ตอนที่ 269
บทที่269 ฆ่าแกด้วยมือเดียว!
October 28, 2026
บทที่269 ฆ่าแกด้วยมือเดียว!
ในฐานะหัวหน้าสาขาของสาขาซ่าหลัว เขาไม่เพียงมีความสามารถองอาจห้าวหาญ และชัดเจนต่อพลังของลูกน้องตนเองว่ามีพลังมากน้อยเพียงใด
ดังนั้นเขาจึงเชื่อใจต่อสมาชิกซ่าหลัวเหล่านี้ของเขาอย่างยิ่ง
พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกับเขามา แต่ละคนต่างก็เคยเสียเลือด เคยได้รับบาดเจ็บกลางถนนมากับเขา ระหว่างความเป็นความตาย เข้าใจรูปแบบการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างมากมาย
นี่คือสาเหตุตอนที่เขายึดอิทธิพลใต้ดินอื่นไว้ รบครั้งใดก็ชนะในครั้งนั้น
สมาชิกซ่าหลัวเหล่านี้เป็นความภูมิใจของเขา ดังนั้นตอนที่สมาชิกซ่าหลัวล้อมเฉินเป่ยไว้ เขาจึงเกือบจะแน่ใจแล้วว่าเฉินเป่ยจบเห่โดยแท้ ต้องโดนมีดฟันขาดแน่
แต่ใครจะไปคิดว่าเขายังประเมินเฉินเป่ยต่ำไป เฉินเป่ยเป็นคนธรรมดารึไง?
สมาชิกซ่าหลัวเหล่านี้ถึงจะโหดร้ายแค่ไหน ยังสามารถเทียบกับเฉินเป่ยได้เหรอ?
ในมือเฉินเป่ยกุมแสงสีดำ แสงสีดำทะลุผ่านอากาศที่ว่าง แทงทะลุผ่านกลางร่างกายแต่ละร่าง เลือดสดกระจายทั่วทิศเผยอยู่บนปลายมีด ทำให้แสงสีดำกำลังร้องคำราม ราวกับกำลังสั่นระริกอย่างตื่นเต้น
มีดแหลมสั่นระริกไม่หยุด มีเสียงเพลงมังกรดังก้องอยู่ในอากาศ ราวกับมีผู้สูงสุดแห่งยุคปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
ในมือเฉินเป่ยกุมแสงสีดำ สมาชิกซ่าหลัวแต่ละคนที่ในมือถือมีดไว้พุ่งเข้ามาอย่างโหดเหี้ยมมาก เฉินเป่ยถอนหายใจนิดหน่อย และปล่อยมือออก
และชั่วขณะที่เขาปล่อยมือออก แสงสีดำในมือของเขาสั่นระริก ร้องคำรามไม่หยุด และสั่นรุนแรงยิ่งขึ้น ราวกับว่ากำลังตื่นเต้น เกือบจะชั่วขณะหนึ่งที่เฉินเป่ยพิทักษ์รักษา แสงสีดำราวกับฟ้าแลบก็ระเบิดยิงออกไปอย่างงดงามละเอียดอ่อน
ในอากาศมีเสียงระเบิดเกิดขึ้น เฉินเป่ยมองแสงสีดำที่รวดเร็วนั้นจนทำให้คนเดือดดาล จากนั้นหรี่ดวงตาทั้งคู่ขึ้น
“บึ้ม!”
