ตอนที่ 573
บทที่ 573 หยูนหลิงเซียว
October 28, 2026
บทที่ 573 หยูนหลิงเซียว
“พลั่กพลั่กพลั่ก...”
รถค่อยๆแล่นบดร่างหลายร่างบนพื้นไป ยามที่นอนแบบกับพื้นไม่มีโอกาสได้ร้องด้วยซ้ำ ก็โดนฆ่าซะแล้ว
ไม่เพียงแค่นี้ จากนั้นMaybachก็ยังวิ่งพุ่งเข้าไปในช่องทางเครื่องบินส่วนตัวที่อยู่ในสนามบินอย่างบ้าคลั่งอีก!
“โครมโครมโครม!” หน้ารถแข็งแกร่งเป็นพิเศษ วิ่งชนทางกั้นต่างๆรัวๆ ซึ่งกระโปรงรถไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใดๆอีกต่างหาก!
“โครม!” หลังจากชนแผงกั้นสุดท้ายเสร็จ กำแพงช่องทางเกิดเป็นรูใหญ่ สนามบินที่กว้างใหญ่โผล่ให้เห็นในสายตา!
หัวหน้าแก๊งเทพมารตอนนี้นั่งอยู่ที่นั่งด้านหลัง ในมือถือแก้วไวน์เลอค่า ของเหลวในแก้วไหวเอน สายตาเขาดำลึกราวความมืดมิด
ที่ทำให้คนตะลึงมากไปกว่านั้นคือ ตอนที่Maybachพุ่งชนช่องทางเมื่อกี้ แก้วไวน์ในมือหัวหน้าแก๊งเทพมารคนนี้กลับไม่เอนเอียงไหวติงเลยสักนิด ยังคงถูกหัวหน้าแก๊งจับมั่นอยู่ในมือ แถมยังไม่มีเหล้ากระฉอกออกมาเลยสักนิด!
มือของหัวหน้าแก๊งมั่นคงมาก ไม่ว่าMaybachจะวิ่งไหวเอนรุนแรงยังไง เขานั่งอยู่ที่นั่งด้านหลัง กลับไม่ไหวติงสักนิดราวกับรูปปั้น
และเป็นเพราะฝีมือแบบนี้ทำให้เขามั่นใจจนกล้าท้าทายราชาหลง
ทั่วทั้งเยี่ยนจิง ไม่รู้จะมีสักกี่คนมีฝีมือควบคุมได้เท่าเขา
“โครม!” ช่องทางโดนชนจนเป็นรูโหว่ Maybachพุ่งเข้ามาในสนามบิน พุ่งตรงไปที่เครื่องบินส่วนตัวที่พวกหลีชิงเยียนอยู่!
“เกิดอะไรขึ้น?”
ภายในเครื่องบินส่วนตัว หลีชิงเยียนได้ยินเสียงโครมคราม มองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปข้างนอกอย่างสงสัย
ซูเหลยแทบกระตุก เธอมองตามไป หลีชิงเยียนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ซูเหลยเห็นMaybachคันนั้น ในใจพอเดาเรื่องราวได้ละ
น่ากลัวจะเป็นนักฆ่ากลุ่มก่อนนี้
ซูเหลยเครียดขึ้นมาทันที นักฆ่ากลุ่มนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ยอมปล่อยพวกเขา จะตามฆ่าให้ได้!
และในตอนนี้เอง เฉินเป่ยยิ้มขึ้นมาดื้อๆ พลางว่า “ไม่เป็นไรหรอก ชิงเยียน พวกเราไม่เป็นอะไรหรอก”
“พูดโอ้อวดอยู่ได้ นายรู้จักคนในรถหรือไง?” หลีชิงเยียนไม่เชื่อคำพูดของเฉินเป่ยอยู่แล้ว เลยพูดออกมาอย่างเย็นชา
เฉินเป่ยยังคงยิ้มไม่หุบ หันไปมองซูเหลยพลางว่า “พวกเราไปดูหน่อยละกัน”
เฉินเป่ยพูดจบ ก็เดินไปที่ปากทางเข้าเครื่อง
“นี่!” หลีชิงเยียนส่งเสียงรั้งเฉินเป่ยไว้
เฉินเป่ยชะงักหันมามองหลีชิงเยียน เห็นเธอจ้องมองเขานิ่งพลางถามว่า “เธอออกไปก็พอแล้ว นายจะตามออกไปทำไมน่ะ?”
“ปกป้องคุณไง?” เฉินเป่ยอึ้งก่อนยิ้มบอก
“นาย? นายเนี่ยนะ...ช่างมันละกัน” หลีชิงเยียนแค่นเสียงหึ ตอบปัดอย่างไม่ไยดี
เฉินเป่ยอึ้งเล็กน้อย ก่อนยิ้มมุมปากบอก “ก็ยังดีกว่าสาวบอบบางอย่างคุณละกันน่ะ”
พูดจบ ไม่รอหลีชิงเยียนได้สติกลับมา เฉินเป่ยเดินออกไปเลย
“นาย...” หลีชิงเยียนหน้าเจื่อน เหมือนไม่คิดมาก่อน ผ่านไปสองสามวินาที เธอถึงมีสีหน้าเย็นชาเหมือนเดิม เธอไม่คิดเลยจริงๆว่า เฉินเป่ยจะกล้าว่าเธอแบบนี้!
หลีชิงเยียนคิดจะออกไปบ้างเหมือนกัน ทันใดนั้นเธอชะงักเท้ายืนอยู่ที่หน้าประตู อึ้งเป็นไก่ตาแตกเลย
ห่างจากเครื่องบินส่วนตัวไปไม่ไกล รถMaybachแล่นเข้ามาอย่างน่ากลัว
“เอี๊ยด!”
ในตอนที่Maybachเข้าใกล้เครื่องบินส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นMaybachคันนั้นก็แล่นเข้ามา ล้อรถบดเบียดกับพื้นอย่างแรงและเร็ว เกิดเป็นเสียงบดล้อที่เสียดหู ผ่านไปสักพัก Maybachถึงหยุดลงที่หน้าเครื่องบินส่วนตัว
ใครมากัน?
เฉินเป่ยหรี่ตามอง ซูเหลยมองไปทางMaybach เธอมองอย่างระแวง กล้ามเนื้อทั่วร่างเธอตึงเครียดแข็งเกร็ง เธอเริ่มกวาดตาพินิจรถหรูคันนี้
คนที่สงสัยยิ่งไปกว่าคือหลีชิงเยียน
หลีชิงเยียนมองรถMaybachคันนั้นไกลๆ เธอสงสัยมาก เวลานี้เครื่องบินก็หยุดหมดแล้ว ไม่มีใครเข้ามาในสนามบินได้ เขาเข้ามาได้ยังไง แถมยังขับMaybachเข้ามาอีกด้วย...
“พลั่ก!”
ทันใดนั้นประตูรถเปิดออก คนขับรถเดินลงมาข้ามไปเปิดประตูที่นั่งด้านหลัง
ประตูเปิดออก จากนั้น ผู้ชายร่างสูงใหญ่เดินลงมาจากรถ