ตอนที่ 653
บทที่ 653 ลักพาตัวเย่ชวง
October 28, 2026
บทที่ 653 ลักพาตัวเย่ชวง
ตอนที่หวางเหวินห้าวกำลังมีสีหน้าดุร้าย โทรศัพท์ส่วนตัวก็ดังขึ้นมา
เป็นสายของน้องชายอย่างหวางอู๋ตี๋
“พี่ ไอ้เฉินเป่ย…” เสียงเย็นยะเยือกของหวางอู๋ตี๋ดังออกมาจากปลายสาย
“ฉันรู้แล้ว แผนผิดพลาดและล้มเหลว” เสียงของหวางเหวินห้าวดุดัน ความเย็นชาฉายออกมาจากแววตาของเขา เขาคือโอรสแห่งสวรรค์รุ่นแรกของตระกูลหวัง เป็นคนที่มีอำนาจและสูงส่ง แผนของเขาไม่เคยผิดพลาดมาก่อน แต่วันนี้กลับเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่!
“พี่ ผมจะฆ่าเฉินเป่ย จะฆ่ามัน!” เสียงอันดุร้ายของหวางอู๋ตี๋ดังออกมาจากปลายสาย ตอนนี้คุณชายรองแห่งตระกูลหวังโกรธเป็นอย่างมาก
“ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไร ถึงจะต้องใช้อำนาจของตระกูล ผมก็จะฆ่ามันให้ได้!!” เสียงของหวางอู๋ตี๋สั่นเพราะความอาฆาต
ผู้เป็นพี่ชายอย่างหวางเหวินห้าวเงียบไป จู่ๆ แววตาของเขาก็นิ่ง
หลังจากผ่านไปนาน หวางเหวินห้าวจึงพูดขึ้นมาว่า “ได้ ในเมื่อจะฆ่าก็ต้องรีบฆ่า!!” น้ำเสียงของหวางเหวินห้าวน่ากลัวเป็นอย่างมาก กลิ่นการนองเลือดแผ่ซ่านออกมา
เมื่อได้ยินพี่ชายพูดเช่นนั้น หวางอู๋ตี๋รีบพูดทันทีว่า “พี่ ผมต้องทำยังไง ขอแค่สามารถฆ่าเฉินเป่ยได้ จะต้องแลกด้วยอะไรก็ยอม!!”
หวางเหวินห้าวสูดหายใจเฮือก จากนั้นจึงพูดยืดยาวออกมาว่า “ต้องเปลี่ยนแผนการในวันนี้อย่างรวดเร็ว ต้องดำเนินการผนวกบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปให้เร็วที่สุด”
“พี่หมายความว่า เราสามารถจัดการกับบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปได้แล้วอย่างนั้นเหรอ” แววตาของหวางอู๋ตี๋นิ่งไป ความน่ากลัวถูกปลดปล่อยออกมา บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปคือกุญแจสำคัญที่จะส่งผลกระทบกับตระกูลหวังในอนาคต ในที่สุดก็จะลงมือแล้วอย่างนั้นเหรอ แถมครั้งนี้พี่ชายยังเป็นคนสั่งการเองอีกด้วย
หวางเหวินห้าวพยักหน้าช้าๆ “รีบจัดการให้จบๆ ต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ!”
คุยโทรศัพท์ไปสามชั่วโมงเต็มๆ สองบุรุษแห่งสวรรค์ของตระกูลหวังพูดแผนการร้ายที่น่ากลัวผ่านทางโทรศัพท์ แผนการนี้จะผนวกตระกูลหวังของพวกเขาให้สำเร็จในทันที
หลังจากที่หวางเหวินห้าววางสายจากน้องชายของตัวเอง เขารีบหยิบซองหมายเลขโทรศัพท์สีแดงที่เป็นเบอร์ของบุคคลทางการเมือง จากนั้นจึงโทรออกไปยังเบอร์หนึ่ง
บนถนนยาวในเมืองเยี่ยนจิง
จู่ๆ พ่อของหวางเหวินห้าวได้รับโทรศัพท์ของลูกชายตัวเอง เมื่อได้ยินรายงานจากลูกชายอย่างหวางเหวินห้าว สีหน้าของเขาก็นิ่งไป สุดท้ายก็พยักหน้า
บ้านตระกูลหวังที่เยี่ยนจิง
ผู้นำตระกูลหวังยืนเอามือไพล่หลังชมดวงจันทร์อยู่ที่ระเบียงของห้องใต้หลังคา ดวงตาจ้องมองท้องฟ้าอย่างลึกซึ้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
คนใช้ผู้ดูแลบ้านคนหนึ่งยืนเฝ้าอยู่ข้างกาย เพื่อรอการอนุมัติจากนายท่านใหญ่
หลังจากผ่านไปนาน นายท่านใหญ่หวางสูดหายใจลึก
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ทำตามแผนของเหวินห้าว รีบทำรีบจบ” น้ำเสียงของนายท่านใหญ่หวางลุ่มลึก และแฝงไปด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่
ผู้ดูแลบ้านพยักหน้าอย่างจริงจัง
นายท่านใหญ่หวางสะบัดแขนเสื้อ และพูดอย่างจริงจังว่า “ติดต่อตระกูลหยางแห่งมณฑลส่าน ตอนนี้พวกเราต้องให้พวกเขาช่วย”
เมื่อได้ยินคำว่าตระกูลหยาง ผู้ดูแลบ้านถึงกับเบิกตาโพลง พลางพูดอย่างตกใจว่า “ท่านผู้นำครับ จะใช้ตระกูลหยางจริงๆ เหรอครับ”
“ถึงตอนนี้แล้ว เมืองหู้ไห่กำลังเกิดความวุ่นวาย จะต้องมีเรื่องเปลี่ยนแปลงแน่ การที่ทำให้ศัตรูไม่สามารถตอบโต้ได้ยังดีกว่าที่เอาแต่แอบซุ่ม ครั้งนี้เป็นโอกาสของตระกูลหวัง” นายท่านใหญ่หวางลูบหนวดตัวเองเบาๆ อำนาจแผ่ออกมาบนตัวของเขา นายท่านใหญ่หวางพูดอย่างเด็ดขาด!