สมาชิกคนหนึ่งในนั้นกุมมีดไว้ในมือ ถลึงตาโตด้วยความแค้นเคือง ตามองเห็นว่าเข้าใกล้เฉินเป่ยได้แล้ว ตอนที่อยากไปทางที่เฉินเป่ยร่วงลง ทันใดนั้นฟ้าแลบสีดำสายหนึ่งก็แลบผ่าน
หลังจากนั้นสมาชิกคนนี้ก็พบทันทีว่าแสงสีดำที่แลบผ่านนี้......เหมือนแลบผ่านจากในร่างกายของตนเอง ทั้งยังเอาของอะไรไปด้วย
ไม่นานสีหน้าของเขาก็ซีดขาวขึ้นมา ล้มลงพื้นฉับพลัน หมดสิ้นพลัง
หน้าอกของเขามีรูเลือดที่ใหญ่เท่าชามขนาดนั้น หัวใจโดนแสงสีดำทะลวงราวกับมีมีดมาเสียบไว้ ชีวิตหนึ่งย่อมหมดลมลง
เขาที่อุณหภูมิร่างกายกำลังลดลง นอนอยู่บนพื้น ดวงตายังเบิกโต เหมือนก่อนหน้านี้ไม่ยินยอมเผชิญต่อความตาย
ความเร็วของแสงสีดำนั้นไวเหลือเกิน ทะลุผ่านอากาศว่างเปล่า เสียง “ปุๆๆ” ดังขึ้นมาติดต่อกัน แต่ละเสียงได้นำชีวิตหนึ่งไปด้วย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” ชายล่ำสันคนนั้นสับสนถึงที่สุด สีท้องฟ้ามืดมิด ถึงแม้สายตาพวกเขาจะดีมาก แต่เดิมทีมองไม่เห็นว่าอะไรกำลังก่อเรื่อง คนเหล่านี้ถึงได้ล้มลงกันทั้งหมด
ตรงที่ที่เฉินเป่ยผ่านไป ศพล้วนแล้วแต่ล้มลงทั้งนั้น
พอราชาหลงโกรธ ผู้คนก็บาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ
และวินาทีนี้เฉินเป่ยยังไม่ทันระเบิดความโกรธ สถานการณ์ก็เป็นแบบนี้แล้ว แค่คิดก็รู้ว่าถ้าผู้มีตัวตนในตำนานท่านนี้ระเบิดความโกรธ จะเป็นภาพที่น่ากลัวแค่ไหนกัน?
“ตาย!”
สมาชิกซ่าหลัวคนหนึ่งฟันฆ่าไปทางด้านหลังของเฉินเป่ย และในเวลานี้เฉินเป่ยหมุนตัวกะทันหัน ราวกับคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้ว ดวงตาที่สงบหนาวเย็นคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอย่างเย็นชา
มีดในมือคนคนนั้นค้างกลางอากาศทันที สายตาจ้องมองกัน สมาชิกซ่าหลัวคนนั้นสั่นไปทั้งตัว จากในสายตาของเฉินเป่ย เขารู้สึกถึงความเหี้ยมโหดและเย็นยะเยือกบ้าคลั่งแบบไม่มีที่สิ้นสุด
ตรงหน้านี้เดิมทีไม่ใช่คนทั่วไป.......นี่แม่งคือปีศาจตนหนึ่ง ปีศาจร้ายสินะ
สมาชิกซ่าหลัวเคยเจอคนที่ดุร้ายชั่วช้าพวกนั้น แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยเจอสายตาแบบของเฉินเป่ยนี้ที่ทำให้หัวใจของเขาห่อเหี่ยวลงหมด ราวกับหลังถูกโจมตีก็แข็งทื่อไป
เรื่องราวเกิดขึ้นไวมาก แทบจะบรรยายตามไม่ทัน เพียงชั่วพริบตาเขาก็รู้สึกถึงอะไรมากมาย.......ส่วนเฉินเป่ยเพียงแค่เตะมาทีหนึ่ง ก็ถีบเขากระเด็นไปไกล ถีบออกจากสนามรบที่หนาวเย็นและเต็มไปด้วยคาวเลือดแห่งนี้ไป
เขาล้มอยู่บนพื้น ดิ้นรนอยากจะปีนขึ้นมา แต่เขาพบว่าทั่วทั้งตัวของตนเองปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงแล้ว ขาทั้งสองใช้การไม่ได้ ลุกอย่างไรก็ลุกไม่ขึ้น
เขาเงยหน้า มองทางที่ไกลออกไป หนังศีรษะชาอย่างอดไม่ไหว
เขามองเห็นอะไร? ต่อให้เป็นค่ำคืนมืดมิดที่ยื่นมือออกไปจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วทั้งห้า เขาก็ยังมองเห็นอย่างแจ่มแจ้ง เสียงร้องโหยหวนที่เจ็บปวดทุกข์ทนเหล่านั้น คาวเลือดที่ฟุ้งกระจาย ทั้งยังมีภาพเงาคนคนหนึ่งที่ลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม
และสิ่งที่ยิ่งทำให้ในใจเขาสั่นสะเทือนคือภาพเงาคนคนนั้นช่างเกรียงไกรเหลือเกิน เกือบจะเป็นการสังหารหมู่ที่รุนแรงมาก เลือดบนตัวของเขา เดาว่าส่วนใหญ่ล้วนเป็นของสมาชิกซ่าหลัว......
