ตอนที่ 630
บทที่ 630 พวกนายเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ
October 28, 2026
บทที่ 630 พวกนายเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ
สุดท้ายซุนเจียเจียก็ไม่สามารถห้ามได้ เธอยอมจำนนและนอนอยู่บนเตียง เหงื่อเปียกชื้นไหลออกมา…
ทั้งสองนัวเนียกันอยู่นาน เฉินเป่ยเหงื่อไหลเต็มตัว เขาหมดแรงอย่างเห็นได้ชัด
ซุนเจียเจียมองผู้ชายที่นอนทับตัวเธออยู่อย่างหมดแรง จู่ๆ เธอก็หัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอแฝงไปด้วยความสุข
ซุนเจียเจียผลักเขาออก ใบหน้าของเธอกำลังตำหนิและรังเกียจ
เฉินเป่ยอดพูดออกมาไม่ได้ว่า “ผมจะบอกให้นะเจียเจีย เมื่อกี้ผมกำลังปรนนิบัติคุณไง ทำไมถึงรังเกียจผมขนาดนี้ล่ะ”
หึ ซุนเจียเจียพองแก้ม เธอไม่พอใจ แต่มุมปากของเธอกลับยิ้มหวาน
“โอเค ไม่เล่นแล้ว ฉันจะไปอาบน้ำ” ซุนเจียเจียพูดพลางดึงชุดนอนขึ้นมาปิดตัว จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในห้องน้ำ หลังจากผ่านสงครามรักเมื่อเช้าและเมื่อคืน ตัวเธอเหนียวเหนอะหนะไปหมด แถมยังมีร่องรอยของเฉินเป่ยอีก เธอต้องอาบน้ำ
เฉินเป่ยแสยะยิ้มมุมปาก เขาถอดเสื้อเชิ้ตออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อกำยำ จากนั้นเธอก็ตามเข้าไปในห้องน้ำ
“นี่ นายเข้ามาทำไม” ซุนเจียเจียแช่น้ำอยู่ในอ่าง เมื่อเห็นเฉินเป่ยเข้ามา เธอถึงกับตกใจ
“เจียเจีย ให้ผมอาบน้ำเป็นเพื่อนคุณเถอะ” เฉินเป่ยแสยะยิ้ม โดนไม่สนใจสิ่งที่ซุนเจียเจียพูด เขาดึงดันลงมาในอ่างอาบน้ำ
ตอนนี้ร่างกายของเฉินเป่ยเปลือยเปล่า ซุนเจียเจียกวาดตามองผิวสีคล้ำของเขา จู่ๆ เธอก็อึ้งไป บนตัวของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่น่ากลัว
“ทำไม…บนตัวของนายถึง…” ซุนเจียเจียหน้าซีดเล็กน้อย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนเห็นรอยแผลเป็นบนตัวของเขาก็ต้องตกใจอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงที่ว่านอนสอนง่ายอย่างซุนเจียเจียที่ไม่เคยเห็นรอยแผลเป็นบนร่างกายที่น่ากลัวขนาดนี้ เธอมองรอยแผลเป็นที่น่ากลัวบนร่างกายของเฉินเป่ย ราวกับจะหยุดหายใจ ความรู้สึกแบบนั้นทำให้เธอตกใจ ผู้ชายคนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง ต้องผ่านความทุกข์ทรมานขนาดไหน บนร่างกายถึงมีรอยแผลเป็นที่น่ากลัวขนาดนี้
“เอ่อ..แผลเป็นพวกนี้เหรอ มันเกิดจากการโดนลอบโจมตีในต่างแดนน่ะ ในต่างแดนวุ่นวายมาก ฉันโชคไม่ค่อยดีเลยโดนลอบโจมตีหลายครั้ง ทำให้มีรอยแผลเป็นเต็มตัว” เฉินเป่ยหาข้ออ้างพูดออกมา
ซุนเจียเจียอึ้งไป ถึงแม้ว่าเธอจะไร้เดียงสา แต่เธอก็ไม่ได้โง่ เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวไม่เชื่อคำพูดของเฉินเป่ย
เฉินเป่ยนอนเอนลงในอ่างอาบน้ำ เขาโอบตัวของเจียเจียไว้หลวมๆ ทั้งสองเหมือนคู่รักแสนหวาน ทั้งคู่แอบอิงเนื้อแนบเนื้ออยู่ด้วยกัน
ซุนเจียเจียพิงอยู่บนอกของเฉินเป่ย มือนุ่มลูบแผลเป็นที่อยู่บนตัวของเขา เธอรู้สึกวูบโหวงในใจ เบื้องหลังของผู้ชายคนนี้ต้องมีเรื่องมากมายแน่นอน เรื่องพวกนั้นคงเหมือนรอยแผลเป็นที่น่ากลัวบนตัวของเขา
ราวกับสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมอก เฉินเป่ยลูบศีรษะของเธอเบาๆ จากนั้นจึงพูดอย่างอ่อนโยนว่า “เจียเจีย ไม่ว่าจะเป็นยังไง ฉันก็ไม่มีทางทำร้ายเธอ…”
ดวงตาคู่สวยของซุนเจียเจียแดงระเรื่อ เธอปรายตามองเขา “เมื่อคืนฉันมอบร่างกายให้นายแล้ว นายว่าฉันจะกลัวไหม”
เฉินเป่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็โน้มหน้าเข้าไปจูบหญิงสาว
ทั้งสองสูญเสียการควบคุมอยู่ในอ่างอาบน้ำอุ่นๆ
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ซุนเจียเจียพิงอยู่ในอกของเฉินเป่ยอย่างไร้เรี่ยวแรง ทั้งสองแช่อยู่ในน้ำและหลับตาลงเบาๆ
กว่าหนึ่งชั่วโมงทั้งสองคนถึงจะอาบน้ำเสร็จ
ซุนเจียเจียกับเฉินเป่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าและรีบขับรถไปที่บริษัท ถึงกระนั้นทั้งสองก็มาทำงานสายแล้ว
เมื่อเฉินเป่ยมาถึงบริษัท หลีชิงเยียนเรียกเขาเข้าไปในห้องทำงาน
ประธานเทพธิดารวบผมมาไว้ข้างๆ เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ได้พูดอะไร
“เมื่อวานนายไปไหน เมื่อเช้าก็ไม่มารับฉัน” หลีชิงเยียนถามขึ้น
เฉินเป่ยอึ้งไป เขาพูดอธิบายว่า “อ้อ เมื่อวานผมไปงานเลี้ยงกับเพื่อนน่ะ”
แววตาคู่สวยดูสงสัย “งานเลี้ยง เมื่อเช้าเลยนั่งรถมาทำงานกับซุนเจียเจียอย่างนั้นเหรอ แถมยังมาสายทั้งคู่ด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินเป่ยใจเต้นตึกตัก เมื่อเช้าเขาจงใจแยกกับซุนเจียเจีย โดยใช้ลิฟต์อีกตัวขึ้นมาที่ห้องทำงาน คิดไม่ถึงว่าหลีชิงเยียนจะเห็น ผู้หญิงคนนี้มีสายที่คอยสอดส่องอยู่ทั่วบริษัท
“เอ่อ..เรื่องนี้ผมอธิบายได้ เมื่อเช้าซุนเจียเจียโทรมาหาผม บอกว่ารถเสีย ผมเลยรีบไปซ่อมให้ ซ่อมเสร็จก็ผ่านไปชั่วโมงกว่า ผมก็เลยมาทำงานสาย..” เฉินเป่ยเกาหัวแล้วอธิบายออกมา เขาอธิบายไม่ได้เรื่องเลย เขาเองก็รู้สึกร้อนตัวเหมือนกัน
แววตาของหลีชิงเยียนนิ่ง เธอพูดขึ้นว่า “อืม นายออกไปเถอะ ฉันจะทำงาน”
เฉินเป่ยอึ้งเล็กน้อย วันนี้แม่เสือสาวแปลกไปนะ แต่เขาก็ไม่กล้าอยู่ต่อและเดินออกไปจากห้องทำงานอย่างหวาดระแวง
หลังจากที่เฉินเป่ยเดินออกไป ใบหน้าสงบนิ่งของหลีชิงเยียนหายวับไปในทันที มันถูกแทนที่ด้วยความโมโห
เธอกำปากกาแน่น และพูดออกมาอย่างหงุดหงิดว่า “ไอ้เลว คิดว่าฉันโง่หรือไง รถเสียทำไมไม่โทรหาอู่ซ่อมรถล่ะ จะโทรหานายทำไม ไอ้เลวเอ๊ย หน้าไม่อายจริงๆ!”
ตอนนี้หลีชิงเยียนโมโหจนไม่เหลือภาพลัษณ์ของประธานเทพธิดาแล้ว เธอเหมือนป้าแก่ขี้หึงคนหนึ่งที่ทำให้คนประหลาดใจ
…
ค่ายบู๊หู้ไห่
เหล่าเด็กฝึกกำลังฝึกอยู่ในโรงฝึก เมื่อเจอกับเหตุการณ์ครั้งก่อน พวกเด็กหนุ่มรู้ทันทีว่าความสามารถของตัวเองยังไม่เพียงพอ ดังนั้นทุกคนจึงฝึกฝนอย่างหนักและกลายเป็นคนขยันขึ้นมาทันที
เซี่ยเจี้ยนกั๋วอยู่ในชุดฝึก เขายืนอยู่หน้าเวทีฝึกและตั้งใจสอนทักษะให้เหล่าเด็กหนุ่ม
ระหว่างนั้นเซี่ยเจี้ยนกั๋วรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เหมือนมีลมหายใจประหลาดกำลังใกล้เข้ามา
เขาหันไปมองข้างนอกโรงฝึก ข้างนอกไม่มีใครสักคนและเงียบมาก
เซี่ยเจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วขึ้นช้าๆ เขาเหลือบไปมองที่หน้าประตู
วินาทีนั้นเขาถึงกับตกใจ
ผู้อาวุโสผมขาวยืนอยู่หน้าประตู เขาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูโรงฝึกอย่างกะทันหัน
ไม่มีแม้แต่เสียงราวกับโผล่ออกมาจากอากาศ
เซี่ยเจี้ยนกั๋วขยี้ตาอย่างแรงเพราะคิดว่าตัวเองตาฝาด
จากนั้นเขาถึงกับเบิกตาโพลง
เพราะร่างกายของผู้อาวุโสผมขาวกลายเป็นเงาที่เหมือนภาพลวงตา
วินาทีต่อมา ผู้อาวุโสคนนั้นก็มายืนอยู่กลางโรงฝึก
เขาเคลื่อนไหวเร็วมาก เซี่ยเจี้ยนกั๋วไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของผู้อาวุโสผมขาวได้ด้วยตาเปล่า เห็นเพียงเงาที่เคลื่อนตัวผ่านหน้าไปเท่านั้น ความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ทักษะไม่เอาไหน ต่อสู้ไร้เรี่ยวแรง ข้อบกพร่องมากมาย นี่คือค่ายบู๊หู้ไห่อย่างนั้นเหรอ” ผู้อาวุโสผมขาวเอามือไพล่หลังยืนอยู่กลางโรงฝึก เขาพูดออกมาเนิบๆ แต่น้ำเสียงของเขาไม่มีใครเหมือน
เหล่าเด็กฝึกในค่ายบู๊หู้ไห่ตั้งสติได้ พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ามีผู้อาวุโสผมขาวปรากฏตัวอยู่กลางโรงฝึก นี่มันเหมือนกับผีชัดๆ น่าตกใจมาก
“นายเป็นใคร” เหล่าเด็กฝึกที่อยู่ในโรงฝึกจ้องผู้อาวุโสผมขาว และถามขึ้น
ผู้อาวุโสผมขาวยังยืนอยู่กลางโรงฝึก แววตาของเขาลุ่มลึกและหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ
“เฉินเป่ยอยู่ที่ไหน ฉันมาหาเฉินเป่ย” ผู้อาวุโสยืนอย่างสงบ แต่กลับไม่มีใครกล้าต่อกรกับเขา
เซี่ยเจี้ยนกั๋วสีหน้านิ่ง เขาเดินไปข้างหน้าและทำความเคารพ “ผู้อาวุโส มาหาเฉินเป่ยมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”
ผู้อาวุโสผมขาวมองเซี่ยเจี้ยนกั๋วนิ่งๆ “นายคือหัวหน้าสมาคมบู๊แห่งนี้เหรอ”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วพยักหน้า “ครับ ผมเซี่ยเจี้ยนกั๋วเป็นหัวหน้าของที่นี่”
“ผัวะ!” ผู้อาวุโสผมขาวยื่นแขนออกมาข้างหน้าเบาๆ แรงมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือของเขา
เซี่ยเจี้ยนกั๋วถูกโจมตีที่หน้าอก เขาเหมือนถูกสายฟ้าฟาด จากนั้นก็กระเด็นออกไป
“ตู้มม” ตัวของเซี่ยเจี้ยนกั๋วกระแทกกับกำแพงอย่างแรงจนกำแพงแตกและยุบ กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่ว
“พ่อ!” เซียถิงถิงหน้าซีด เธอรีบวิ่งเข้ามาหาพ่อ เซี่ยเจี้ยนกั๋วนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น เขาหายใจรวยริน เลือดไหลออกมาจากปากไม่หยุด