ตอนที่ 355
บทที่355 บดขยี้!
October 28, 2026
บทที่355 บดขยี้!
“นายใหญ่ คุณฟังผมอธิบาย......” จางหงเหลียงยังอยากอธิบายอะไรอีก แต่นายใหญ่ตระกูลจางขี้เกียจสนใจเขาแล้ว กวาดสายตาอย่างเมินเฉยแวบหนึ่ง จากนั้นเดินไปทางเฉินเป่ย ทีละก้าวช้าๆ
ไม่เพียงแค่นี้ ความจริงแต่ละครั้งที่นายใหญ่ตระกูลจางก้าวเท้าออก ท่วงทีบนตัวของเขาเพิ่มขึ้นมาไม่หยุด
จนกระทั่งตอนที่เข้ามาใกล้เฉินเป่ย พลังกดดันของนายใหญ่ตระกูลจางระเบิดออกมา ทำให้คนในตระกูลจางมากมายที่นั่งอยู่สั่นเทาไปทั้งตัว สีหน้าแดงขึ้น
หน้าผากของพวกเขาค่อยๆ มีเหงื่อไหลลงมา หลังคดเคี้ยว เหมือนว่ามีภูเขาลูกหนึ่งทับบนตัวพวกเขา ทำให้พวกเขาหายใจไม่สะดวกกัน
จางหงเหลียงมองทางนายใหญ่ตระกูลจาง แววตาเผยความเลื่อมใสและตื่นตกใจออกมา...เขาในฐานะผู้อาวุโสของตระกูลจาง ย่อมชัดเจนเป็นอย่างดี นายใหญ่ตระกูลจางที่อายุน้อยกว่าเขาหลายสิบปีท่านนี้ ทำให้คนหลายพันของตระกูลจางเลื่อมใสอย่างสุดจิตสุดใจ ต่อเขาที่นั่งในตำแหน่งนายใหญ่นี้ได้อย่างไร
โดยเฉพาะผู้อาวุโส...ผู้อาวุโสที่ผมหงอกแก่หง่อมเหล่านั้น พอเจอเขาเข้า ล้วนต้องทำความเคารพ ไม่กล้าเสียมารยาท
เพราะนายใหญ่ของพวกเขาเป็นอัจฉริยะฝึกวิชามวยที่หาตัวได้ยากมาก...เขาฝึกวิชามวยไม่กี่ปี ก็กวาดล้างผู้อาวุโสนับไม่ถ้วนในตระกูลลงได้อย่างง่ายดาย
และถึงปัจจุบันนี้ นายใหญ่ลงมือกับคนอื่นน้อยมาก ความสามารถของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไปยากจะหยั่งถึงขึ้นมา ผู้อาวุโสแบบจางหงเหลียงนี้ ยิ่งมองความสามารถของเขาไม่ออก
อดีตเขาเคยก่อเรื่องโกลาหลที่ตระกูลจาง และมีคนรับรู้น้อยมาก
ส่วนจางหงเหลียงในเวลานี้ แววตาเผยความหมายที่หวาดผวาออกมา แค่นายใหญ่แพร่กระจายแรงกดดันนิดๆ ก็ทำให้เขามีความรู้สึกที่หายใจไม่ออก เวลาหลายปีนี้ ระดับของนายใหญ่ สรุปไปถึงขั้นไหนกันแน่?
จางหงเหลียงสั่นสะเทือนไปทั้งตัว รู้สึกสยองถึงที่สุด เขามีลางสังหรณ์อย่างหนึ่ง เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้ ระดับของนายใหญ่คงเป็นขั้นที่ตนเองไม่มีทางรู้แน่ไปตั้งแต่นานแล้ว เด็กที่ตนเองเห็นเติบโตมาคนนี้...กลายเป็นผู้แข็งแกร่งในด้านหนึ่งแล้ว กวาดล้างหู้ไห่ มองสิ่งมีชีวิตทุกอย่างด้วยความเหยียดหยาม
ตอนที่จางหงเหลียงคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นี้ นายใหญ่ตระกูลจางเดินไปตรงหน้าเฉินเป่ย ใบหน้ามีพลังขู่เข็ญที่สยองขวัญหนักอึ้งดุจเทือกเขา เฉินเป่ยยังคงนิ่งราวรูปปั้น ไม่ขยับเขยื้อน คล้ายว่าเป็นคนตายไปแล้ว
“จางข่ายลอน” นายใหญ่ตระกูลจางเอ่ยปากช้าๆ แบบชัดถ้อยชัดคำ เห็นได้ชัดว่านี่คือชื่อของเขา
“จำไว้ แกฆ่าตระกูลไหนทิ้งไปไม่เกี่ยวข้องกับฉัน ฉันไม่สนใจ แต่ในเมื่อแกมาหาถึงถิ่นของฉัน ฉันจะให้แก...ตายทั้งเป็น ให้ถึงใจเป็นพิเศษ!” จางข่ายลอนค่อยๆ เอ่ยปาก คำพูดพึ่งจบลง สีหน้าเขาเย็นชาทันใด
