ตอนที่ 602
บทที่ 602 ตัวตน
October 28, 2026
บทที่ 602 ตัวตน
โล่ก้วนจองยืนข้างจางจื่อหลาน และถามอย่างจริงจังว่า “คุณจาง ตอนนี้เรากำลังทำการชี้ตัวผู้ต้องสงสัย ผมขอสอบถามหน่อยว่าตอนนั้นคุณอยู่ในที่เกิดเหตุไหม”
สีหน้าของจางจื่อหลานสับสน หลังจากที่เธอมองกระจกนิรภัย ใบหน้าร้ายกาจของชายคนนั้น ตอนนี้เธอมาเจอผู้ชายคนนี้ ความสับสนก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง คืนนั้นเฉินเป่ยทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก มันเหมือนกับผลกระทบที่ตามมา ทำให้เธอไม่กล้าเผชิญหน้า…
ภายในห้องลับในห้องชี้ตัว กล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพไว้ทั้งหมด ตำรวจสองนายกำลังตั้งใจจดบันทึกอยู่ข้างๆ ทั้งหมดกำลังรอให้จางจื่อหลานระบุตัวเท่านั้น ถ้าจางจื่อหลานพยักหน้า คดีนี้ก็จะสำเร็จในทันที
ภายในห้องแยกตัว เฉินเป่ยนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น เขามองกระจกห้องสืบสวนด้วยแววตาเรียบเฉยราวกับว่าเห็นเงาที่สะท้อนออกมาจากกระจกนิรภัยอย่างไรอย่างนั้น
จางจื่อหลานกัดฟัน ราวกับว่าเธอกำลังลังเล เธอรู้ดีว่าหลังจากที่เธอพยักหน้า จะเกิดอะไรขึ้น เฉินเป่ยก็จะถูกตัดสินโทษ แต่โทษนานเท่าไร มันไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายจะตัดสินได้
เพราะว่าเบื้องหลังมีคนค่อยสนับสนุน เธอรู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของบอสตัวเอง
จางจื่อหลานจ้องเฉินเป่ยอยู่นาน จากนั้นเธอจึงละสายตาออก พยักหน้าช้าๆ และพูดว่า “ใช่”
โล่ก้วนจองปรบมือทันที
“ดี! มีพยานบุคคลแล้ว!”
โล่ก้วนจองมีสีหน้าร้ายกาจ จางจื่นหลานยอมรับ พยานบุคคลชัดเจนขนาดนี้ สามารถระบุข้อหาของเฉินเป่ยได้โดยตรง ข้อหานี้ถึงเขาจะโต้แย้งแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์! ถ้ามีพยานบุคคล ทุกอย่างก็สามารถสรุปได้แล้ว
หลังจากที่จางจื่อหลานระบุตัวเสร็จ ตำรวจสองนายก็พาเธอออกจากห้องชี้ตัว ตอนที่เธอออกไป แววตาของเฉินเป่ยก็มองตามเงาของเธอ แววตาของเขาลุ่มลึก
โล่ก้วนจองเข้ามาในห้องแยกตัวพร้อมกับเอกสารปึกหนา เขาฟาดเอกสารลงข้างหน้าเฉินเป่ยอย่างแรง
“เฉินเป่ย จากการชี้ตัวของจางจื่อหลาน ยืนยันว่านายคือคนร้ายในคดีนี้ มีพยานบุคคลชัดเจน นายยังจะเถียงอีกไหม” น้ำเสียงของโล่ก้วนจองเย็นชาและแข็งกร้าวราวกับถามแกมบังคับ
เฉินเป่ยช้อนตาขึ้นมอง เขาจ้องไปในตาของโล่ก้วนจองนิ่งๆ จากนั้นก็หัวเราะออกมา จนทำให้รู้สึกประหลาดใจ
โล่ก้วนจองตบโต๊ะอย่างแรง และพูดด้วยความโมโหว่า “นายจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ!”
