้นฐานและสำคัญ
อย่าว่าสายลับชั้นยอดอย่างพวกเขาแล้ว...ทักษะการสอดแนม สำหรับพวกเขาแล้วมันง่ายมากเกินไป
แต่ตอนนี้ ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้ากลับเยาะเย้ยทักษะการสอดแนมของพวกเขา
“ทักษะการสอดแนม...นายรู้อะไรคือทักษะการสอดแนมไหม”หนึ่งในกลุ่มสายลับนั้นยกยิ้มมุมปากอย่างหยิ่งยโส
“พวกเราไม่มีทักษะการสอดแนมนะหรอ?เหอะๆ...”
“พวกเราไม่มีทักษะการสอดแนมนะ แล้วนายมีหรอ?”
เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นเรื่อยๆ เหล่าสายลับชั้นยอดล้วนโมโหและอ้าปากพูด
เมื่อเผชิญกับคำถามของเหล่าสายลับชั้นยอดนั้น มีหน้าของเฉินเป่ยไม่เปลี่ยน ทันใดนั้น เฉินเป่ยอ้าปากพูด“ทิศทางสองนาฬิกา คนที่ใส่แว่น ทิศทางเก้านาฬิกา คนที่ลากกระเป๋าเดินทาง ทิศทางสิบนาฬิกา.....”
เฉินเป่ยไม่ได้หยุด เขาพูดแต่ละทิศทางออกมาอย่างรวดเร็ว สายตาเขาก็เริ่มมืดมนลงมา
เหล่าสายลับชั้นยอดมองไปยังทิศทางที่เขาพูด เฉินเป่ยพูดขึ้นอีก“แม้พวกที่จับตามองพวกแกอยู่ก็ไม่สังเกต พวกแกยังมีหน้ามาบอกว่าตนเองมีทักษะการสอดแนมหรอ?”
สายลับชั้นยอดเหล่านั้นต้องไม่รู้อยู่แล้ว เฉินเป่ยเดินออกจากห้องโดยสาร ตอนที่มองซ้ายแลขวาไปทั่วทุกทิศ ก็ได้สังเกตเห็นมีคนกำลังแอบจับตามองอยู่ในหลายๆ ที่อย่างเงียบๆ!
ผ่านการบอกเตือนของเฉินเป่ย สายลับพวกนั้นจึงกวาดสายตามองไป สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย.......พวกที่สะกดรอยตามพวกนี้ ต้องเป็นคนที่ตระกูลตู้และจางส่งมาแน่นอน ผู้ที่สะกดรอยตามเหล่านี้แฝงตัวอย่างลึกลับ ทำให้พวกเขาที่เป็นสายลับดีเด่นไม่กี่คนที่ผ่านการฝึกฝน กลับไม่ทันได้สังเกตเห็น!
ไม่มีการตักเตือนของเฉินเป่ย พวกเขาต้องไม่มีทางเห็นผู้ที่สะกดรอยตามแน่นอน!
สายตาของเหล่าสายลับชั้นยอดที่มองเฉินเป่ยนั้นก็เปลี่ยนไปแล้ว หนึ่งในสายลับก็พูดด้วยความเกรงใจขึ้นมา ไม่ได้มีความโมโหเหมือนเมื่อกี้ "ท่านคือคุณเฉินใช่ไหมครับ"
"พาฉันไปเจอหัวหน้าหลี่" เฉินเป่ยขี้เกียจอ้อแอ้กับสายลับพวกนี้ จึงพูดขึ้นโดยตรง
สายลับเหล่านั้นเห็นเฉินเป่ยไม่ได้สนใจพวกเขา ทำให้พวกเขามองหน้ากัน เฉินเป่ยเย่อหยิ่งเกินไปแล้ว ทุกๆ คำพูดและการกระทำเคล้าด้วยกลิ่นอายของความเป็นนักเลงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!
ถ้าเมื่อกี้เฉินเป่ยไม่ได้ช่วยเหลือ พวกเขาต้องไม่เชื่อแน่นอนว่า นี่เป็นคนที่หัวหน้าหลี่ดื้อรั้งให้โทรศัพท์ไปเชิญตัวมา ตอนที่หัวหน้าหลี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรอก"
สายลับเหล่านั้นตามหลังของเฉินเป่ย หนึ่งในนั้นตามอยู่ข้างๆ เฉินเป่ย แล้วกำลังบอกถึงสถานการณ์ในตอนนี้ของหัวหน้าหลี่
"พวกเราได้ช่วยหัวหน้าหลี่ไว้อย่างฉุกเฉิน ทว่าหัวหน้าหลี่ยังคงสลบอยู่ และยังไม่ได้พ้นขีดอันตรายครับ" สายลับคนนั้นพูดตามความจริง น้ำเสียงหนักแน่น
"ไม่เป็นไร ฉันมาถึงแล้ว แค่เขาอดทนไว้ก็พอ" เฉินเป่ยเผยนัยน์ตาอันเลือดเย็นและเคร่งขรึมออกมา "ตอนนี้ บอกฉันมาว่าทำไมหัวหน้าหลี่ถึงพิการ"
"ครับ" สายลับพยักหน้า แล้วพูดขึ้นตั้งแต่แรก
เฉินเป่ยฟังการเล่าเรื่องของสายลับ สีหน้ายิ่งอยู่ยิ่งลุ่มลึกและเย็นชา ไม่มีใครรู้ว่าภายในใจของเฉินเป่ยคิดอะไรอยู่.......เพียงแค่สายลับที่นั่งอยู่ข้างหลังรถ รู้สึกได้ถึงความเลือดเย็นที่แปลกพิลึก ทำให้ส่วนลึกของวิญญาณเขาสั่นเทาเพราะด้วยเย็นเยียบนี้!
สายลับมองเฉินเป่ย ในตอนนั้น เขามักมีความรู้สึกบางอย่าง ผู้ชายตรงหน้าคนนี้เหมือนเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!
.......
หู้ไห่ ในเขตวิลล่าชั้นสูงที่หรูหราแห่งหนึ่ง
ชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนโซฟา แล้วสูบซิการ์หนึ่งคำ กลิ่นหอมของควันอ่อนๆ ค่อยๆ แพร่กระจายออกมา ทำให้กระจายไปทั่วอากาศ
ชายวัยกลางคนทำสีหน้าที่นิ่งสงบและลุ่มลึก และในตอนนี้ โทรศัพท์บ้านที่อยู่ข้างๆ ของเขาดังขึ้นทันที
เขาเอาโทรศัพท์ขึ้น แล้วทางสายมีเสียงๆ หนึ่งส่งมา "นายท่านครับ คนของทีมดูแลความปลอดภัยในประเทศถึงสนามบินแล้วครับ แล้วรับคนๆ หนึ่ง"
"รู้จักไหมว่าคนๆ นั้นคือใคร? " ชายวัยกลางคนถามขึ้น
"ไม่รู้จักครับ"
"จับตามองต่อ มีอะไรสืบหน้าก็รายงานฉันตลอด"