ตอนที่ 651
บทที่ 651 โหดเหี้ยมอำมหิต
October 28, 2026
บทที่ 651 โหดเหี้ยมอำมหิต
จู่ๆ แววตาของหวางเหวินห้าวก็นิ่งไป “แกว่าอะไรนะ คนของตระกูลฉินกำลังตรวจสอบอย่างนั้นเหรอ”
“ครับ…วันนี้ทั้งวันคนของตระกูลฉินตรวจสอบหาที่มาของข่าวซุบซิบจากทุกช่องทาง…” เสียงของลูกน้องสั่นด้วยความกลัว
“งั้นแกถูกหาตัวเจอไหม” หวางเหวินห้าวแววตานิ่ง แล้วเอ่ยถามช้าๆ
“ยังครับ ตอนที่ผมปล่อยข่าวลือ ผมใช้ช่องทางที่ลับเป็นพิเศษ ตอนนี้พวกเขาน่าจะไม่สามารถตรวจสอบได้” ลูกน้องพูดอย่างจริงจัง
แววตาของหวางเหวินห้าวนิ่งลง จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้แกรีบไปที่ท่าเรือ ฉันจะส่งคนไปรับแก แกออกไปหลบเรื่องราววุ่นวายสักพักหนึ่ง”
“ครับ คุณชาย ผมจะรีบไปท่าเรือเดี๋ยวนี้!” ลูกน้องพยักหน้า และตอบรับอย่างจริงจัง
เมื่อวางสายลง หวางเหวินห้าวถอดแว่นออกช้าๆ ความโหดเหี้ยมและน่ากลัวฉายออกมาทางแววตาขอเขา เขากดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่ง
“เป้าหมายอยู่ที่ท่าเรือ จัดการให้เรียบร้อย อย่าลืมจัดการคนในครอบครัวมันด้วย ห้ามเหลือไว้แม้แต่คนเดียว!” น้ำเสียงของหวางเหวินห้าวเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ราวกับงูพิษที่ร้ายกาจ!
เขาสามารถทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะทำลายเบาะแสทั้งหมด รวมไปถึงการฆ่าลูกน้องของตัวเองทั้งครอบครัว!
ดวงจันทร์กลมโตลอยอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน
ณ เรือนสี่ประสานของตระกูลฉินที่เมืองจิง
ท่านผู้นำฉินเฉิงยืนเอามือไพล่หลัง เขายืนนิ่งอยู่หน้าตรงมุมทะเลสาบสีมรกตในสวน ในมือของเขาถือเบ็ดตกปลาคันบางที่ไม่มีเหยื่อสักตัว มีเพียงตะขอสีเงินเพียงอันเดียวเท่านั้น ถึงกระนั้น ปลาหงหลี่สองสามตัวก็แหวกว่ายเหนือผิวน้ำเบาๆ มันว่ายวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตะขอ ทำท่าราวกับจะยอมให้ตก
ขณะนั้น จู่ๆ ก็มีคนใช้วิ่งกุลีกุจอเข้ามาตามทางเดินของศาลาสีดำ
“นายท่านครับ ข่าวลือเกี่ยวกับคุณหนูยางที่ถูกเผยแพร่ออกไป ตอนนี้หาที่มาได้แล้วครับ” คนใช้โค้งตัวรายงานอย่างนอบน้อม
“ใครเป็นคนทำ” สีหน้าของฉินเฉิงราบเรียบ เขายังคงถือเบ็ดตกปลาอยู่ในมือ และตกปลาแบบไร้เหยื่อ
“ตระกูลหวังแห่งเมืองหู้ไห่ครับ” คนใช้พูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของฉินเฉิงนิ่งไปทันที
“ตระกูลหวัง…” ฉินเฉิงพึมพำกับตัวเอง แววตาของชายชราลุ่มลึก
“ไอ้แก่นั่น มันคันไม้คันมือหรือไง” น้ำเสียงของฉินเฉิงราบเรียบ ราวกับว่าไม่เห็นตระกูลหวังอันยิ่งใหญ่อยู่ในสายตา
“บอกฉินเกอให้เอาข่าวนี้ไปเปิดเผยให้ผู้ชายที่ชื่อเฉินเป่ย” ฉินเฉิงพูดเนิบๆ
คนใช้พยักหน้าอย่างจริงจัง จากนั้นจึงถอยออกไปอย่างระแวดระวัง
แววตาของชายชรายังคงทอดมองไปที่ทะเลสาบยามค่ำคืน เขาเงียบอยู่นาน จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นและพูดพึมพำว่า “ทิวทัศน์ทางตอนเหนือหลายพันลี้ถูกแช่แข็ง หิมะลอยไปหลายพันลี้”
