ตอนที่ 655
บทที่ 655 ล่อเสือออกจากถ้ำ
October 28, 2026
บทที่ 655 ล่อเสือออกจากถ้ำ
“อะไรนะ!!” หวางอู๋ตี๋ที่นอนอยู่บนเตียง หน้าเปลี่ยนสีทันที แผนล่อเสือออกจากถ้ำที่พี่ชายตั้งใจวางแผนมาอย่างดี ล่อเฉินเป่ยให้ออกไปช่วยคน จากนั้นก็ระเบิดเฉินเป่ยให้ตาย แต่เรื่องมันกลับตาลปัตร เฉินเป่ยหนีไปได้อย่างนั้นเหรอ
“ไอ้พวกกระจอก รีบไปสกัดมันเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรต้องสกัดมันเอาไว้ให้ได้!!” หวางอู๋ตี๋พูดอย่างดุดัน
ตอนนี้แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาต แผนในวันนี้ตั้งใจสร้างมันขึ้นมาอย่างดี แม้ว่าตอนนี้เฉินเป่ยจะยังไม่ตาย แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตัวเองได้หรอก ตอนนี้ทั้งเมืองหู้ไห่ถูกคนของตระกูลหวังปิดล้อมเอาไว้หมดแล้ว
ในเวลาเดียวกัน รถออฟโรดยี่ห้อแลนด์โรเวอร์กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงสุดบนถนนเมืองหู้ไห่
ซูเหลยนั่งอยู่ในรถ ผมบลอนด์ยาวจนเลยบ่า ดวงตาคู่สวยสีฟ้าครามเปล่งประกายแวววาว เธอเหยียบคันเร่ง รถออฟโรดยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ทะยานไปข้างหน้าเหมือนสัตว์ร้ายกำลังคำราม รถมุ่งหน้าด้วยความเร็วไปยังบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป
“เอี๊ยดดด” เสียงเบรกดังสนั่น รถออฟโรดแลนด์โรเวอร์เบรกจนท้ายสะบัดเพราะความเร็วสองร้อยกิโลเมตร ตัวรถเบรกขวางหน้าประตูบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป
รถยังเคลื่อนที่ในแนวนอนด้วยความเร็วสูง จู่ๆ ประตูรถก็ถูกเปิดออก ร่างงามราวกับผีเสื้อที่กำลังระบำก้าวออกมาจากรถ
ร่างกายของซูเหลยสว่างวาบในอากาศเหมือนวิญญาณ และแวบเข้าไปในอาคาร
ภายในบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปเต็มไปด้วยความสยดสยอง
ชายหนุ่มที่สะพายกล่องไม้ยาวทรงสูงอยู่ข้างหลังกำลังเดินขึ้นไปด้วยท่าทางสบายใจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่รอบๆ อยากจะห้ามเอาไว้ แต่ก็โดนเขาผลักด้วยมือเดียวอย่างแผ่วเบา จนกระเด็นออกมา มันน่ากลัวเป็นอย่างมาก
“หลีชิงเยียนล่ะ ผมต้องการพบเธอ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทำให้คนหวาดกลัว
เหล่าพนักงานต่างพากันหลบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจออกมา
ชั้น 99 ของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป เหล่าบอดี้การ์ดคุ้มกันหลีชิงเยียนเอาไว้และพยายามจะหนี แต่ตอนนี้บริษัทวุ่นวายไปหมด บอดี้การ์ดมองผ่านกระจกลงไป พบว่าประตูทางเข้าออกด้านล่างถูกกลุ่มคนลึกลับยืนขวางเอาไว้หมดแล้ว
ตอนนี้ไม่มีทางไหนที่จะสามารถออกไปได้เลย
ผมยาวของหลีชิงเยียนเริ่มยุ่งเหยิง ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนอันตรายที่กำลังจะมาถึง
จางหยุ่งอดกลั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลและอยู่ข้างกายหลีชิงเยียน ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องปกป้องเธอ นี่คือหน้าที่ที่พี่เฉินมอบหมายให้เขา เขาจำเป็นต้องทำให้สำเร็จ
“ประธานหลีไม่ต้องกังวลนะครับ ผมติดต่อพี่เฉินแล้ว เขาจะต้องรีบมาปกป้องคุณแน่นอนครับ” จางหยุ่งพูดด้วยสีหน้าซีดเผือด แต่มันกลับแน่วแน่จนบอกไม่ถูก
ชายหนุ่มคนนั้นเดินขึ้นมาแต่ละชั้นด้วยท่าทีนิ่งเฉย เขาเหมือนผู้ครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง ก้าวแต่ละก้าวแทบจะทำให้คนหยุดหายใจ ราวกับเทพมรณะอย่างไรอย่างนั้น
เขาเดินขึ้นไปบนชั้น 99 เขายืนอยู่ตรงบันไดชั้น 99 และถูกกรงเหล็กอย่างหนาครอบเอาไว้ แม้แต่ลิฟต์ก็หยุดทำงาน เพื่อตัดช่องทางการเคลื่อนไหวทั้งหมด
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองข้างบน แล้วพูดพึมพำกับตัวเองว่า “หลีชิงเยียน เธออยู่ข้างบนใช่ไหม”
เหล่าพนักงานที่อยู่รอบๆ พากันตกใจ หัวหน้าคนหนึ่งพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ “นาย..ฉันขอเตือนนายเอาไว้ ตอนนี้ทางบริษัทแจ้งตำรวจแล้ว อีกไม่นานตำรวจก็จะมาถึงที่นี่ ถ้านายไม่กลัวตำรวจ…”
ชายหนุ่มมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ หัวหน้าคนนั้นสะดุ้งโหยง เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง จากนั้นก็ทรุดลงกับพื้น
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นและจ้องเขม็ง
“สวบบ” เขาเด้งตัวขึ้นและส่งพลังอันน่ากลัวออกมาจากตัวของเขา เขาเด้งตัวทะลุเพดานขึ้นไป
“ตู้มมม” เพดานไม่สามารถรับแรงกระแทกขนาดนี้ได้ มันแตกเป็นโพรงใหญ่และมีเศษเพดานแตกกระจายไปทั่ว
ชายหนุ่มกระแทกเพดานจนแตกและเด้งตัวขึ้นไปที่ชั้น 99
ภายในชั้น 99 เมื่อเหล่าบอดี้การ์ดเห็นภาพเหตุการณ์ ต่างพากันตกตะลึง ทะลุเพดานหนาแบบนั้นได้จริงๆ เหรอ เป็นไปได้ยังไง!
ชายหนุ่มกวาดตามองเหล่าบอดี้การ์ดด้วยสายตาราบเรียบ จากนั้นสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ผู้หญิงที่ได้รับการคุ้มครองจากเหล่าบอดี้การ์ด
“เธอคือหลีชิงเยียนสินะ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“นายเป็นใคร ต้องการอะไร” หลีชิงเยียนสีหน้าซีดเผือด แต่เธอยังคงรักษาความแน่วแน่อยู่ ตอนนี้เธอต้องการรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร จะได้เจรจากันเพื่อหาทางออก
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ผมเป็นใครไม่สำคัญหรอก วันนี้ผมได้รับคำสั่งมาว่าให้เอาตัวเธอไป”
บรรยากาศเงียบลงทันที คำพูดของชายหนุ่มแฝงไปด้วยการข่มขู่ที่น่ากลัว เจตนาของเขาชัดเจนมากว่าต้องการจะลักพาตัว!
“เข้าไปจัดการ!” เหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ข้างหน้าหลีชิงเยียนตอบโต้กลับ เหล่าบอดี้การ์ดพุ่งเข้าล้อมชายหนุ่มทันที และกำลังจะลงมือจัดการ
“สวบบ” จู่ๆ ตัวของชายหนุ่มก็เคลื่อนไหวจนเกิดเงา เงาของคนเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าและเข้ามาจู่โจม
ทุกที่ที่เขาเคลื่อนตัวผ่านไป เหล่าบอดี้การ์ดกระเด็นจนลอยออกไป เลือดสาดกระจายออกมาในอากาศ มันน่ากลัวเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นภาพที่น่ากลัวเช่นนี้ หลีชิงเยียนถึงกับหน้าซีด ชายคนนี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก บอดี้การ์ดที่เธอเสียเงินจำนวนมากจ้างมาไม่สามารถรั้งชายคนนี้ได้เลย
ขณะนั้นก็มีภาพของชายคนหนึ่งลอยเข้ามาในหัวของหลีชิงเยียนอย่างไม่สามารถควบคุมได้ แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ วันนี้เธออาจจะรอดยากแล้ว
หลีชิงเยียนแอบส่งข้อความที่เป็นรหัสลับให้พ่อของเธอ รหัสลับที่เธอตั้งเอาไว้เอง ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น พ่อจะเป็นคนที่อำนาจทั้งหมดในบริษัท
ตอนนี้เธอตัดสินใจทำเรื่องที่ร้ายแรง ถ้าวันนี้ไม่สามารถหนีออกไปได้ งั้นเธอเลือกจะเผชิญหน้ากับมัน ตอนนี้หลีชิงเยียนสูดหายใจลึก ดวงตาคู่สวยแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาแห่งความแน่วแน่ ออร่าของประธานเทพธิดาแผ่ออกมาจากตัวของเธอ เธอแน่วแน่ภายใต้สถานการณ์ที่สับสนวุ่นวาย