“ปีศาจ! เป็นปีศาจแน่นอน!” มีสมาชิกซ่าหลัวที่ควบคุมความตื่นตระหนกตกใจไว้ไม่อยู่ ตะโกนออกมา
และคำพูดนี้พึ่งจบลง เสียงพรึ่บของแสงดำสายหนึ่งก็ทะลุผ่านอากาศ แทงทะลุหน้าอกของเขา ก่อนจะมีเลือดพุ่งขึ้น
“เฮือก!”
เขายังอยากพูดอะไรอีกสักนิด แต่มีเพียงเลือดสดที่พ่นออกมา ร่างกายนั้นไม่นานก็อ่อนยวบล้มลงไปแล้ว
“สรุปเขาเป็นใคร.......ฝีมือการสังหารอันนี้ เหนือขั้นและเต็มไปด้วยความรู้สึกศิลปะ” ซูเหลยกำลังต่อสู้ด้วยอาวุธ แต่ตอนที่หล่อนมองเห็นเฉินเป่ย ยังคงโดนเฉินเป่ยทำเอาตกใจจนได้ ในใจเหน็บหนาว
เฉินเป่ยกำจัดศัตรูราบคาบ สมาชิกซ่าหลัวพวกนั้นไม่มีท่วงท่าจะรุกเข้ามาโจมตีโดยสิ้นเชิง ต่างพ่ายแพ้ล่าถอยไปครั้งแล้วครั้งเล่า
โดยรอบของเฉินเป่ย ทุกที่ล้วนเป็นศพที่ล้มลงจมกองเลือด......เฉินเป่ยที่ฆ่าอย่างกระหายเลือด ท่วงทีไร้ศัตรูไต่ขึ้นมาทีละนิด
ไม่มีใครเห็นหน้าของเฉินเป่ยได้ชัด ทั้งตัวเฉินเป่ยล้วนเป็นเลือดสด พวกเขามองเห็นเพียงในลูกตาคู่นั้นของเฉินเป่ย มีเพียงเจตนาที่จะฆ่าเย็นยะเยือกอยู่เต็มเปี่ยม
เฉินเป่ยราวกับหุ่นยนต์สังหารที่ไม่มีความรู้สึกตัวหนึ่ง มีเพียงช่วงเวลาบางครั้ง ในแววตาของเขาถึงจะเผยการหยอกล้อที่ไร้เยื่อใยขึ้นฉับพลัน
ที่ที่ไม่ไกลนัก หลีชิงเยียนมองฉากนี้อย่างอึ้งทึ่ง หมดแรงอยู่บนพื้นไปตั้งแต่แรก เธอไม่เคยเจอภาพเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ภาพนรกในโลกมนุษย์แสดงอยู่ตรงหน้าของเธออย่างโจ่งแจ้ง
ร่างกายของหลีชิงเยียนที่เรียวขาวสั่นเทาไม่หยุด ใบหน้างดงามของเธอซีดขาวราวกับกระดาษ เธอมองซูเหลยอยู่ ในใจเกิดความปั่นป่วนยิ่งใหญ่ขึ้น
เธอไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตอนที่เธอเห็นร่างกายของซูเหลยสั่นไหวอย่างรวดเร็ว เธอถึงนึกขึ้นได้ว่าซูเหลยมาจากทีมรบพิเศษของหัวเซี่ย ย่อมมีฝีมือความสามารถไม่ธรรมดาแน่นอน