เฉินเป่ยมองเขาอย่างยียวน “ผู้บัญชาการโล่ คุณว่าผมจะยอมรับหรือไม่ยอมรับดีล่ะ”
สีหน้าของโล่ก้วนจองดุร้าย เขาแผดเสียงออกมาว่า “ไม่ยอมยังไงก็ต้องยอม มีพยานบุคคลชัดเจน นายจะโต้แย้งยังไงอีก”
แววตาของเฉินเป่ยลุ่มลึก เขาพยักหน้าแล้วพูดเนิบๆ “ได้ งั้นผมยอมรับ”
โล่ก้วนจองอึ้งไป ราวกับเขาตั้งตัวไม่ทัน ยอมรับแล้ว ทำไมถึงเร็วขนาดนี้ เขาถามออกมาอย่างไม่รู้ตัวอีกครั้ง “นายถูกสงสัยว่าพยายามข่มขืนจางจื่อหลาน นายยอมรับแล้วเหรอ”
“ยอมรับ” เฉินเป่ยพูดออกมา
เมื่อได้ยินเฉินเป่ยยอมรับจากปากของตัวเอง ความร้ายกาจฉายออกมาทางใบหน้าของโล่ก้วนจง ในที่สุดก็ยอมรับแล้ว ในเมื่อเฉินเป่ยยอมรับก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่ตลอดชีวิต
โล่ก้วนจองมองเฉินเป่ยอย่างมีเลศนัย จากนั้นจึงหยิบเอกสารและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
โล่ก้วนจองเดินมาที่ฝ่ายควบคุมกล้องวงจรปิด เขาสั่งให้ลูกน้องเอาภาพวิดีโอตอนที่เฉินเป่ยยอมรับผิดออกมา
เมื่อเห็นภาพที่เฉินเป่ยพยักหน้ายอมรับผิด โล่ก้วนจองหรี่ตาลงและแสยะยิ้มออกมา เฉินเป่ย ในที่สุดแกก็มาอยู่ในมือของฉัน ฉันจะสอนให้แกรู้จักกับคำว่าหมดหนทาง!
“เลือกคนที่เก่งด้านเทคนิคที่สุดในสถานีตำรวจมาให้ฉัน ฉันจะตกแต่งวิดีโอ” โล่ก้วนจองพูดออกมา
ตำรวจคนนั้นอึ้งไป จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ผู้บัญชาการโล่ วิดีโอนี้เป็นภาพความละเอียดสูงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตกแต่ง…”
โล่ก้วนจองหรี่ตาลง เขาพูดด้วยน้ำเสียงยืดยาน “ไม่ สิ่งที่ฉันต้องการจะทำคือการตกแต่งแบบอื่น…”
…
ตอนนี้ก็สี่ทุ่มแล้ว หลีชิงเยียนกับหลีหยางนั่งเป็นกังวลอยู่ในสถานีตำรวจ สองพ่อลูกกำลังรอข่าวของเฉินเป่ย…
ทีมทนายความเจรจาอย่างจริงจัง แต่ทั้งหมดมันกลับไร้ประโยชน์ สถานีตำรวจทำตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อสอบปากคำเสร็จสิ้น และหลังจากที่เฉินเป่ยได้รับการยืนยันว่าบริสุทธิ์ ถึงจะช่วยเหลือได้!
ซูเหลยนั่งนิ่งๆ อยู่ด้านข้าง ราวกับไม่สนใจเรื่องที่เฉินเป่ยโดนจับ
ขณะนั้นเอง มีตำรวจเดินออกมาจากข้างใน
หลีชิงเยียนรีบลุกขึ้นมาทันที เธอถามอย่างเป็นกังวลว่า “คุณตำรวจ เฉินเป่ยเป็นยังไงบ้าง จะปล่อยตัวเขาตอนไหนคะ”
“ปล่อยตัว? หึ คงไม่ต้องรอแล้วล่ะ!” เจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นหนังสือแจ้งการจับกุมไปตรงหน้าของหลีชิงเยียนด้วยสีหน้าเย็นชา “ตอนนี้เฉินเป่ยสารภาพออกมาแล้ว! คุณเป็นญาติเขาใช่ไหม กรุณาเซ็นชื่อตรงนี้ด้วย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีชิงเยียนหน้าซีดเผือด เธอตัวสั่นเบาๆ และงงไปหมด
เขาเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดนี่จริงเหรอ!