จากคำสั่งของนายท่านใหญ่หวาง คำสั่งลับออกจากตระกูลหวังแห่งเยี่ยนจิง และแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน เมืองหู้ไห่ตื่นจากการหลับใหล ประกายแสงสีแดงส่องมาจากทิศตะวันออกและค่อยๆ ส่องสว่างไปทั้งเมืองที่หรูหรา
ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงเช้า แต่เฉินเป่ยยังนอนหลับอยู่บนเตียง วันนี้เขานอนตื่นสายอีกแล้ว
“นายท่าน ไอ้นั่นโทรมาอีกแล้ว นายท่าน ไอ้นั่นโทรมาอีกแล้ว” จู่ๆ เสียงมือถือก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เฉินเป่ยสะดุ้งขึ้นจากการหลับใหล
เขารีบหยิบมือถือ ประธานเทพธิดาโทรมา
“เฉินเป่ย นี่เก้าโมงแล้ว นายอยู่ไหน” เสียงก้องกังวานของหลีชิงเยียนดังออกมาจากโทรศัพท์ แต่เสียงของเธอดูเย็นชา
“ขอโทษที ผมตื่นสาย”
คนปลายสายอย่างหลีชิงเยียนไม่ได้พูดอะไรมาก เธอพูดเพียงประโยคเดียวว่า “นายรีบมาที่นี่ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”
เฉินเป่ยอึ้งไป ทำไมเขารู้สึกว่าวันนี้เธอแปลกไป
เมื่อวางสาย เฉินเป่ยบิดขี้เกียจ เขาปวดเมื่อยไปทั้งตัว แค่ขยับนิดหน่อยมันก็เจ็บลามไปทั้งตัว มันเจ็บเหมือนถูกฉีก
การสู้กับสองพี่น้องตระกูลฉินเมื่อวาน เป็นการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดหลังจากที่เขากลับมาที่หัวเซี่ย การร่วมมือของสองพี่น้องตระกูลฉินมันน่ากลัวเป็นอย่างมาก แม้แต่เฉินเป่ยก็ยากที่จะต้านทานได้ หลังจากการต่อสู้ เขาบาดเจ็บภายใน นี่เป็นเหตุที่ทำให้เขาตื่นสายในวันนี้ ตอนนี้เขาเหมือนคนที่ได้รับบาดเจ็บคนหนึ่ง
เฉินเป่ยอดทนกับความเจ็บปวด เขาสวมสูทและรองเท้าหนัง จากนั้นจึงออกจากโรงแรม
รถยนต์มายบัคเคลื่อนตัวช้าๆ และมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลี
หลีชิงเยียนยืนรออยู่ที่สวนหน้าประตูอย่างเงียบๆ
ไม่นานรถยนต์มายบัคก็เคลื่อนตัวเข้ามา
“ขึ้นรถสิ เทพธิดา” เฉินเป่ยลดกระจกลงและเอ่ยทักทายเธอ
แววตาของหลีชิงเยียนวูบไหว เธอพูดเนิบๆ ว่า “ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”
เฉินเป่ยอึ้งและมองเธออย่างสงสัย
“ข้อพิพาททางธุรกิจระหว่างฉันกับกรุ๊ปป๋อจินจัดการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ฉันไม่มีอันตรายอะไรอีก ภารกิจที่นายต้องปกป้องฉันก็สำเร็จลงแล้ว” ใบหน้าของหลีชิงเยียนราบเรียบ และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อเฉินเป่ยได้ยินเช่นนั้น เขาก็อึ้งไปและเหม่อมองเทพธิดา “คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม”
หลีชิงเยียนส่ายหน้าเบาๆ “เฉินเป่ย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายเป็นอิสระแล้ว”
“ค่าคอมมิชชั่นสำหรับงานที่เหลือ ฉันจะจ่ายให้นายทีเดียว” หลีชิงเยียนลังเลเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดออกมา
เฉินเป่ยขมวดคิ้ว เขาฟังออกว่าน้ำเสียงของหลีชิงเยียนไม่ได้ล้อเล่น นี่เธอเอาจริงเหรอ
“อย่าเล่นสิชิงเหยียน ตอนนี้คุณกำลังถูกจับตามองจากคนมากมาย ถ้าไม่ปกป้องจะเป็นอันตรายมาก” เฉินเป่ยพูดอย่างจริงจัง
หลีชิงเยียนเม้มปาก จากนั้นก็ชี้ออกไปไกลๆ
ข้างๆ โรงจอดรถที่คฤหาสน์ มีบอดี้การ์ดในชุทสูทยืนเรียงเป็นแถวอยู่ตรงนั้น รถยนต์ส่วนตัวสุดหรูสีดำที่สามารถกันกระสุนจอดอยู่ตรงนั้น
“ฉันได้จ้างทีมบอดี้การ์ดมืออาชีพที่สุดในวงการมาด้วยเงินจำนวนมาก พวกเขาสามารถปกป้องฉันได้” หลีชิงเยียนพูดอย่างจริงจัง
เฉินเป่ยเหลือบมองบอดี้การ์ดเหล่านั้น เขาพูดอะไรไม่ออก
“ชิงเยียน เราอย่าเป็นอย่างนี้สิ ผมทำอะไรให้คุณโกรธ คุณบอกผมได้ อย่างมากผมก็ให้คุณกัดเพื่อระบายความโกรธ คุณอย่าเอาความปลอดภัยของตัวเองมาล้อเล่นสิ”
สีหน้าของหลีชิงเยียนราบเรียบ เธอพูดเนิบๆ ว่า “ฉันไม่ได้ล้อเล่น อีกอย่างพวกเขาปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญระดับประเทศมามากมาย ฉันไม่กังวลกับความสามารถของพวกเขา”
เฉินเป่ยไม่รู้จะพูดยังไงดี
“ชิงเยียน ไม่ใช่เพราะเรื่องเมื่อวาน…” เฉินเป่ยพูดอย่างระแวดระวัง
“หยุด นี่ก็สายแล้ว ฉันต้องไปประชุมที่บริษัท!” หลีชิงเยียนพูดตัดบท จากนั้นจึงเดินอย่างสง่างามบนรองเท้าส้นสูงไปหาทีมบอดี้การ์ดที่เพิ่งจ้างมาใหม่
บอดี้การ์ดเปิดประตูรถส่วนตัว และส่งหลีชิงเยียนเข้าไปในรถ
รถโฟล์กสวาเกนทั้งสี่คันของบอดี้การ์ดรักษาความปลอดภัยเจ้าของรถยนต์ส่วนตัวที่อยู่ตรงกลาง และเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลี
เฉินเป่ยนั่งกลุ้มใจอยู่ในรถมายบัค ให้ตายเถอะ นี่เขาถูกทิ้งอย่างนั้นเหรอ ตกกระป๋องแล้วอย่างนั้นเหรอ
เฉินเป่ยสบถออกมาในใจ และขับรถมายบัคตามออกไป จะงอนก็งอนไป แต่เขาต้องปกป้องความปลอดภัยของเธอ
รถยนต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวไปบนถนนอย่างเงียบๆ หลีชิงเยียนนั่งอยู่ข้างในและมองไปข้างหลังอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอเห็นรถยนต์มายบัคขับตามหลังมาติดๆ
หลีชิงเยียนรู้สึกสับสน เธอรีบละสายตาออก ตอนนี้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างประหลาด
เธอสูดหายใจเบาๆ เพื่อตั้งสติ หญิงสาวพึมพำออกมาในใจว่า เขาเป็นแค่บอดี้การ์ดและคนขับรถเท่านั้น เป็นสามีปลอมๆ เท่านั้น ฉันกับเขาอยู่ในฐานะของลูกน้องกับเจ้านาย แค่นี้เท่านั้น หลีชิงเยียน เธอต้องตื่นได้แล้ว อย่าเลอะเลือนจนไม่มีสติ
เพื่อที่จะปกปิดความรู้สึกในใจ เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองถลำลึกลงไปอีก เธอจึงตั้งใจจ้างทีมบอดี้การ์ดมาโดยเฉพาะ เพื่อจะได้ห่างกับเฉินเป่ย หวังว่าจะสามารถไล่ผู้ชายที่เหมือนปีศาจคนนี้ออกไปได้ ขอแค่ไม่ต้องเจอหน้าเขา เธอจึงจะสงบจิตใจของตัวเองได้
ณ ห้องทำงานของทีมตำรวจอาชญากรรมแห่งสถานีตำรวจเมืองหู้ไห่