เมื่อเห็นเหล่าบอดี้การ์ดถูกถีบจนกระเด็น ประธานหลีรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก จางหยุ่งกัดฟันกรอด และพุ่งเข้าไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวตาย ประธานหลีเป็นผู้หญิงของพี่เฉิน ในเมื่อพี่เฉินไม่อยู่ จางหยุ่งจะต้องปกป้องประธานหลีให้ได้
ชายหนุ่มไม่ได้เหลือบขึ้นมามอง เขาสะบัดมือเพียงข้างเดียว
“ผัวะ!” เหมือนตัวของจางหยุ่งถูกสายฟ้าฟาด เลือดสดกระจายออกมา และกระเด็นลงไปบนพื้น
เหล่าบอดี้การ์ดที่อยู่ตรงนั้นได้รับบาดเจ็บและล้มลงไปกับพื้น เลือดเจิ่งนองเต็มพื้น
ชายหนุ่มก้าวเดินช้าๆ เขานิ่งเป็นอย่างมาก
“ไปกับผมเถอะหลีชิงเยียน” น้ำเสียงของชายหนุ่มเย็นยะเยือกจนไม่สามารถอธิบายได้ มันน่าตกใจเป็นอย่างมาก
หลีชิงเยียนจ้องเขา ตอนนี้เธอใจเย็นจนผิดปกติ
ตัวของจางหยุ่งเต็มไปด้วยเลือด แต่เขาอดกลั้นกับความเจ็บปวด และตะเกียกตะกายบนพื้น เขาจับขาของชายคนนั้นเอาไว้
“ประธานหลีรีบหนีไป! รีบหนีไป!” จางหยุ่งพยายามยื้อเวลาให้หลีชิงเยียนมีโอกาสหนีออกไป
แววตาของชายหนุ่มนิ่ง “ผัวะ!” เขาถีบจางหยุ่งจนกระเด็นออกไปกระแทกกับผนัง จนกระอักเลือดออกมา จางหยุ่งหายใจรวยริน
ขณะนี้เต็มไปด้วยความสยดสยองและกลิ่นคาวเลือด
สีหน้าของหลีชิงเยียนซีดเผือด
“ได้ ฉันจะไปกับนาย ปล่อยลูกน้องของฉัน” น้ำเสียงของหลีชิงเยียนราบเรียบราวกับเธอได้ทำการตัดสินใจครั้งใหญ่
สีหน้าของชายหนุ่มราบเรียบ เขาไม่พูดอะไรและก้าวเข้าไปหาหลีชิงเยียน
จู่ๆ ก็มีเสียงแปลกประหลาดดังขึ้นมา
สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เห็นเพียงร่างของใครบางคนที่พุ่งแหวกอากาศออกมาราวกับวิญญาณ ความเร็วดั่งสายฟ้า และมาหยุดอยู่ตรงหน้าของประธานเทพธิดา
ซูเหลยยืนอยู่ข้างหน้าหลีชิงเยียนอย่างนิ่งๆ เธอยืนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถปกป้องหลีชิงเยียนได้
หลีชิงเยียนอึ้งไป เธอมองผู้หญิงผมบลอนด์ที่ยืนอยู่ข้างหน้า ซูเหลย!
ตอนนี้จิตใจของประธานเทพธิดาสับสนไปหมด ซูเหลยมาปกป้องเธออย่างนั้นเหรอ ก่อนหน้านี้เธอเข้าใจผิดซูเหลยหลายต่อหลายครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ซูเหลยมาปกป้องเธอ
“นี่นาย สนใจมาสู้กันสักยกไหม” ซูเหลยมองชายหนุ่มด้วยสายตายียวนและพูดออกมา
แววตาของชายหนุ่มนิ่งลง และทอดมองมายังหญิงสาวที่โผล่มาแบบกะทันหัน
“เป้าหมายของผมคือหลีชิงเยียน ไม่ใช่เธอ” น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบ ไม่มีความขุ่นเคืองแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูเหลยหัวเราะออกมา ยิ้มของเธอสดใสราวกับดอกกุหลาบ
“ขอโทษด้วยนะ พอดีว่าเป้าหมายของฉันมันตรงกันข้ามน่ะสิ เป้าหมายของฉันคือนาย…” ซูเหลยยิ้มบางๆ และพูดอย่างมีเสน่ห์
สายตาของชายหนุ่มนิ่ง ราวกับไม่สนใจคำพูดของซูเหลยเลยสักนิด เขาก้าวเข้ามาอย่างนิ่งๆ อีกครั้ง วันนี้เป้าหมายของเขาคือพาหลีชิงเยียนไป และไม่สนใจใครทั้งนั้น
ดวงตาคู่สวยของซูเหลยเบิกโพลง เธอง้างแขนอันเรียวสวยขึ้นมา
“ฉึบ!” ประกายแสงที่บางราวกับปีจักจั่นพุ่งแหวกอากาศออกมา มันแทบจะหลอมรวมกับอากาศและพุ่งไปที่ตัวของชายคนนั้น เร็วเหมือนแสง
ทันใดนั้นชายหนุ่มจ้องเขม็ง เท้าของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเงา และเคลื่อนตัวหลบทันที