ตอนที่ 308
บทที่308 การปรากฏตัวของจิง
October 28, 2026
บทที่308 การปรากฏตัวของจิง
“ได้เลย!” เฉินเป่ยยิ้มตอบรับไป จากนั้นหมุนตัวเดินไปทางโถงทางเดิน
ผลปรากฏว่าเดินไปได้ไม่นาน ทันใดนั้นหลีชิงเยียนก็ร้องโอ๊ยออกมา ลงมาจากบนหลังของเฉินเป่ย
“มีอะไรเหรอ?” เฉินเป่ยมองทางหลีชิงเยียน
หลีชิงเยียนกัดริมฝีปากแดงไว้ ใบหน้าแดงนิดหน่อย พยายามแกล้งทำท่าทางเย็นชา บอกว่า “นายว่าไงล่ะ ขาฉันจะเอาไว้ตรงไหน?”
“ยังวางไว้ตรงไหนได้อีก? วางไว้ที่เอวผมไง” เฉินเป่ยตะลึงเล็กน้อย ไม่นานก็ตอบสนองเข้ามาแล้ว หัวเราะแบบเล่นแง่
“ประสาท” หลีชิงเยียนมองค้อนเฉินเป่ยแวบหนึ่ง ไม่มีวิธีอื่นใด ทำได้เพียงขึ้นหลังไปอีกครั้งอย่างจำใจ ให้เฉินเป่ยแบกเธอเดินไปข้างหน้า
และหลังจากหลีชิงเยียนปีนขึ้นหลังเฉินเป่ย สีหน้าเฉินเป่ยก็เปลี่ยนไป บ่นพึมพำเสียงเบา “เชี้ย ทำไมถึงหนักกว่าก่อนหน้านี้มากเลย”
“นายว่าอะไรนะ?” ใบหน้างดงามของประธานนางฟ้าเปลี่ยนไป คิ้วตั้งขึ้น สีหน้าไม่พอใจ
“ไม่มีอะไร ชิงเยียน รูปร่างคุณยิ่งดีกว่าก่อนหน้านี้ขึ้นอีกนะ” เฉินเป่ยรีบเผยรอยยิ้มที่เหยเกนิดๆ ออกมา พูดจาแบบเอาอกเอาใจ
หลีชิงเยียนทำเสียงฮึดฮัดทีหนึ่ง ถึงเร่งเฉินเป่ยให้รีบเดินไปข้างหน้า
หลังกลับมาถึงห้องพัก เฉินเป่ยยังไม่ได้วางหลีชิงเยียนลง เหมือนทนไม่ได้นักที่จะวางหลีชิงเยียนลงมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบกหลีชิงเยียนไว้ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับดอกกล้วยไม้ชื่นใจนั้นบนตัวของหลีชิงเยียน...ทำให้เฉินเป่ยเคลิบเคลิ้มอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลย บวกกับร่างกายอ่อนนุ่มหอมละมุนนี้เกาะอยู่บนหลังของตนเองขนาดนี้ นี่เป็นการกระตุ้นแค่ไหนกัน?
“สรุปนายจะวางฉันลงมาเมื่อไรกัน?” เสียงที่หนาวเย็นไม่เป็นมิตรของหลีชิงเยียนลอยมาจากบนหลังของเฉินเป่ย ถึงทำให้เฉินเป่ยวางหลีชิงเยียนอย่างอาลัยอาวรณ์
หลังวางหลีชิงเยียนลง เฉินเป่ยยังดมปลายนิ้วของหลีชิงเยียนเบาๆ ......บนปลายนิ้วยังหลงเหลือกลิ่นหอมที่น่าดึงดูดของหลีชิงเยียนอยู่ด้วย~
“เป็นยังไงบ้าง?” หลีชิงเยียนมองทางซูเหลย
“ที่นี่ไม่มีร่องรอยมากมายแล้วค่ะ” ซูเหลยส่ายๆ หน้า
หลีชิงเยียนขมวดคิ้วแน่น “ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ?”
หลีชิงเยียนนึกไม่ถึง พวกเธออยู่ในเหตุการณ์ แม้แต่เบาะแสยังได้รับมาไม่เท่าไร......เหมือนว่ามีฝ่ามือใหญ่ ทำลายล้างสิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ทิ้งทั้งหมดแล้ว
ทันใดนั้นหลีชิงเยียนหันหน้า เฉินเป่ยกำลังหันหลังให้หลีชิงเยียน ยืนอยู่หน้าประตูพ่นความบุหรี่ออกมา
หลีชิงเยียนมองภาพด้านหลังของเฉินเป่ย นึกถึงฉากหนึ่งเมื่อช่วงกลางวันที่เฉินเป่ยและพลเอกหลี่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กันโดยไม่รู้ตัว ......เธอแอบรู้สึกว่าเฉินเป่ยเหมือน......ไม่ใช่แบบภายนอกที่ดูธรรมดาขนาดนั้น
“อย่าพึ่งสนใจพวกนี้เลย พรุ่งนี้เปลี่ยนโรงแรม เดี๋ยวตำรวจจะเข้ามา เธอจะไปจัดการสักหน่อย” หลีชิงเยียนพูดกับซูเหลย เธอมองนาฬิกาบนผนังที่เอียงไปเพราะถูกแรงสั่นสะเทือน ใกล้จะเช้าแล้ว
“เวลาก็ดึกมากแล้ว รอหลังจัดการกับตำรวจเสร็จ รีบพักผ่อนเถอะ” หลีชิงเยียนบอกกับซูเหลย
“งั้นผมล่ะ ที่นี่คือห้องผมนะ” เฉินเป่ยถามด้วยหน้าตาขมขื่น
“นายไม่ใช่มีหนทางมากมายรึไง จัดการเอาเองสิ?” หลีชิงเยียนมองเฉินเป่ยแวบหนึ่ง หัวเราะเยาะหึๆ กอดหน้าอกไว้ เสียดสีไปประโยคหนึ่ง
เฉินเป่ยสีหน้าฝืดค้าง หัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน “ชิงเยียน ถ้าไม่อย่างนั้นฝืนใจสักหน่อย พวกเรานอนเตียงเดียวกันก็ได้.......”
เฉินเป่ยยิ้มบอก หลีชิงเยียนกวาดตามองเฉินเป่ย พูดว่า “ไล่เขาออกไป!”
รอยยิ้มของเฉินเป่ยแข็งตัวแล้ว เขามองหลีชิงเยียนอยู่ ใบหน้างดงามหนาวเหน็บดุจน้ำค้างแข็ง สายตาที่มองเขาเยาะเย้ยอย่างมาก
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เฉินเป่ยก็นั่งยองที่ประตูห้องอย่างกระเซอะกระเซิงสุดจะทน สูบบุหรี่ไปด้วย บ่นพึมพำไปด้วย “แต่งงานกันมาตั้งหลายเดือนแล้ว ยังไม่ให้ขึ้นเตียงอีก ทั้งๆ ที่เรื่องราวมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว...ในเมื่อเป็นเมียของฉัน ก็ขาดแค่ตอนนี้.......”
เฉินเป่ยทำได้เพียงฝืนทนปลอบใจตนเอง
............
กลางดึก ในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท
เปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน ในเวลานี้อวี้ย้งเซวียนอ่อนเพลียหนักไปตั้งนานแล้ว ง่วงจนแทบไม่ไหว แต่วันนี้เป็นข้อยกเว้น
อวี้ย้งเซวียนอารมณ์หงุดหงิดยุ่งเหยิง ต่อให้สาวงามสองคนจะหลบอยู่ด้านในผ้าห่ม รอนอนด้วยกัน แม้กระทั่งเผยไหล่เนียนมีเสน่ห์ออกมา ก็ไม่ทำให้สายตาอวี้ย้งเซวียนเคลื่อนย้ายได้สักนิด
อวี้ย้งเซวียนเดินวนกลับไปกลับมาในห้องพักอย่างร้อนใจ ตามการหมุนเวียนของเวลา ความรู้สึกไม่สงบในใจ นับวันยิ่งรุนแรงขึ้น
“เอ๋อตงเฉิน.......แกต้องตาย!” อวี้ย้งเซวียนกัดฟันไม่หยุด แอบพูดในใจ
สองข้างมีหญิงรับใช้ลูกน้องยืนเป็นสองแถว แต่ละคนจมสู่ความคิด เงียบจนน่ากลัว
พวกเขาใครต่างก็ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ สักนิดออกมาในที่นี้
ทันใดนั้นเสียงประตูห้องถูกเปิดออกมาดังปัง ลูกน้องสี่คนแบกเปลหามอันหนึ่ง รีบร้อนพุ่งเข้ามาแล้ว
“คุณชายอวี้ครับ หาเจอแล้ว หาท่านผู้อาวุโสเจอแล้วครับ!” ลูกน้องหนึ่งในนั้นเอ่ยปากพูดด้วยสีหน้ามีความตื่นตระหนกและเกรงกลัว
“เป็นยังไง?” อวี้ย้งเซวียนมองทางเปลหามอันนั้น สูดหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง ให้ความไม่สบายใจภายในของตนเองสงบลงบ้าง
“พวกเราพบท่านผู้อาวุโสที่หน้าโรงแรมครับ ตอนท้ายขับรถยนต์ออกมาจากโรงแรมยังเจอการปิดกั้นของตำรวจ เจรจาช่วงสั้นๆ ถึงได้รีบมาที่นี่เลยครับ” ลูกน้องคนหนึ่งรายงานตามความเป็นจริงโดยละเอียด
สีหน้าอวี้ย้งเซวียนแข็ง “มีตำรวจเข้ามาจริงเหรอ?”
ในใจอวี้ย้งเซวียนสั่นเทา เฉินเป่ยแจ้งตำรวจจริงๆ แล้ว เจ้าหมอนี่ไม่ได้แค่ขู่ตนเองหรอกเหรอ