จากในแววตาของจางข่ายลอน ในชั่วพริบตานั้น สาดส่องความดุร้ายเหี้ยมโหดออกมา ตามมาด้วยจางข่ายลอนยกขายาวขึ้น แวบเดียว ขาขวาของเขาก็โจมตีไปทางเฉินเป่ยดุจกระสุนปืนใหญ่
“ย่าห์!” จางข่ายลอนระเบิดเสียงตะโกน ชุดสูทที่เรียบง่ายสบายตัวนั้นของเขาถูกกล้ามเนื้อที่ดันขึ้นฉีกขาดอย่างฉับพลัน กางเกงบนขาของเขาเปลี่ยนเป็นขาสั้นคับแน่นทันที...กล้ามเนื้อขยายตัว เส้นเลือดปรากฏชัด
และในเวลานี้ มุมปากของเฉินเป่ยวาดเส้นรัศมีวงกลมขึ้นมากะทันหัน มองดูเหมือนผิดปกติอย่างยิ่ง
หลังจากจางข่ายลอนเห็นเฉินเป่ยเงยหน้า สีหน้าแข็งค้าง ในแววตาเผยแสงที่ดุดันเย็นยะเยือกออกมา
ขาข้างนั้นของเขายิ่งเพิ่มพลังแข็งกร้าวน่าสยองคำรามจู่โจมไปที่เฉินเป่ย
ขาข้างนี้มีพลังมากล้นและความเร็วดุจสายฟ้าแลบ แม้กระทั่งในอากาศยังมีเสียงสะเทือนเลือนลั่น ราวกับเปลวไฟฉีกที่ว่างกลางอากาศให้ขาดลง
พลังของขานี้ไม่มีทางจินตนาการได้ ถ้าแตะโดนหว่างขา คงทำลายความสุขในชีวิตที่เหลือเป็นแน่...ถ้าแตะโดนท้องน้อย อาจมีความเป็นไปได้มากว่าอวัยวะภายในของคนคงระเบิดเอาได้
และในเวลานี้ ทันใดนั้นเฉินเป่ยก็ขยับแล้ว
“เขาขยับแล้ว!”
ในฝูงชนเกิดเสียงร้องตกใจขึ้น จางหงเหลียงสีหน้าแข็งทื่อ ชั่วขณะนั้นเขามองเห็นภาพเงาคนเสื้อคลุมสีแดง กุมหมัดดังแกรกๆ ภายใต้หน้ากากสีเลือด เผยดวงตาคู่หนึ่งที่หยอกเย้าหนาวเหน็บ
“ตาย!”
จางข่ายลอนตะโกนเสียงดัง ขายาวจู่โจมไปที่เฉินเป่ยโดยฉับพลัน
ชั่วพริบตาเดียว จางข่ายลอนระเบิดท่วงท่าดุเดือดออกมา ทำให้ทุกคนในเหตุการณ์ ในใจต่างสั่นสะเทือน
ส่วนเฉินเป่ยโบกขยับหมัดทันที กล้ามเนื้อเต็มจนล้นหลาม
“ตึง!”
เสียงดังตูมตามสนั่นดังก้องอยู่ในอากาศ ที่ว่างในอากาศ หมัดกับเท้าปะทะเข้าด้วยกัน อากาศสั่นสะเทือน แม้แต่พื้นดินยังสั่นไหวไปด้วย ราวกับแผ่นดินไหวอยู่
อากาศแข็งตัวอย่างกะทันหัน
ขานั้นของจางข่ายลอนชะงักกลางอากาศ ถูกหมัดของเฉินเป่ยสกัดกั้นไว้ได้
“ตุบ!”
พื้นดินภูเขาสั่นสะท้าน ในใจผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์สั่นเทา ค่อยๆ มองเข้าไปแล้ว
นี่เป็นการปะทะดุเดือดครั้งหนึ่งที่ดังเกริกก้องไปทั่วปฐพีอย่างยิ่ง แม้กระทั่งสวรรค์ยังต้องมืดสลัวหมดราศีลงทันที
ที่ว่างกลางอากาศสั่นเทาอย่างบ้าคลั่ง สายตาจางข่ายลอนประกายเล็กน้อย แววตาที่เขามองทางเฉินเป่ย ค่อยๆ มีความล้ำลึกก่อหวอด......ในความล้ำลึกนี้ซ่อนอาการตกนิดหนึ่งอยู่ จางข่ายลอนนึกไม่ถึงว่าพอเท้านี้ของตนเองระเบิดออกไป จะถูกเฉินเป่ยสามารถสกัดไว้ได้
สายตาที่หนาวเหน็บของจางข่ายลอนไม่มีผลกระทบต่อเฉินเป่ยสักนิดเดียว หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เฉินเป่ยค่อยๆ เก็บหมัดกลับเหมือนคนไม่เป็นอะไรเลย สะบัดๆ ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด