ตอนที่ 303
บทที่303 ถือมีดเข้ามา!
October 28, 2026
บทที่303 ถือมีดเข้ามา!
รถไมบัคที่สูงศักดิ์แล่นบนถนนด้วยความเร็ว ภายใต้การบดบังของฉากยามค่ำคืนที่ลึกล้ำมืดมิด ไม่นานก็เข้าใกล้โรงแรมระดับห้าดาวที่อยู่ห่างออกไปแล้ว
และเวลานี้ ภายในโรงแรม ไม่ว่าเป็นหลีชิงเยียน ซูเหลยหรือว่าเฉินเป่ย ต่างไม่รู้สึกถึงอันตรายที่จะเข้ามาหาเลย
ซูเหลยที่อยู่ในห้องพัก นั่งอยู่บนโซฟา ครุ่นคิดเรื่องเมื่อช่วงกลางวันอยู่ ฉากการต่อสู้นั้นของพลเอกหลี่และเฉินเป่ย......หล่อนจำได้อย่างชัดเจน คาดไม่ถึงเฉินเป่ยเป็นมวยจูนถี่ของกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแบบปรับปรุงใหม่ของทีมรบพิเศษด้วย ทำให้หล่อนมักมีลางสังหรณ์บางอย่าง เหมือนว่า นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการรู้สถานะของเฉินเป่ย
ที่ทำให้ซูเหลยแปลกใจคือนายพลระดับสูงของกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิงท่านนั้นไม่สามารถสู้เฉินเป่ยได้...มวยจูนถี่ที่เพิ่มการต้านทานนั้น หมัดหนึ่งที่มีพลังน่าสยองขวัญ คาดไม่ถึงจะตกเป็นเบี้ยล่างเอาดื้อๆ
การสังเกตของซูเหลยรอบคอบเก็บทุกรายละเอียด หล่อนจำได้อย่างแจ่มชัด หลังปล่อยหมัดหนึ่งออกมา พลเอกหลี่ก็ถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะยืนอยู่ที่เดิม แขนขวาสั่นเทาเบาๆ อยู่ไม่ขาดสาย
หรือว่าเป็นอาการแทรกซ้อนภายหลังเหรอ? สรุปเป็นหมัดแบบไหนกันที่สามารถทำให้พลเอกหลี่เกิดอาการแทรกซ้อนภายหลังได้?
ซูเหลยย่อมไม่อาจจะนึกได้ว่าเป็นสาเหตุของการสั่นพ้อง
ในความเป็นจริง ทำให้พลเอกหลี่รู้จักการสั่นพ้องระดับแบบนี้ได้ก็บังเอิญเสียจริง อย่างซูเหลยนั้น เดิมทีย่อมไม่รู้ว่าอะไรคือการสั่นพ้อง
ซูเหลยขมวดคิ้วอยู่ ครุ่นคิดอย่างหนัก ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบกลับคิดไม่ออก เฉินเป่ยกับทีมรบพิเศษมีความเกี่ยวข้องอะไรกัน......เขาใช้ท่ายกทุ่มข้ามไหล่ได้อย่างไรกันแน่?
ตอนที่เฉินเป่ยใช้ท่ายกทุ่มข้ามไหล่นั้น เดิมทีซูเหลยมองไม่เห็น ดังนั้นในความเป็นจริงซูเหลยไม่สามารถยืนยันได้ว่าที่เฉินเป่ยใช้ออกมา สรุปแล้วเป็นท่ายกทุ่มข้ามไหล่ที่ผ่านการปรับปรุงใหม่หรือไม่
ซูเหลยแอบรู้สึกว่าตนเองเหมือนเข้าใกล้ความจริงของเรื่องจริงอีกนิด แต่ตอนที่หล่อนจะเข้าใกล้นั้น ถึงท้ายที่สุดกลับมีอุปสรรคบางอย่างขวางกั้นตนเองในการค้นหาความจริง......สิ่งที่ทำให้หลงทางแต่ละอย่างทำให้เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
.........
“เอี๊ยด!”
เสียงเสียดสีของล้อรถกับพื้นที่เสียดแก้วหูทำลายบรรยากาศยามค่ำที่เงียบสนิท รถยนต์ไมบัค62sที่สูงศักดิ์คันหนึ่งจอดลงที่หน้าประตูของโรงแรมแล้ว หน้าประตูโรงแรม พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เฝ้ายามสองคนมองรถไมบัคคันนั้นอย่างไม่เข้าใจ จากบนรถไมบัคคันนั้น รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไม่ชัดเจน มีลางสังหรณ์น่าประหลาดใจอย่างหนึ่ง รถไมบัคคันนี้......ผู้มาเยือนไม่น่าเป็นมิตร
ภายในรถ ลูกน้องพูดกับท่านผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยความเคารพ “ท่านผู้อาวุโสครับ ถึงแล้วครับ”
ท่านผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ในรถ กำลังหลับตาทั้งคู่อยู่ พักผ่อนสายตา และพอได้ยินคำพูดประโยคนี้ จึงลืมตาทั้งคู่ทันใด พลังแสงที่น่าตกใจแวบผ่านจากในแววตาเขา
ชั่วพริบตาเดียว มีท่วงทีที่ไร้รูปร่างพุ่งทะยานขึ้นมาจากบนตัวเขา ส่วนลูกน้องที่อยู่ด้านข้างสั่นเทาไปหมด สายตาหวาดหวั่น
“ลงรถ” ท่านผู้อาวุโสเอ่ยปากนิ่งๆ มีเพียงสองคำเท่านั้น กลับทำให้ลูกน้องสองคนนี้เคารพราวกับพระราชโองการ
ประตูรถเปิดออก ลูกน้องก้าวออกจากรถ มือหนึ่งแนบไว้ที่เพดานรถ พูดอย่างระมัดระวัง “ท่านผู้อาวุโสครับ ระวังศีรษะ......”
ท่านผู้อาวุโสก้าวเท้าออกจากในรถ หนวดเคราขยับเองแบบไร้ลมพัด เดินไปที่หน้าประตูโรงแรมทีละก้าว...
ตอนแรกลูกน้องสองคนอยากตามหลังท่านผู้อาวุโสไป แต่พอนึกถึงท่านผู้อาวุโสเข้าไปสังหารหมู่ จึงได้แต่มองท่านผู้อาวุโสแบบเต็มไปด้วยความเคารพหวาดกลัวกำลังหายไปจากหน้าประตูโรงแรม
“เป็นใครกันแน่ ถึงต้องให้ท่านผู้อาวุโสลงมือด้วยตัวเอง?” ลูกน้องหนึ่งในนั้นพูดอย่างอกสั่นขวัญแขวน
“ไม่รู้” ลูกน้องอีกคนหนึ่งส่ายๆ หน้า “นานมากแล้วที่ท่านผู้อาวุโสไม่เคยลงมือ แต่ทุกครั้งที่เขาลงมือ ล้วนมีภาพสังหารคนอย่างโหดเหี้ยมทารุณปรากฏขึ้น!”
ลูกน้องคนนั้นพูดไปด้วย หดๆ ศีรษะไปด้วย “นั่นเป็นภูเขาศพทะเลเลือด เป็นฉากที่สยดสยองที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา!”
“งั้นในโรงแรมแห่งนี้ เกรงว่าไม่มีใครโชคดีรอดพ้นไปได้แล้ว”
ช่วงเวลาที่ลูกน้องทั้งสองคนพูดคุยกัน ท่านผู้อาวุโสก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ความจริงปีนขึ้นไม่หยุด เสื้อคลุมสีขาวที่สะอาดมาก และบันไดที่เขาเดินผ่าน คาดไม่ถึงจะแตกระแหงแกรกๆ รอยร้าวแบบใยแมงมุมแต่ละรอยสะดุดตาอย่างมาก
หน้าประตูโรงแรม พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เฝ้ายามสองคนเห็นฉากนี้เข้า ชั่วขณะนั้นสีหน้าเปลี่ยนแล้ว
พนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนมองทางท่านผู้อาวุโส เอามือหนึ่งจับที่กระบองด้วยสีหน้าระแวง ตะโกนเสียงดุ “หยุดนะ!”
แต่ท่านผู้อาวุโสเหมือนไม่สนใจพนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนนี้ มองทางหน้าประตูโรงแรมไปตรงๆ แล้วก้าวเดินเข้าไป
“หยุดอยู่ที่เดิมนะ!” เห็นท่านผู้อาวุโสเดินเข้าไปใกล้อีก ในที่สุดพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนก็ทนไม่ไหวแล้ว...ควักกระบองไฟฟ้าแรงสูงออกมา
แต่เพียงแวบเดียว ในตาท่านผู้อาวุโสก็ปรากฏความหมายเยาะเย้ยฉับพลัน หัวเราะเสียงเบา ก้าวเท้าออกมา
“ตึง!”
ร่างกายท่านผู้อาวุโสสั่นไหวอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวปรากฏอยู่ตรงหน้าพนักงานรักษาความปลอดสองคนแล้ว
ชั่วขณะนั้นสีหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนเปลี่ยนไป มองทางท่านผู้อาวุโส ในแววตาเผยความตื่นตกใจออกมา
อย่างไรเสียพวกเขานึกไม่ถึงว่าผู้อาวุโสเสื้อคลุมสีขาวท่านนี้ ระยะห่างอยู่ไกลขนาดนี้ คาดไม่ถึงพริบตาเดียวก็ปรากฏตัวตรงหน้าของพวกเขาแล้ว