ตอนที่ 571
บทที่ 571 หัวหน้าแก๊ง
October 28, 2026
บทที่ 571 หัวหน้าแก๊ง
“หลีกไป! อย่าขวางทางฉัน” หลีชิงเยียนสีหน้าเย็นชาราวน้ำแข็ง
จากนั้นฝ่าเท้าเฉินเป่ยกลับไม่ได้ขยับแม้เพียงนิด ยังคงยืนอยู่ที่เดิม มองดูหลีชิงเยียน เขายิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างมีเลศนัย
ค่ำคืนนี้เขาผ่านการต่อสู้มามากเกินไป เหนื่อยจนหมดแรงนานแล้ว การได้กลับมาเจอหลีชิงเยียนอีกครั้งทำให้เขาพึงพอใจมาก แทบจะฟื้นคืนกำลังกลับมาได้เลยทีเดียว
พอเห็นเฉินเป่ยไม่มีทีท่าจะหลีกถอยเลย หลีชิงเยียนยิ่งโมโหหนักขึ้น
ก่อนนี้เธอกับซูเหลยยังเป็นห่วงกลัวเขาได้รับอันตราย แต่พอเธอเห็นเขามายืนเต็มตัวต่อหน้าแล้ว หลีชิงเยียนก็รู้สึกโมโหขึ้นมาดื้อๆซะงั้น
ประธานสาวเงยหน้าขึ้นอย่างแรง ดวงตาสวยงามวาวโรจน์ด้วยความโกรธจ้องไปที่เฉินเป่ย ดวงหน้างามเขียนคำว่าไม่พอใจไว้เต็มหน้า
“ชิงเยียน ขอให้เชื่อผมนะ คุณไม่อยากเจอเรื่องพวกนี้หรอก ไปเถอะ” เฉินเป่ยพูดอย่างจริงจังอย่างที่นานครั้งจะทำ เขาไม่ได้ล้อเล่นกับหลีชิงเยียน ก่อนหน้าที่พวกนักฆ่าจะโดนซูเหลยปราบไป นักฆ่าที่ล้มลงที่พื้นเมื่อกี้ก็โดนเฉินเป่ยเสียบมีดเข้าให้หมดอีกรอบ จะบอกว่าเลือดนองพื้นก็ไม่โอเวอร์ไป นี่ไม่ใช่สิ่งที่หลีชิงเยียนอยากเห็นแน่
“ไปก็ไป” หลีชิงเยียนกระชากกุญแจจากมือเฉินเป่ยมาอย่างโกรธๆ เธอเดินไปเปิดประตูรถ นั่งขึ้นไป และดึงหน้าต่างลง ถามหยั่งเชิงว่า “ซูเหลยล่ะ?”
“เธอกำลังเคลียร์พื้นที่ เธอให้พวกเราไปจากเยี่ยนจิงก่อน ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว ไม่ใช่ที่ที่คุณกับผมควรอยู่ พวกเราต้องรีบกลับหู้ไห่ทันที” หลังเฉินเป่ยขึ้นนั่งที่นั่งคนขับ ก็พูดระหว่างที่คาดเข็มขัดนิรภัย
หลีชิงเยี่ยนอึ้ง จู่ๆเฉินเป่ยก็พูดเรื่องจะไปจากเยี่ยนจิง ทำให้เธอแปลกใจเอามากๆ
“ไม่ได้ ฉันยังมีงานหลายอย่างยังไม่ได้โอนเลย” หลีชิงเยียนพูดไปก็ปลดเข็มขัดนิรภัยไป ทำท่าจะลงรถ
“ชิงเยียน ตอนนี้สถานการณ์คับขันมาก มีคนคอยจ้องเล็งพวกเราอยู่ ถ้าเราไม่ไปตอนนี้ กลัวว่าจะมีนักฆ่ามาอีก!” ทันใดนั้นเสียงเฉินเป่ยเปลี่ยนเป็นเข้มงวดขึ้นมา เต็มไปด้วยพาวเวอร์และคำสั่ง
หลีชิงเยียนขมวดคิ้วมุ่น “คนพวกนี้ไม่สนใจกฎหมายกันเลยหรือไง? ทำตัวโจ่งครึ่มแบบนี้ ไม่กลัวโดนจับหรือไงกัน?”
เฉินเป่ยมองไปข้างหน้า สายตาเปลี่ยนเป็นล้ำลึก “กฎหมาย? แบ็คของพวกเขาเหยียบกฎหมายไว้ใต้เท้าด้วยซ้ำ ก็ต้องไม่แคร์อยู่แล้ว”
“เหยียบย่ำ...” หลีชิงเยียนตกใจ แววตาฉายแววตะลึงและยากที่จะเชื่อ
“มีคนแบบนี้ได้ยังไงกัน!” หลีชิงเยียนไม่เชื่อ
“คุณไม่เชื่อคำพูดผมได้ แต่คำพูดซูเหลยคุณก็ไม่เชื่อหรอ?” เฉินเป่ยเงยหน้าขึ้น มองไปที่หลีชิงเยียนผ่านทางกระจกหลัง
ประธานสาวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า รับปากออกมา “ก็ได้ เด๋วระหว่างทางฉันจะโทรหาเลขา”
เฉินเป่ยยิ้มมุมปาก มองหลีชิงเยียนทางกระจกหลัง พลางยิ้มว่า “ชิงเยียน นั่งดีๆนะ”
พูดจบปุ๊บ ไม่รอหลีชิงเยียนเงยหน้า เฉินเป่ยเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปทันที!
