ตอนที่ 626
บทที่ 626 งานเลี้ยง
October 28, 2026
บทที่ 626 งานเลี้ยง
เฉินเป่ยกดหลีชิงเยียนเอาไว้กับโต๊ะทำงาน เขาใช้แรงปิดปากของเธอ ไม่ให้เธอพูดอะไรออกมา
ทั้งสองคนนัวเนียกันอยูพักใหญ่ หลีชิงเยียนหน้าแดงระเรื่อ แต่มันแดงเพราะความโกรธ
หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังเล่นวิดีโอหนังรักอันร้อนแรง เสียงดังออกมาจากลำโพงอย่างต่อเนื่อง
และในห้องทำงาน สงครามของคนจริงก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลีชิงเยียนโดนเฉินเป่ยกดขี่อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเธอจึงกัดข้างปากของเฉินเป่ยด้วยความโมโห
กลิ่นคาวเลือดแผ่ซ่านไปทั่ว แต่มันกลับทำให้เฉินเป่ยเลือดร้อยขึ้นอีก เธอถ่างขาของหลีชิงเยียนออก และบุกรุกเข้าไปใต้กระโปรงของเธออย่างเอาแต่ใจ
ตอนนี้หลีชิงเยียนตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
เธอใช้ทั้งสองมือปัดป่าย สีหน้าของเธอเหมือนกำลังเสียสติ
“ไอ้เวร จะทำอะไรน่ะ” หลีชิงเยียนใช้แรงขัดขืน เธอใช้ขาเตะและดันเฉินเป่ย ส้นสูงของเธอหลุดออกไปแล้ว ขาทั้งสองข้างเตะไปที่เฉินเป่ยและพยายามดิ้นรนครั้งสุดท้าย
เฉินเป่ยแสยะยิ้มด้วยความโมโห “เมื่อกี้คุณดื้อดึงมากไม่ใช่เหรอ จะแฉผมไม่ใช่หรือไง ในเมื่อวันนี้จะต้องตาย ผมก็ขอทำอะไรเกินเลยก่อนที่จะต้องอับอาย”
“อย่านะไอ้เวร ถ้านายกล้าเตะต้องตัวฉัน ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!” หลีชิงเยียนพูดด้วยความโมโห เธอหวาดกลัวจริงๆ ตอนนี้เฉินเป่ยไม่ฟังอะไรจนดูน่ากลัว เธอไม่สามารถขัดขืนได้เลย
เฉินเป่ยยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ “ผู้หญิงน่ารังเกียจ ยังกล้าปากแข็งอีกนะ” พูดพลางเขาก็ทำอะไรตามอำเภอใจมากขึ้นไปอีก
หลีชิงเยียนสั่นไปทั้งตัว เธอรู้สึกเหมือนโดนมดกัด ตอนนี้เธอทั้งอายและโมโห
“อย่า ขอร้องล่ะ” หลีชิงเยียนพยายามร้องขอ ตอนนี้เธอหวาดกลัวและตัวสั่นไปหมด
เฉินเป่ยยิ้มกวนประสาท “คุณพูดอะไร ผมฟังไม่ค่อยได้ยิน”
หลีชิงเยียนกัดฟันกรอด ตอนนี้เธอไม่พอใจเป็นอย่างมาก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ ตอนแรกเธอต้องการใช้โอกาสนี้เอาคืนเฉินเป่ย แต่เธอคิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้จะบังอาจและน่ารังเกียจขนาดนี้ กล้าทำแบบนี้กับเธอ ตอนนี้เธอกลายเป็นเหยื่อของเขาไปแล้ว จึงจำเป็นต้องยอมแพ้
“อย่านะ ปล่อยฉัน..” น้ำเสียงของหลีชิงเยียนสั่นระรัว และเต็มไปด้วยความอับอาย
เฉินเป่ยยืนหน้าไปข้างหูเธอ จากนั้นก็พูดอย่างร้ายกาจว่า “งั้นคุณคิดจะแฉผมอีกไหม”
หลีชิงเยียนกัดฟันกรอด จากนั้นเธอจึงฝืนใจพูดออกมาว่า “ไม่..”
