ตอนที่ 226
บทที่226 ก้นบุหรี่หนึ่งมวน!
October 28, 2026
บทที่226 ก้นบุหรี่หนึ่งมวน!
รถไมบัครุ่นSค่อยๆ จอดลงตรงหน้าประตูอาคารบริษัทตระกูลหลี
ประตูถูกเปิดออก มีขาอันเรียวยาวและขาวผ่องหนึ่งข้างก้าวออกมา แล้วเหยียบลงบนพื้น
ส้นสูงสุดหรู ถุงเท้าที่ห่อหุ้มจนทำให้คนลุ่มหลง นั่นเป็นที่รักของเฉินเป่ย
ตั้งแต่วันแรกที่เฉินเป่ยรู้จักกับหลีชิงเยียน หลีชิงเยียนก็แต่งตัวแบบนี้......เหมือนเทพธิดาจะชอบถุงน่องเป็นพิเศษ......อีกอย่างก็สวมใส่ถุงน่องชั้นดี ทุกๆ ถุงน่อง มีราคาที่แพงจนยากที่จะจินตนาการออก
แต่ว่าเฉินเป่ยไม่ถือว่าเทพธิดาใส่ถุงน่องเลยสักนิด......ยังไงเขาก็คือจิตใจกำลังฮึกเหิม ผู้ชายโดยปกติ ก็คงจะไม่มีแรงต้านทานต่อถุงน่องและขาสวยๆ หรอก
รวมไปถึงขาอันสวยงามของเทพธิดานั้นสวยงามจริงๆ ถ้าใช้คำโบราณมาเปรียบเปรย บัวทองขาวหยก ก็คงจะเป็นแบบนี้
ทุกครั้งที่เทพธิดาสวมใส่ถุงน่องแล้วเดินไปเดินมาต่อหน้าเขา มันเป็นการยั่วยวนที่ถึงแก่ชีวิตอย่างไร้รูปธรรมจริงๆ
มันยั่วยวนจนทำให้เขาเป็นบาปได้!
เฉินเป่ยมองผ่านกระจกหลัง แล้วนัยน์ตากวาดมองขายาวๆ ของเขา ทำให้รู้สึกรุ่มร้อนอย่างมาก
ส่วนหลีชิงเยียนก็เหมือนจะสังเกตเห็นถึงสายตาของเฉินเป่ย นัยน์ตาคู่สวยนั้นกวาดมองเฉินเป่ยเพียงพริบตา เฉินเป่ยรีบละสายตาไปทางอื่น แล้วแกล้งทำเป็นชมทิวทัศน์ด้านนอกอย่างไม่ตั้งใจ
หลีชิงเยียนทำเสียงเย็นชาในลำคอ พอเธอนึกถึงเฉินเป่ยที่นัวเนียกับหนิงหรัว ภายในใจก็รู้สึกโกรธขึ้นมา และรู้สึกไม่สบายมาก
หลีชิงเยียนจ้องหน้าเฉินเป่ยเพียงชั่วพริบตา แล้วก้าวออกจากรถไมบัค จากนั้นก็ถือกระเป๋า ราชินีกำลังเดินไปที่อาคารบริษัทตระกูลหลีด้วยความมั่นใจเต็มร้อย
ท่านประธานเทพธิดา ถึงแม้ปกติจะโมโหใส่เขาแบบส่วนตัวอยู่ประจำ ทว่าตอนอยู่ในที่สาธารณะ ต่อหน้าพนักงานมากมายในบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป ตอนที่เธอแผ่รังสีแห่งความเย็นชาและเย่อหยิ่งของราชินี ก็สามารถเอาชนะคนมากมายได้
เหมือนบัวหิมะที่ผลิบานบนเขาน้ำแข็ง มันสูงส่งจนไม่สามารถไปใกล้ชิดหรือสัมผัสได้ ต่อให้มีคนนับไม่ถ้วนเฝ้ามองจนน้ำลายไหล ก็หวาดกลัวความสูงของภูเขาน้ำแข็งที่สูงจนแตะฟ้าที่ทำให้คนรู้สึกตกใจอย่างมาก ทำได้เพียงมองแต่ไม่กล้าเดินไป
หลีชิงเยียนเหยียบรองเท้าส้นสูงสุดหรู และมีพนักงานของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปคนต่อคนมากล่าวทักทายเสร็จ ก็เดินเข้าไปในอาคารของบริษัทตระกูลหลี
หลังจากเฉินเป่ยจอดรถเสร็จ แล้วกำลังจะเดินเข้าไปในออฟฟิศ และนั่งลงไปไม่นาน ก็มีเรือนร่างอันสะสวยเดินเข้ามาในออฟฟิศของเฉินเป่ย
"อรุณสวัสดิ์คะ ท่านประธานเฉิน" หนิงหรัวกระตุกมุมปากแล้วยิ้ม รอยยิ้มสวยเหมือนดอกไม้
เฉินเป่ยพยักหน้า แล้วหนิงหรัวก็พูดขึ้น "มีอะไรให้ดิฉันทำไหมคะ? "
เฉินเป่ยนิ่งงัน......ตำแหน่งนี้ของตัวเองก็คืองานที่สบายๆ จะต้องการเลขาทำเรื่องอะไรล่ะ?
สายตาของเขาจับจ้องไปรูปร่างทรงเอสอันเพอร์เฟคของหนิงหรัว จู่ๆ ก็ระดมความคิดบางอย่างขึ้นมา แล้วพูดขึ้น "แน่นอน หนิงหรัว หุ่นของเธอดีมาก"
การที่ต้องเผชิญกับการชื่นชมของเฉินเป่ย หนิงหรัวทำหน้าแดงเล็กน้อย ปากยังคงพูดขึ้นด้วยความภูมิใจในตัวเอง "ธรรมดาค่ะ"
และนอกออฟฟิศ ตรงสุดถนน มีเรือนร่างหนึ่งเดินมาจากที่ไกลด้วยความว่องไว!