พระอาทิตย์ค่อยๆ ลอยขึ้นจากทิศตะวันออก มันเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น
เฉินเป่ยขับรถยนต์มายบัคมุ่งตรงไปยังอาคารตระกูลหลี
ตอนที่กำลังจะถึงหน้าประตูอาคารตระกูลหลี จู่ๆ แววตาของเฉินเป่ยก็นิ่งลง
มีรถออดี้ A6 จอดอยู่ที่ประตูอาคารตระกูลหลี ตัวรถสีดำขลับ และป้ายทะเบียนรถสุดพิเศษที่เป็นตัวเลขสีแดง
“รถคันนั้นของใคร” หลีชิงเยียนนั่งอยู่ข้างคนขับ แววตาคู่สวยมองไปยังรถออดี้ที่จอดอยู่ไม่ไกล
เฉินเป่ยพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ จากนั้นจึงพูดว่า “รถของเพื่อนเก่าคนหนึ่งน่ะ”
รถยนต์มายบัคจอดลงที่หน้าอาคาร เฉินเป่ยคาบบุหรี่อยู่ที่ปาก และก้าวลงจากรถ
เขาหันไปมองหลีชิงเยียนแล้วพูดว่า “คุณขึ้นไปข้างบนก่อน”
ขณะนั้น ประตูรถยนต์ออดี้ก็เปิดออกทันที
ชายในชุดสูทสูบเรียบกริบค่อยๆ เดินลงมาจากรถ บุคลิกของเขาเย็นชา เขาเหมือนกับกระบี่ที่แหลมคมเล่มหนึ่ง
หลีชิงเยียนค่อยๆ ชะงักฝีเท้าลง เธอไม่ได้ขึ้นไปข้างบนตามที่เฉินเป่ยบอก แต่เธอยืนดูเหตุการณ์อยู่อีกด้านหนึ่ง
เธอแอบรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
“โอ๊ะ คุณชายฉินรองใช่ไหม” เฉินเป่ยคาบบุหรี่อยู่ในปาก และมองคุณชายฉินรองในชุดสูทเรียบกริบที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เมื่อวานพี่ใหญ่ของฉันมาหานายที่นี่” คุณชายฉินรองจ้องเขาและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
เฉินเป่ยพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร
“นายกล้าการวาดปืนพกอย่างรวดเร็วและยิงพี่ใหญ่ของฉันอย่างนั้นเหรอ” คุณชายฉินรองซักถามด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นขึ้น และแฝงไปด้วยความอาฆาต
เฉินเป่ยพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ และแสยะยิ้มยียวนออกมา “พี่ใหญ่ของนายเอาปืนมาจ่อฉัน ฉันเลยต้องตอบกลับตามมารยาท”
คุณชายฉินรองสีหน้าเยือกเย็น เขาเดินเข้ามาและชี้หน้าเฉินเป่ย “นายดูถูกฉันได้ แต่นายดูถูกพี่ใหญ่ของฉัน ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่”
เฉินเป่ยเลิกคิ้วขึ้น “เหรอ ดูถูกพี่ใหญ่ของนายอย่างนั้นเหรอ ฉันไม่ได้ดูถูกพี่ใหญ่ของนายเลย เขายอมแพ้เองต่างหาก แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับฉันไม่ทราบ อย่าบอกนะว่าพวกแซ่ฉินจะเอาปืนมาจ่อฉันได้เท่านั้น แต่ฉันไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างนั้นเหรอ”
“บังอาจ! นายซ่อนตัวน้องสาวฉันเอาไว้ เหตุผลนี้พอไหม” คุณชายฉินรองสีหน้าเย็นชา และก้าวเข้าไปชกเฉินเป่ยโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
เฉินเป่ยไม่รีรอ เขารับหมัดของคุณชายฉินรองเอาไว้ได้ทันที เขาใช้แรงเหวี่ยงตัวของคุณชายฉินรอง
“ผัวะ” ตัวของคุณชายฉินรองกระเด็นออกไปหลายเมตร เขาเด้งตัวขึ้นไปในอากาศ และเห็นการทรงตัวของเขา
ประธานเทพธิดาที่อยู่อีกด้านอึ้งไป มองทั้งสองที่เอะเอะก็ใช้กำลัง ตอนแรกเธออยากห้าม แต่พอได้ยินคำพูดของคุณชายฉินรองที่พูดออกมาเมื่อครู่ ซ่อนและหลอกล่อน้องสาวของเขา เมื่อคิดถึงประโยคนี้ ในใจของหลีชิงเยียนก็สับสนไปหมด ตอนที่เธอกำลังสับสน เธอจึงเหม่อลอยและไม่รู้จะห้ามอย่างไร
