ตอนที่ 265
บทที่265 หมาตายตัวหนึ่ง
October 28, 2026
บทที่265 หมาตายตัวหนึ่ง
เฉินเป่ยมึนงง มองวอล์คเกอร์อย่างไม่พูดไม่จา มุมปากฉีกเส้นรัศมีวงกลมขึ้น ยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม “นายว่าอะไร?”
“คุกเข่า.......” วอล์คเกอร์ยังพูดออกมาไม่หมด ทันใดนั้นเฉินเป่ยก็สั่นข้อมือ แวบเดียวฝ่ามือของเฉินเป่ยก็ตบไปบนหน้าของวอล์คเกอร์ราวกับสายฟ้าแลบ
เสียงระเบิดดังกังวาน ทั้งตัววอล์คเกอร์โดนกำลังมหาศาลยกขึ้นมา หลังจากหมุนวนสามร้อยหกสิบองศาในอากาศไป ก็กระแทกลงบนพื้นอย่างแรง
เรื่องราวรวดเร็วมาก บรรยายแทบไม่ทัน วอล์คเกอร์ไม่มีการตอบสนองเข้ามาสักนิด เพราะความเร็วของเฉินเป่ยช่างว่องไวเสียจริงๆ เลย
“ปึง!”
ทั้งหมดอยู่ในความเงียบเพราะกลัว ผู้คนมากมายที่นั่งอยู่มาจากต่างประเทศ มองเห็นการเปลี่ยนแปลงกะทันหันเช่นนี้ สีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนไป
เฉินเป่ยลงมือแล้ว ทว่าไม่มีใครเห็นการกระทำเมื่อสักครู่ของเฉินเป่ยอย่างชัดเจน ความเร็วของเขาไวอย่างกับฟ้าแลบ เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น
ถึงแม้หลายท่านที่ตอบสนองไวก็มองเห็นเหมือนเฉินเป่ยแค่จะลงมือไป หลังจากนั้นวอล์คเกอร์ก็นอนอยู่บนพื้นแล้ว
หลีชิงเยียนขมวดคิ้ว เธอพึ่งอยากพุ่งเข้าไปที่เฉินเป่ยทางนั้น กลับนึกไม่ถึงว่าซูเหลยที่อยู่ด้านข้างจะดึงเธอเอาไว้กะทันหัน
“ประธานหลี รอดูก่อน.......เขาคงไม่เป็นอะไร” ซูเหลยพูดเสียงต่ำ
“เธอเอาอะไรมามั่นใจว่าเขาจะไม่เป็นไร?” หลีชิงเยียนขมวดคิ้ว
ซูเหลยมองทางหลีชิงเยียน เอ่ยปากบอก “สัญชาตญาณ คุณไม่รู้สึกเหรอว่าตอนนี้แต่ละเรื่องที่เขาทำ ล้วนมีความมั่นใจอย่างมาก?”
ซูเหลยพูดมาขนาดนี้ ถึงทำให้สีหน้าหลีชิงเยียนนิ่งค้าง ก่อนจะมีปฏิกิริยาเข้ามา
ซูเหลยเตือนสติหลีชิงเยียน หลีชิงเยียนพิจารณาอย่างรอบคอบ ตั้งแต่น้ำแก้วเมื่อสักครู่นั้น ถึงแบล็กการ์ดอันทรงเกียรติตอนท้าย เหมือนเหตุการณ์ทุกอย่างนี้จะอยู่ในการควบคุมของเฉินเป่ย
หลีชิงเยียนอดมองทางเฉินเป่ยไม่ได้ ในใจเธอยังคงสงสัยอยู่บ้าง เจ้าหมอนี้ หรือว่าทุกอย่างนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาคำนวณมาเรียบร้อยแล้ว?
ทั้งตัววอล์คเกอร์ล้มอยู่ที่พื้น ย่ำแย่จนคนทนดูไม่ไหว
กำลังของเฉินเป่ยมากเหลือเกิน วอล์คเกอร์พยายามดิ้นรนปีนขึ้นมา สีหน้ามุ่งร้ายหนาวเย็น
“กล้าทำร้ายฉันที่นี่.......” ในแววตาของวอล์คเกอร์มีไฟแค้นพลุ่งพล่าน ทั้งยังมีแรงอาฆาตเย็นยะเยือก
“ฉันจะให้นายชดใช้ สิ่งที่นายยากจะจินตนาการได้!” วอล์คเกอร์ตะโกนเสียงดุ
แต่เพียงแค่แวบเดียว เฉินเป่ยก็พูดออกมา “นายคิดว่านายเป็นพ่อของเทพเจ้าเหรอ? ให้ฉันชดใช้ นายคู่ควรแล้วรึไง?”