เรือนร่างนั้นเดินมาเร็วเกินไป ทักษะการเคลื่อนไหวของร่างกายนั้นโดดเด่น ทุกๆ ก้าว สามารถทำให้ระยะทางสั้นลง แล้วกำลังเดินมาทางอาคารบริษัทตระกูลหลีที่สูงแตะฟ้า เดินเข้ามาใกล้อย่างว่องไว!
เรือนร่างนั้นเคล้าด้วยความอาฆาตที่ทำให้คนรู้สึกตกตะลึง......การข่มเหงและเย้ยหยันในมือถือ......นี่สำหรับตระกูลหวังแล้วเป็นความท้าทาย! เขาเกิดเป็นท่านผู้อาวุโสแห่งตระกูลหวัง จะไม่อนุญาตให้ความน่าเกรงขามของตระกูลหวังถูกบุกรุก!
ที่ผ่านมาท่านผู้อาวุโสแห่งตระกูลหวังที่จะเดินออกจากบ้านตระกูลหวังน้อยครั้ง ครั้งนี้ พอเดินออกจากบ้านตระกูลหวัง แล้วกำลังจะไปเยี่ยมเยียนบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป!
ท่านผู้อาวุโสแห่งตระกูลหวังทำสีหน้าที่เลือดเย็น แล้วมองอาคารบริษัทตระกูลหลี พร้อมกับเดินเข้าไปด้วยมือที่วางพาดไว้ด้านหลัง ความสามารถอันน่ากลัวทั้งเรือนร่างนั้นลุ่มลึกจนยากที่จะคาดเดา เหมือนเป็นการบังเกิดมาบนโลกของเทพฆ่าสังหาร!
และตอนนี้ ไม่มีใครนึกถึงว่าบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ในบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เงียบกริบ
หนิงหรัวที่กำลังอยู่ในออฟฟิศของเฉินเป่ย แล้วยืนอยู่ตรงหน้าเฉินเป่ย ใบหน้าสะสวยเขินอายจนแดง
เฉินเป่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ออฟฟิศ และท่าทางเหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นจริง แล้วกำลังมองหนิงหรัว
"เสร็จหรือยัง? " ใบหน้าที่แดงระเรื่อของหนิงหรัวยังไม่ทันหายไป ความรู้สึกที่ถูกเฉินเป่ยจับจ้องไว้แบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายอย่างน่าแปลก
"ผมกำลังดูว่ารูปร่างของคุณ จะเหมาะกับการใส่เสื้อแบบไหน? " เฉินเป่ยพูดเหลวไหลด้วยความจริงจัง และนัยน์ตาเคล้าด้วยความลุ่มร้อน ทำให้หนิงหรัวรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว
"เธอถอดเสื้อชั้นนอกเถอะ แบบนี้มันไม่เห็นถึงรูปร่างของคุณ" จู่ๆ เฉินเป่ยพูดขึ้น
"อ๋า? " หนิงหรัวมองเฉินเป่ย แล้วนัยน์ตาก็นิ่งงันไป
หลังจากที่หนิงหรัวลังเลไปสักพัก แล้วนึกถึงข้างในยังมีเสื้อเชิ้ตสีขาว จึงก้มหน้า แล้วใช้สองมือปลดกระดุม แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อกันหนาวออก
และในตอนนี้ ประตูออฟฟิศก็ถูกเคาะขึ้นมาทันที มีเรือนร่างอันงดงามผลักประตูเข้ามาจากข้างนอก แล้วมองเห็นฉากฉากนี้
หลินเฉว่เข้ามาปุ๊บ ก็เห็นเรือนร่างหนึ่งหันหลังให้ตัวเอง แล้วกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเฉินเป่ย เสื้อที่ถูกถอดออกมากว่าครึ่งหนึ่งแล้ว......ท่าทางแบบนั้น อยากจะทำให้คนอื่นชื่นชอบมากเท่าไหร่ก็ได้ และอยากให้ยั่วยวนผู้อื่นมากเท่าไหร่ก็ได้!
หลินเฉว่นิ่งงันไปไม่กี่วินาที แล้วถึงจะได้สติกลับมา แล้วพูดด้วยเสียงต่ำพร้อมใบหน้าที่แดงก่ำ "ท่านประธานเฉิน ต้องขอโทษด้วยนะคะ มารบกวนท่านแล้ว ท่านต่อเลยค่ะ"
หลินเฉว่จึงปิดประตูทันที หนิงหรัวตกใจจนรีบใส่เสื้อ แล้วถามด้วยความตกใจ "เธอ.....ทำไมจู่ๆ เธอถึงเข้ามาแบบนี้คะ? "
"ไม่รู้"
เฉินเป่ยพยักไหล่ แล้วมองหนิงหรัว จากนั้นก็พูดอย่างขี้เล่น "หนิงหรัว เธอยังไม่ได้ถอดเสื้อแน่ะ"
"ช่างเถอะค่ะ.....วันหลังค่อยว่ากันเถอะค่ะ" หนิงหรัวก้มหน้า ใบหน้าสะสวยเหมือนถูกไฟเผา ทั้งใบหน้าเคล้าด้วยความแดงก่ำ
หลังจากที่เธอพูดด้วยเสียงเบาจนเจ็บ เหมือนดั่งกระต่ายที่ถูกทำให้ตกใจ แล้วออกจากออฟฟิศด้วยความกระวนกระวาย
เฉินเป่ยมองด้านหลังของเธอ กระตุกค่อยๆ กระตุกยิ้มที่เคล้าด้วยการดูหมิ่น