“งั้น ไหนลองเรียกผมว่าพี่ให้ฟังหน่อยสิ” เฉินเป่ยยิ้มกวนประสาทแล้วพูดขู่ออกมา รอยยิ้มของเขาเหมือนกับพวกอันธพาล
“นาย!” หลีชิงเยียนโกรธฟึดฟัด นี่มันน่าอายมาก
เฉินเป่ยยิ้มกวนประสาทขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ เธอก็ประกบปากของเธออย่างแรง
หลีชิงเยียนขัดขืนจนตัวสั่น แต่ขัดขืนอยู่นานเธอจึงหมดแรงสู้ เธอโดนเขากดตัวเอาไว้ ราวกับลูกกวางที่กำลังเหม่อลอยที่ปล่อยให้หมาป่าทำอะไรตามอำเภอใจ
ทั้งสองนัวเนียกันอยู่บนโต๊ะทำงาน กอดรัดฟัดเหวี่ยงราวกับหนังรักเรื่องหนึ่ง
ทันใดนั้นประตูห้องทำงานถูกผลักออกเบาๆ
ซุนเจียเจียยืนอยู่หน้าประตู เธอถือแก้วกาแฟและยืนมองภาพนั้นอย่างอึ้งๆ เดิมทีเธอจะเอากาแฟมาให้เฉินเป่ย แต่ใครจะไปคิดว่าเมื่อมาถึงก็เจอกับภาพบาดตาบาดใจ
“เพล้ง” แก้วกาแฟในมือของเธอหล่นลงบนพื้น
เฉินเป่ยได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น เขาเห็นซุนเจียเจียยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงาน
สีหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ เธอไม่ได้พูดอะไรและหันหลังเดินออกไป
เฉินเป่ยอึ้งไป เขารีบผละออกจากตัวของหลีชิงเยียน
“ขอโทษนะชิงเยียน เมื่อกี้เลขาของเธอคงคิดว่าเราทำอะไรเกินเลยกันไปแล้ว” เฉินเป่ยยิ้มกวนประสาท
พูดจบเขาก็รีบเดินตามไป
ผมของหลีชิงเยียนยุ่งเหยิง สภาพของเธอดูไม่ปกติ เธอจัดการห้องทำงานของเฉินเป่ยจนเละเทะไปหมด จากนั้นก็ตัวอ่อนปวกเปียกเดินออกไปจากห้องทำงานของเฉินเป่ย
ซุนเจียเจียกระทืบส้นสูงเดินกลับไปในห้องทำงานของตัวเอง เธอล็อกประตูทันที
เฉินเป่ยมาถึงหน้าห้องทำงาน เขาเคาะประตูแล้วพูดว่า “เปิดประตูหน่อยเลขาซุน”
ไม่มีเสียงตอบรับจากข้างใน
เฉินเป่ยเคาะประตูอีก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ
เฉินเป่ยไม่รู้จะทำอย่างไร เขาตัดสินใจใช้วิธีพิเศษ เขาปลดล็อกประตูจากข้างนอกและผลักเข้าไป
ตอนนี้ซุนเจียเจียนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน สีหน้าของเธอตกตะลึง การที่เป็นเลขาของหลีชิงเยียน เธอรู้ความสัมพันธ์ของหลีชิงเยียนกับเฉินเป่ยดีกว่าใคร แต่เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าประธานเทพธิดาจะทำเรื่องแบบนั้นกลางวันแสกๆ
เฉินเป่ยเข้ามาในห้องทำงานและปิดประตูลง
“เจียเจีย เมื่อกี้…” เฉินเป่ยลังเลเพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ซุนเจียเจียกะพริบตา “เมื่อกี้ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” น้ำเสียงของเธอโมโหและหึงอย่างเห็นได้ชัด
เฉินเป่ยยื่นหน้าไปตรงหน้าเธอ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เจียเจีย เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อกี้ฉันแค่ปรึกษาเรื่องธุรกิจกับประธานหลี…”
เฉินเป่ยอธิบายช้าๆ เขาปรึกษาธุรกิจกับหลีชิงเยียนจริงๆ แต่ว่าเป็นเพียงธุรกิจไม่กี่ร้อยล้าน เมื่อครู่เขาแค่หัวร้อน และอยากสั่งสอนเธอแค่นั้น แต่คิดไม่ถึงว่าซุนเจียเจียจะบังเอิญมาเห็น
“ไม่เป็นไรหรอก พวกนายสองคนจะจัดงานเลี้ยงไหม” ซุนเจียเจียไม่เชื่อ เธอมองเฉินเป่ย ตอนนี้เธอน้อยใจเป็นอย่างมาก สีหน้าของเธอห่อเหี่ยวจนน่าสงสาร
เฉินเป่ยมืดแปดด้าน เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี เพราะภาพเมื่อครู่มันค่อนข้างที่จะอธิบายยาก
เขาตัดสินใจโน้มเข้าไปหาซุนเจียเจีย และรวบร่างบางเข้ามากอดและนั่งลงบนเก้าอี้
ตัวของซุนเจียเจียโดนเฉินเป่ยกอดเอาไว้ เธอนั่งอยู่บนขาของเฉินเป่ย ตอนแรกเธอดิ้นเล็กน้อย
แต่เฉินเป่ยไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยเธอ แถมยังกอดเธอแน่นขึ้นเพื่อสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ ตอนนี้เฉินเป่ยรู้สึกถึงความอ่อนโยน
“เจียเจีย อย่าโกรธเลยนะ…” เฉินเป่ยกอดและพูดง้อเธออย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังง้อผู้หญิงซึ่งเป็นที่รัก
เมื่อได้ยินเสียงของเฉินเป่ย ร่างกายของซุนเจียเจียก็อ่อนยวบ และให้เฉินเป่ยกอดตามอำเภอใจ
ซุนเจียเจียสีหน้าห่อเหี่ยว แววตาคู่สวยแดงก่ำเล็กน้อย “นายกับหลีชิงเยียนเป็นอะไรกัน” เสียงของเธอเบาราวกับไร้ความกล้า ขนาดตัวเธอเองยังรู้สึกประหลาดใจ ทำไมเธอถึงแคร์เฉินเป่ยขนาดนี้ ทำไมถึงแคร์เรื่องที่เฉินเป่ยอยู่กับผู้หญิงคนอื่น
ในความเป็นจริง ทำไมซุนเจียเจียจะไม่รู้ความสัมพันธ์ของเฉินเป่ยกับหลีชิงเยียน แต่เธอก็ยังดึงดันถามออกไป เหมือนกับกำลังกลั่นแกล้งตัวเอง
เฉินเป่ยเห็นเช่นนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปช้าๆ “เจียเจีย อย่าโกรธเลยนะ ผมขอจูบหน่อยนะ”
ซุนเจียเจียย่นปากยู่บนพึมพำ “อย่า…อื้อออ” เธอยังไม่ทันได้พูดจบ เฉินเป่ยก็ปิดปากเธอทันที
ตอนแรกซุนเจียเจียยังต่อต้าน แต่เมื่อเฉินเป่ยเล้าโลมไม่กี่นาที ร่างกายของเธอก็อ่อนปวกเปียก
“เฉินเป่ย อื้อออ อย่าจูบ เย็นนี้ฉันต้องไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนสนิท นายจูบจนเครื่องสำอางของฉันเลอะหมดแล้ว” ตัวของซุนเจียเจียสั่นเบาๆ มือเล็กผลักไปที่หน้าอกของเฉินเป่ย เพื่อที่จะผละออกจากเขา
เฉินเป่ยเห็นท่าทางที่มีเสน่ห์ของเธอ ก็รู้สึกอยากกินเข้าไปอีก
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยแต่งใหม่ก็ได้” เฉินเป่ยพูดเบาๆ เสียงของเขาอ่อนโยนและยียวน
“นี่..อย่าทำแบบนี้สิ” ซุนเจียเจียตื่นตระหนก มือเล็กกำมือปลาหมึกของเฉินเป่ยเอาไว้เพื่อที่จะห้ามเขา
เฉินเป่ยยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกสองเม็ด
เฉินเป่ยรู้สึกเหมือนเลือดกำเดาจะไหลออกมา
ซุนเจียเจียตื่นตระหนกจนเกือบจะร้องไห้ออกมา ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ
เมื่อเห็นท่าทีของเจียเจีย เฉินเป่ยก็อดไม่ได้ที่จะติดกระดุมเสื้อให้เธอเบาๆ
ซุนเจียเจียสับสนไปหมด พวงแก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ จนแทบจะอดใจกัดลงไปไม่ได้
เฉินเป่ยติดกระดุมให้เธอ แต่ทว่าเขายังไม่ผละออกจากใบหน้าของเธอ