คุณชายฉินรองระเบิดความโกรธออกมา เขาเหวี่ยงหมัดอันน่ากลัวออกไปอีก
“บังอาจนักนะเฉินเป่ย! วันนี้ฉันจะต้องสั่งสอนแกให้ได้!” น้ำเสียงของคุณชายฉินรองโมโหเป็นอย่างมาก รับรู้ได้ถึงความโกรธที่มีอยู่ในขณะนี้ น้องสาวคนที่สามโดนผู้ชายตรงหน้าหลอกล่อไป แถมพี่ใหญ่ยังโดนผู้ชายตรงหน้าทำร้ายจนบาดเจ็บ ศักดิ์ศรีของตระกูลฉินย่อยยับเพราะผู้ชายคนนี้ นี่มันกำลังตบหน้าตระกูลฉินชัดๆ
หมัดของคุณชายฉินรองดุดันจนสามารถเข้าไปในผิวได้เลย
เฉินเป่ยหลบซ้ายหลบขวา เขาจับแขนของคุณชายฉินรองเอาไว้และล็อกข้อต่อของกล้ามเนื้อ จากนั้นจึงเตะด้านข้าง
“ผัวะ!” คุณชายฉินรองถูกเตะจนกระเด็นออกไป
เฉินเป่ยยืนอยู่ตรงนั้นอย่างแน่วแน่ โดยคาบบุหรี่อยู่ในปากด้วยสีหน้าราบเรียบ
“มีปัญญาแค่นี้เหรอ คุณชายฉินรอง นายกลับไปฝึกอีกสักสองสามปีเถอะ” น้ำเสียงของเฉินเป่ยแฝงไปด้วยการเยาะเย้ย
“ไอ้เวร!” คุณชายฉินรองเสียหน้า เขาโกรธเป็นอย่างมาก ทักษะของเขาพลุ่งพล่าน แรงอาฆาตแผ่กระจายไปทั่ว
คนที่อยู่อีกด้านอย่างหลีชิงเยียนรีบห้ามด้วยความตื่นตระหนก “พวกนายอย่าทะเลาะกัน!”
แต่ทว่าเสียงห้ามของหลีชิงเยียนไม่เป็นผล ผู้ชายทะเลาะกัน ผู้หญิงไม่สามารถเข้ามาก้าวก่ายได้
ทักษะของทั้งสองคนระเบิดออกมา
คุณชายฉินรองเหวี่ยงเท้าออกมา ทักษะทางทหาร เขายกขาขึ้นมาเตะวงกว้าง ขายาวๆ เหวี่ยงเข้าไปจู่โจม
เฉินเป่ยเอามือทั้งสองข้างขึ้นมากันไว้ จากนั้นจึงใช้มือจับขาของคุณชายฉินรองเอาไว้ และตอบโต้กลับทันที
คุณชายฉินรองสูญเสียการทรงตัว เขาถูกแรงเหวี่ยงตัวไปในอากาศ จากนั้นจึงล้มลงไปบนพื้นโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
“ผัวะ” พื้นแตกกระจายออกมา ตัวของคุณชายฉินรองกระแทกลงไปจนพื้นยุบ ฝุ่นลอยตลบอบอวล มันน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก
ประธานเทพธิดาที่ยืนอยู่อีกด้านอึ้งไป พื้นหน้าอาคารตระกูลหลีแตกกระจายเพราะการต่อสู้ของทั้งสองคน มันเหมือนกับเผชิญกับการถูกจู่โจมที่น่ากลัว นี่มันน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก
รอบๆ เต็มไปด้วยเพื่อนร่วมงานที่มาทำงานตอนเช้า ทุกคนมองสงครามตรงหน้าด้วยแววตาหวาดกลัว
ภาพตรงหน้าสั่นสะเทือนและลบล้างความสามารถในการแบกรับความกดดันของพวกเขาใหม่เกือบทั้งหมด
คุณชายฉินรองลุกขึ้นยืนจากหลุมที่ยุบลงไปด้วยร่างที่สั่นสะท้าน ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยฝุ่นและดิน ดูน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก
“นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน” เฉินเป่ยมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ ใบหน้าของเขานิ่งมาก
คุณชายรองฉินกำมือทั้งสองข้างจนแน่น กล้ามเนื้อสั่นไปหมดทั้งตัว มันเกิดจากความโมโห
ทันใดนั้นมีรถออฟโรดสำหรับใช้ในทางทหารสามคันเบรกขวางหน้าอาคาร
“งั้นก็เพิ่มฉันไปด้วยอีกคนสิ” เสียงดังออกมาจากรถออฟโรด