เฉินเป่ยหัวเราะเยาะเย้ย จากนั้นยื่นมือออกไปคว้าคอเสื้อของวอล์คเกอร์ไว้
แววตาของวอล์คเกอร์เผยความปวดใจออกมา เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้ของเขาเป็นแบบสั่งตัดด้วยมือ ราคาแพงมาก แต่ตอนนี้กลับโดนเฉินเป่ยฉีกออกอย่างง่ายดาย
สายตาเฉินเป่ยเหน็บหนาว เขาเคยให้โอกาสวอล์คเกอร์แล้ว ใครจะไปรู้ว่าวอล์คเกอร์อยากหาที่ตายเอง นั่นโทษเขาไม่ได้นะ
เฉินเป่ยยกวอล์คเกอร์ไว้ ดวงตาทั้งสี่จ้องกัน ชั่วพริบตาเดียว วอล์คเกอร์ก็สั่นไปทั้งตัว สายตาของเขาปะทะเข้ากับเฉินเป่ย สายตาของเขาปรากฏสีที่ตื่นตกใจขึ้นฉับพลัน
ชั่วขณะนั้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป ท่าทางที่ดุร้ายหายเข้ากลีบเมฆ.......ถูกความตื่นตระหนกหวาดกลัวเข้ามาแทนที่
เขามองเห็นอะไรเข้า?
ผู้คนมากมายมองหน้ากันและกัน แม้แต่ผู้จัดการที่อยู่ด้านข้างยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าวอล์คเกอร์มองเห็นอะไร......จากในดวงตาคู่นั้นของเฉินเป่ย วอล์คเกอร์มองเห็นจิตวิญญาณที่ยิ่งว่านักฆ่าที่ร่างกายเฉินเป่ยซ่อนเอาไว้แล้ว
ที่ลึกลงไปของจิตวิญญาณนั้นมีเจตนาจะฆ่าอันหนาวเหน็บซ่อนไว้ ทำให้วอล์คเกอร์หนังศีรษะชา.......ยังผิดปกติสยองขวัญยิ่งกว่าอยู่ในนรกเสียอีก
ความรู้สึกแบบนั้นไม่สามารถบรรยายได้ ในชั่วขณะนั้นจิตวิญญาณลึกๆ ของวอล์คเกอร์รู้สึกถึงความกลัวที่รุนแรงโดยสัญชาตญาณ
ครั้งนี้เขามองอะไรออกแล้ว ในสายตาที่สงบนิ่งของเฉินเป่ยกำลังค่อยๆ ก่อหวอดขึ้น ตามมาด้วยภูเขาไฟระเบิดที่ตนเองจะหาเรื่องไม่ได้
ถ้าเมื่อสักครู่เฉินเป่ยระเบิดออกมา ขอเพียงใช้แรงเบาๆ วอล์คเกอร์ก็โดนเฉินเป่ยบีบคอให้ตายได้
วอล์คเกอร์หนังศีรษะชา ถึงตอนนี้ยังรู้สึกหวาดผวา เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นสายตาของมนุษย์คนหนึ่งที่ยังมีความน่าสยองแบบนั้น นั่นเป็นสายตาที่บ้าระห่ำกว่าคนมากมายที่เขาเคยเจอมา
ไม่เหมือนกับความคลุ้มคลั่งของคนบ้าเหล่านั้น เขายังมองเห็นอย่างแจ่มแจ้ง ความบ้าคลั่งในแววตาของเฉินเป่ยแปลกประหลาดมาก ทั้งบ้าระห่ำและเต็มไปด้วยสติสัมปชัญญะ
วอล์คเกอร์ดิ้นรนไม่หยุด น้ำเสียงของเฉินเป่ยสงบนิ่งมาก แต่ละคำแต่ละประโยคลอยเข้าในหูของวอล์คเกอร์ กลับเหมือนเสียงของนรกที่มาจากหุบเหวลึก
“ให้ฉันขอโทษ? สรุปเป็นใครที่ต้องขอโทษกัน?”
น้ำเสียงเฉินเป่ยนิ่งเรียบเป็นพิเศษ กลับเผยความเมินเฉยที่พูดไม่ถูกออกมา ทำให้คนขนลุกขนพอง
“ผมผิดไปแล้ว ปล่อยผมเถอะ!” ทั้งตัววอล์คเกอร์กำลังสั่นเทา เขากัดฟันเอ่ยขึ้นอย่างสั่นไม่หยุด เหมือนมองเห็นภาพอะไรที่น่าสยองขวัญ คาดไม่ถึงจะยอมรับผิดแล้ว
ผู้คนไม่น้อยท่าทางสงสัย วอล์คเกอร์ไม่ใช่แค่โดนเฉินเป่ยคว้าขึ้นมาแล้วเหรอ จ้องตากันครู่เดียววอล์คเกอร์ก็จะยอมจำนนแล้วเหรอ? ภายในนี้ยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย
พวกเขาจะรู้ได้อย่างไร สำหรับเขาแล้วสายตาของเฉินเป่ยในวินาทีนั้นก็คือสายตาของนรกอย่างยิ่ง
เฉินเป่ยมิใช่เพียงบุคคลที่วอล์คเกอร์หาเรื่องไม่ได้เท่านั้น จนถึงวินาทีนี้ที่วอล์คเกอร์พึ่งโดนเฉินเป่ยคว้าขึ้นมา ในที่สุดวอล์คเกอร์ก็เข้าใจสายตาที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่หนาวเหน็บ
“ปล่อยนายไป?” เฉินเป่ยมองทางวอล์คเกอร์ น้ำเสียงเขาเย็นยะเยือก บอกว่า “นายคิดว่าเป็นไปได้เหรอ?”
คำพูดพึ่งจบ แขนของเฉินเป่ยที่ยกวอล์คเกอร์ไว้ข้างนั้น บนแขนที่ใหญ่และล่ำสันมีเส้นเลือดปุดขึ้นเป็นเส้นๆ ทันที ราวกับมังกรเขียวแต่ละตัว