หลีหยางสีหน้าเคร่งขรึม เขาพูดออกมาว่า “เป็นไปไม่ได้ เจ้าเฉินจะทำผิดแบบนี้ได้ยังไงกัน พวกคุณเข้าใจผิดหรือเปล่า”
ตำรวจจ้องหลีหยางด้วยสายตาเย็นชา “คุณกำลังสงสัยการทำคดีของเราอย่างนั้นเหรอ”
“ฉันไม่เชื่อว่าเจ้าเฉินจะทำเรื่องแบบนี้!” หลีหยางพูดด้วยความโมโห
สีหน้าของตำรวจเย็นชา “พยานบุคคลยืนยันแล้ว ผู้ต้องสงสัยก็สารภาพออกมาจากปากของตัวเอง มีแต่คุณที่ไม่เชื่อ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของหลีหยางเปลี่ยนไปทันที เฉินเป่ย…สารภาพอย่างนั้นเหรอ??
หลีชิงเยียนหน้าซีดเผือด ตอนนี้แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน เหมือนเธอจะคิดอะไรได้ เมื่อกี้เธอเห็นจางจื่อหลานเดินเข้ามาในสถานีตำรวจ จากนั้นก็รีบออกไป อย่าบอกนะว่า…ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งที่เธอไม่อยากจะยอมรับมัน ลอยเข้ามาในหัวของเธอ…
ตอนนี้หลีชิงเยียนก่นด่าเฉินเป่ยอยู่ในใจ แต่ทว่าดวงตาของเธอค่อยๆ แดงขึ้น มันคือความตื่นตระหนกในใจ ความกังวลและความกลัว เธอกลัวว่าเฉินเป่ยจะออกมาไม่ได้อีก แล้วจะทำยังไง
“พอเถอะ รีบเซ็นชื่อ” ตำรวจพูดอย่างเหลืออด
หลีชิงเยียนมือสั่น เธอเซ็นชื่อลงไปในหนังสือแจ้งการจับกุม ตอนนี้จิตใจของเธอว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนี้เธอไม่มีแม้แต่ความนิ่ง เธอแทบจะเสียสติไปแล้ว
หลีหยางเดินมาตรงหน้าลูกสาวด้วยสีหน้าสับสน เขาตบบ่าลูกสาวเบาๆ “ชิงเยียน เรากลับกันก่อนเถอะ… พรุ่งนี้พ่อจะไปคุยกับหัวหน้าสถานีตำรวจอีกครั้ง ลูกวางใจเถอะ พ่อจะช่วยเฉินเป่ยออกมาให้ได้”
ดวงตาของหลีชิงเยียนแดงก่ำ ตาคู่สวยพร่าเลือนไปหมด
“พ่อกลับไปก่อนเถอะค่ะ หนูจะอยู่รอเขาที่นี่…” หลีชิงเยียนพูดอย่างเป็นกังวล
“แต่ว่า..ลูกอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เฉินเป่ยเป็นแบบนี้ ลูกต้องยิ่งดูแลตัวเองให้ดี..ตอนนี้เมืองหู้ไห่อันตรายมาก ความปลอดภัยของลูกสำคัญที่สุด” หลีหยางเอ่ยเตือน
ขณะนั้นเอง ซูเหลยลุกขึ้นช้าๆ เธอโน้มหน้าไปที่ข้างหูของหลีชิงเยียน และพูดเบาๆ ว่า “อย่ากังวลเลย ราชาหลงจะต้องไม่เป็นอะไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีชิงเยียนก็ชะงักไป ราชาหลง? เธอได้ยินชื่อนี้อีกแล้ว ชื่อนี้มันหมายความว่าอะไร ทำไมซูเหลยถึงทำท่าเหมือนมีอะไรบางอย่าง
ถึงจะสงสัย แต่หลังจากที่หลีชิงเยียนได้ยินชื่อนี้ เธอก็รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะ
สุดท้ายหลีชิงเยียนก็ออกจากสถานีตำรวจไปพร้อมกับพ่อ โดยมีซูเหลยดูแลความปลอดภัยของพวกเขาตลอดทาง
…
กลางดึก ภายในห้องเทคนิคของสถานีตำรวจ พนักงานเทคนิคกลุ่มหนึ่งกำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และตั้งใจจัดการกับวิดีโอ