ตอนที่ 263
บทที่263 แบล็กการ์ดอันดับหนึ่ง
October 28, 2026
บทที่263 แบล็กการ์ดอันดับหนึ่ง
วอล์คเกอร์เอ่ยปากแต่ละคำแต่ละประโยคเสียงไม่เบานัก พอที่จะทำให้ลูกค้าทั้งหมดในร้านอาหารตะวันได้ยินอย่างชัดเจน
ไม่นานลูกค้าแต่ละคนค่อยๆ มองเข้ามาแล้ว บางส่วนในนั้นเป็นลูกค้าที่มาประจำ เห็นได้ชัดว่าพอมองก็จำวอล์คเกอร์ได้
“ที่แท้วอล์คเกอร์นี่เอง นี่เป็นแขกพักยาวของโรงแรมเลย ได้ยินว่าเขาพักอยู่ที่นี่มาเกือบหนึ่งปีกว่าแล้ว.......แม้แต่เจ้าของโรงแรมยังเคยทานข้าวกับเขามาหลายครั้ง”
“ค่าใช้จ่ายที่โรงแรมของเขาในหลายปีนี้ พอที่จะเข้าหุ้นของโรงแรมแห่งนี้ได้แล้วล่ะ”
“นั่นเป็นความยุ่งยากที่ขึ้นชื่อเลย มักคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนทั่วไป ผู้ชายคนนี้หาเรื่องวอล์คเกอร์เข้า ถือว่าหาเรื่องวุ่นวายแล้ว”
เสียงแต่ละคนต่างฝ่ายต่างดังขึ้นติดกันไม่ขาดสาย สายตาแต่ละคู่ตกอยู่ที่ตัวของเฉินเป่ย ล้วนมีความเห็นใจ
ส่วนหลีชิงเยียน หลังจากได้ยินคำพูดของคนเหล่านี้ ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น
เธอเองก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าลูกครึ่งจีนตะวันตกที่เธอเจอคนนี้จะมีความเกี่ยวข้องที่ไม่ธรรมดากับโรงแรมแห่งนี้ด้วย
นี่คือถิ่นของเขาสินะ บวกกับเฉินเป่ยทำไม่ถูกอีก ในใจหลีชิงเยียนมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างหนึ่ง เธอมองวอล์คเกอร์อยู่ รู้สึกว่าวอล์คเกอร์คงไม่ปล่อยเฉินเป่ยผ่านไปง่ายดายขนาดนั้นแน่
แต่ที่เธอเองคาดไม่ถึงคือทุกอย่างที่เธอเดาถูกต้องหมด
หลังเฉินเป่ยกวาดสายตามองสูทบนตัวของวอล์คเกอร์ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง จากนั้นพยักหน้าแล้วดึงทิชชูหลายแผ่นออกมา เข้าไปใกล้ทางวอล์คเกอร์
วอล์คเกอร์นั่งลงมาแล้ว ส่วนเฉินเป่ยโค้งตัวลง เช็ดสูทให้วอล์คเกอร์อย่างไม่อารมณ์เสียสักนิด เช็ดเนกไทอยู่ ซูเหลยที่อยู่ด้านข้างตะลึงไปนิดหน่อย ในความทรงจำ เดิมทีเฉินเป่ยจะไม่ยอมศิโรราบง่ายขนาดนี้
วันนี้เป็นอะไรไป?
ซูเหลยดูไม่ออก ส่วนผู้คนที่รอดูเรื่องสนุกอยู่โดยรอบ มุมปากฉีกรอยยิ้มขึ้น นั่นชัดเจนมากว่าเป็นยิ้มที่ประสงค์ร้าย ขอเพียงอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้เป็นเวลานานสักหน่อย ล้วนรู้ดีว่าวอล์คเกอร์เป็นความยุ่งยาก แต่ตัวยุ่งยากที่ได้รับการยอมรับของทุกคน จะธรรมดาขนาดนี้ได้อย่างไร?
ในเวลานี้ วอล์คเกอร์มองทางเฉินเป่ยที่ก้มหน้าเช็ดเสื้อผ้า ไม่พูดไม่จาอะไร เขาหัวเราะเยาะนิดหน่อย ก่อนจะยกขาขึ้นอย่างสูงส่งเหนือผู้อื่น “ขาก็ยังไม่ได้เช็ดเลย”
สีหน้าหลีชิงเยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย นี่วอล์คเกอร์เหยียดหยามอย่างโจ่งแจ้งเลย
เฉินเป่ยก้มหน้า สายตาตกอยู่ที่ขากางเกงของวอล์คเกอร์ครู่หนึ่ง และที่ทำให้หลีชิงเยียนและซูเหลยคาดไม่ถึงคือเขาค่อยๆ นั่งยองลงไป จากนั้นเริ่มเช็ดขากางเกงขึ้นมา
มองเห็นเฉินเป่ยที่ท่าทางเชื่อฟังคำสั่งแบบนี้ วอล์คเกอร์ยิ่งได้ใจ นับวันยิ่งกำเริบเสิบสานอย่างไม่มีขีดจำกัดสักนิด
เขามองเฉินเป่ยจากที่สูงลงมา เอ่ยปากอย่างเย็นเฉียบ “ฉันไม่ได้ให้นายนั่งยองๆ เช็ดนะ”
ชั่วขณะนั้นหลีชิงเยียนกับซูเหลยสีหน้าเปลี่ยน ลูกค้าที่นั่งอยู่ไม่น้อยวางมีดและส้อมลง หรี่ตาขึ้น
คนที่เคยผ่านโลกมามากมายถึงรู้ว่า.......เรื่องสนุกกำลังจะเปิดฉากแล้ว
ที่จริงมือของเฉินเป่ยที่เช็ดขากางเกงค้างฉับพลัน สั่นเทาเล็กน้อย
มุมปากของวอล์คเกอร์ฉีกรอยยิ้มที่เหยียดหยามขึ้น ในน้ำเสียงมีความยิ่งยโสและคำสั่งแบบจางๆ อยู่ “คุกเข่าเช็ด”
มือของเฉินเป่ยที่เช็ดขากางเกงนิ่งอยู่กลางอากาศ และในใจผู้คนที่นั่งกันอยู่ต่างเต้นตุบๆ ค่อยๆ มองทางวอล์คเกอร์ด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
สำหรับพวกเขานั้น วอล์คเกอร์อาจจะเล่นมากเกินไปหน่อย เหยียดหยามคนอื่นสักยกก็พอกันไป แต่ลูกค้าที่มาใช้บริการที่นี่ได้ จะมีคนธรรมดาสักกี่คนเชียว?
ดังนั้นจึงไม่สามารถตัดสินคนจากภายนอกได้ แต่วอล์คเกอร์ก็ไม่เหมือนใคร เขาจึงไม่เข้าใจเหตุผลนี้
การเหยียดหยามก่อนหน้านี้ของวอล์คเกอร์เกินเลยมากแล้ว โชคดีที่เฉินเป่ยนิสัยดี เห็นว่าอยู่ต่อหน้าหลีชิงเยียน เขาจึงอดทนครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ครั้งนี้ เขาจะทนได้เหรอ?
ให้เขาคุกเข่าลง เห็นได้ชัดว่าแตะขีดจำกัดของเขาเข้าแล้ว นั่นคือศักดิ์ศรีของเขา
ผู้ชายจะคุกเข่าลงเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ยิ่งไปกว่านั้นสถานะของเฉินเป่ย......สามารถพอที่จะทำให้หัวเซี่ยสั่นสะเทือนได้
ให้เขาคุกเข่าลง คิดเพ้อฝันไปแล้ว
คำพูดของวอล์คเกอร์พึ่งจบลง เฉินเป่ยยกมุมปากขึ้น ลุกขึ้นทันใด เขามองทางวอล์คเกอร์ มุมปากแขวนรอยยิ้มที่แปลกประหลาดลึกลับไว้ เขาคว้าไวน์ที่อยู่บนโต๊ะด้านข้างขึ้น ด้านในยังมีไวน์ลาฟิตชั้นเยี่ยมที่มีสีแดงทับทิมอยู่ครึ่งหนึ่ง
จากนั้นภายใต้การตกตะลึงพรึงเพริดของคนนับไม่ถ้วน เฉินเป่ยนำไวน์ลาฟิตในแก้วเทลงจากบนยอดศีรษะของวอล์คเกอร์จนหมดอย่างช้าๆ
การกระทำนี้ของเฉินเป่ยทำเอาตื่นตะลึงกันทั้งหมด รอบด้านเงียบหมด วอล์คเกอร์อึ้งค้างแล้ว
ไม่เพียงแค่นี้ หลีชิงเยียนยังมึนงงไปด้วย ผู้คนที่มุงดูเหล่านั้นก็งงงวยกันทั้งหมด
ใครจะไปคิดว่าเฉินเป่ยไม่เพียงไม่คุกเข่าลง แต่ทว่านับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน
ไม่มีใครคาดการณ์การกระทำของเฉินเป่ยได้ พวกเขาแต่ละคนสีหน้าตื่นตกใจ ตั้งนานยังสงบลงไม่ได้
วอล์คเกอร์ค้างอยู่ที่เดิม จนเขาเปลี่ยนไปเหมือนกับลูกหมาตกน้ำ รู้ว่าเขาเองคงได้กลิ่นหอมของไวน์นั้นที่แพร่กระจายมาจากร่างกาย เขาถึงได้สติขึ้นมาทันใด แม้กระทั่งเขายังไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างตรงหน้านี้จะเป็นเรื่องจริง
คนต่ำต้อยขี้โรคแห่งเอเชียตรงหน้าคนนี้ คาดไม่ถึงกล้าใช้ไวน์ลาฟิตราดเขา?
ไม่อยากมีชีวิตต่อแล้วรึไง
วอล์คเกอร์มึนงงมาก ตะลึงห้าหกวินาทีเต็มๆ เขาถึงตอบสนองเข้ามา มือทั้งคู่กำหมัดกรอบๆ ทันใดนั้นดวงตาทั้งคู่เย็นเฉียบ
จากในแววตาของวอล์คเกอร์มีแสงอันรุ่งโรจน์ถูกจุดติดแล้ว บิดเบี้ยวอย่างบ้าคลั่ง นั่นคือเขากำลังโกรธเคืองอย่างถึงที่สุด
สีหน้าเขาแดงมาก หงุดหงิดอับอายจนเป็นความแค้น เป็นครั้งแรกที่เขาเจอการเหยียดหยามมากขนาดนั้น
คาดไม่ถึงว่าเขาจะโดนคนชั้นต่ำใช้วิธีแบบนี้มาเหยียบย่ำตนเองต่อหน้าต่อตาผู้คน มีอย่างที่ไหนกัน!
วอล์คเกอร์กุมหมัดทั้งสองแน่น เขาจ้องเฉินเป่ยด้วยความโมโห ทันใดนั้นมุมปากฉีกรอยยิ้มหนึ่งขึ้น
นี่คือเขาโกรธมากถึงขึ้นยิ้มเลยเหรอ
และภายใต้การจ้องมองของหลีชิงเยียนที่อึ้งทึ่ง เฉินเป่ยสีหน้าเรียบนิ่ง มองวอล์คเกอร์ที่โกรธเคือง เอ่ยปากบอก “นายคือสายเลือดราชวงศ์ในตำนาน?”
“แน่นอนสิ” วอล์คเกอร์พูดชัดถ้อยชัดคำ หนาวเหน็บอย่างยิ่ง ทำให้ที่ว่างเปล่าเกิดเสียงคำรามสั่นสะเทือน น่ากลัวอย่างมาก
“ป๊าบ!”
ในเวลานี้ เฉินเป่ยตบลงบนหน้าของวอล์คเกอร์ไปทีหนึ่ง
วอล์คเกอร์ตะลึงค้าง เขาโดนตบมาทีหนึ่งจนมึนงงไป
เขาเป็นคนที่มีท่วงทีสุภาพบุรุษเพียบพร้อม ถึงแม้จะโดนเฉินเป่ยตบหน้ามาทีหนึ่ง ก็ไม่ได้รีบลงมือทันที
มือของเขาจับไปที่แก้มบวมแดง สีหน้าหนาวเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง
“สายเลือดราชวงศ์ หึ แม้แต่สายเลือดราชวงศ์ก็ไม่รู้จักความรู้เรื่องประเพณีตะวันตกขั้นพื้นฐานที่สุดเหรอ?” เฉินเป่ยเอ่ยปากนิ่งๆ คำพูดลอยเข้าในหูของวอล์คเกอร์ เห็นได้ชัดว่าเสียดแก้วหูอย่างยิ่ง
คำพูดนี้ของเฉินเป่ย บวกกับการเหน็บแนมเต็มที่ของเขา สายตาที่ถากถางราวกับแค่มองก็ดูวอล์คเกอร์ออกแล้ว ความลับของเขาถูกรับรู้ทั้งหมด