“บรื้น!”
เครื่องยนต์รถสปอร์ตสีแดงดังสนั่น จากนั้นก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง!
ส่วนหลีชิงเยียนนั่งอยู่เบาะหลัง ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าทำไมจู่ๆเฉินเป่ยก็เหยียบคันเร่งพุ่งไปแบบนี้ เธอทำอะไรไม่ถูกครู่หนึ่ง ผ่านไปสักพัก เธอถึงได้สติ รีบคาดเข็มขัดนิรภัย
“ซูเหลยล่ะ?” หลีชิงเยียนถามขึ้น
“พวกเราไปสนามบินกันก่อน อีกสักพักเธอจะตามมา” เฉินเป่ยบอก
“สนามบิน คืนนี้ไปเลยหรอ?” หลีชิงเยียนอึ้ง เธอไม่คิดเลยว่าเฉินเป่ยจะรีบร้อนขนาดนี้
“ใช่ ยิ่งเร็วยิ่งดี” เฉินเป่ยพยักหน้า เขารู้ดีว่าจิงไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปแน่ ส่วนหลีชิงเยียนอยู่ที่เยี่ยนจิง ยิ่งทำให้เขาขยับแข้งขยับขาลำบาก มีเพียงหลีชิงเยียนกลับหู้ไห่อย่างปลอดภัยแล้วเท่านั้น เขาถึงจะหมดห่วง
ตอนนี้ที่รีบที่สุดคือ ก่อนจิงจะลงมือครั้งหน้า ต้องให้หลีชิงเยียนกลับหู้ไห่อย่างปลอดภัยก่อน
“เอาล่ะ ฉันจะรีบให้เครื่องบินส่วนตัวมารอรับ” หลีชิงเยียนครุ่นคิดสักครู่ ได้แต่ยอมรับปาก
ยี่สิบนาทีผ่านไป รถสปอร์ตสีแดงคันหนึ่งจอดลงที่หน้าสนามบิน
แสงไฟส่วนใหญ่ในสนามบินปิดหมดแล้ว มีเพียงอาคารใหญ่และเคาน์เตอร์ของพนักงานกะดึกที่นั่งสัปหงกเท่านั้นที่เปิดอยู่
เฉินเป่ยลงจากรถ เปิดประตูรถ หลีชิงเยียนลงมาจากรถ ทั้งคู่รีบเดินเข้าไปในสนามบิน
พอเข้าไปในสนามบิน โชคดีที่หลีชิงเยียนมีแบ็คใหญ่เป็นบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป แทบจะผ่านไปได้ตลอด การทำงานของบริษัทสายการบินนานาชาติยิ่งไวมากขึ้น ตอนเฉินเป่ยกับหลีชิงเยียนมาถึงสนามบิน คนขับและเครื่องบินส่วนตัวของเธอก็มารอแสตนบายพร้อมอยู่แล้ว
“มีเงินนี่ดีเนอะ” เฉินเป่ยเดินพึมพำพลางถอนหายใจระหว่างเดินตามหลังหลีชิงเยียนผ่านช่องทางเดิน
“สัมภาระของฉันก็ไม่เอาหรอ? ในนั้นเป็นเอกสารสำคัญทั้งนั้นเลยนะ” หลีชิงเยียนนึกถึงสัมภาระที่วางไว้ในห้องพักที่โรงแรมขึ้นมา
“ซูเหลยจะจัดการเอง ความปลอดภัยของชีวิตสำคัญที่สุดนะ” เฉินเป่ยบอก
หลีชิงเยียนพยักหน้า ทันใดนั้นเธอเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ชะงักเท้าลงมองเฉินเป่ยอย่างสงสัย “พวกนายสองคนเป็นพวกเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?”
เฉินเป่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ในความคิดของหลีชิงเยียน ซูเหลยดูจะไม่ประทับใจอะไรกับเฉินเป่ยเลย แต่ครั้งนี้กลับเข้าขากันได้เป็นอย่างดีกับเฉินเป่ยซะงั้น
ผ่านไปสักพัก เฉินเป่ยหัวเราะออกมาอย่างกระดากอาย อธิบายว่า “นี่เป็นเพราะเธอบอกผมน่ะ เธอให้คุณวางใจได้เลย เธอจัดการทุกอย่างเอง”
หลีชิงเยียนพยักหน้า ย่าวก้าวที่ช้าลงก็เริ่มกลับมารัวเร็วเหมือนเดิม เธอเชื่อใจซูเหลยมาก มีซูเหลยอยู่ สามารถทำให้เธอวางใจได้ไม่น้อยเลย
......
เยี่ยนจิง ไนต์คลับซิงอวี๋
กลางดึก สถานที่ที่เต็มไปด้วยแสงไฟแดงเขียว พร้อมสังสรรค์กินเหล้ากัน เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดให้คนมาปลดปล่อยตัวเอง
ไนต์คลับซิงอวี๋ชื่อเสียงไม่แย่เลยในวงการเที่ยวกลางคืนของเยี่ยนจิง
พอถึงกลางคืน ไนต์คลับซิงอวี๋จะเหมือนรวบรวมคนไม่หลับไม่นอนทั้งหมดของเยี่ยนจิง