ตอนที่ 528
บทที่528 คนแบบไหน?
October 28, 2026
บทที่528 คนแบบไหน?
เฉินเป่ยยืนอยู่บนกระบะรถขนดินแบบสุขุมอย่างยิ่ง มุมปากพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างไม่สนใจ...
สำหรับนักฆ่าเหล่านี้เป็นเรื่องราวน่าตกใจหาไร้ที่เปรียบ ในความเป็นจริง...เมื่อสักครู่นั้น เขายืมหลักการสมดุลของพลศาสตร์มา ชั่วขณะนั้นที่กระบะด้านหลังขึ้นไปถึงมุมที่แน่นอน พลศาสตร์บรรลุถึงจุดสมดุล ขอเพียงเฉินเป่ยเหยียบแบบนี้ จะสามารถทำลายสมดุลในชั่วขณะหนึ่ง เหยียบกระบะดินทรายด้านหลังที่หนักสามสิบตันเต็มๆ นั้นกลับไปโดยตรง
แต่ทว่าคนนอกมองมา ฉากนี้ช่างตื่นตระหนกเกินไป ตื่นตกใจจนน่ากลัว นี่ไม่ใช่กำลังที่คนทั่วไปครอบครองไว้ได้เด็ดขาด
“ครืน——!” ทันใดนั้นตรงระยะไกลเสียงเครื่องยนต์คำราม เห็นเพียงมอเตอร์ไซค์สีดำคันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็ว
คนขับมอเตอร์ไซค์ใส่หมวกกันน็อค เดิมทีมองหน้าตาไม่ชัดเจน มอเตอร์ไซค์แล่นไวตลอดทาง คนขับมอเตอร์ไซค์คนนั้นยื่นมือออกมากะทันหัน ที่มือกุมปืนดำขลับกระบอกหนึ่งไว้ ปากกระบอกปืนนั้นเล็งเป้าไปยังเฉินเป่ย
อากาศราวกับกำลังแข็งตัวชั่วขณะหนึ่ง วินาทีนี้ ในใจของเฉินเป่ยปรากฏความรู้สึกวิกฤติรุนแรงขึ้นมากมาย
ทันใดนั้นร่างกายเฉินเป่ยสั่นไหว ทั้งตัวคนพุ่งโจมตีลงมาฉับพลัน กลายเป็นภาพวืดภาพหนึ่งแล้ว
“ปึง!” เฉินเป่ยถีบบนตัวคนขับรถมอเตอร์ไซค์อย่างรุนแรงทีหนึ่ง ทั้งตัวคนขับรถมอเตอร์ไซค์คนนั้นถูกสะบัดจนลอยออกไปเลย
คนขับรถมอเตอร์ไซค์พลิกกลิ้งไปบนพื้น ปากกระบอกปืนเล็งที่เฉินเป่ยกระหน่ำยิง “ปังๆๆ...”
ร่างกายเฉินเป่ยหายแวบเบาๆ หลบหนีได้อย่างง่ายดาย จากนั้นพุ่งโจมตีเข้าไป ระเบิดหมัดออก
“ปึง!” หมวกกันน็อคที่แข็งแรงหนาทึบของคนขับรถมอเตอร์ไซค์คนนั้นถูกหมัดหนึ่งระเบิดแตก ทั้งตัวของเขาสั่นโงนเงนจะล้มลง โซซัดโซเซถอยหลังหลายก้าว ก่อนจะล้มลงพื้นเสียงดัง
ขณะเดียวกันรถยนต์สีดำคันหนึ่งที่ระยะไกลขับเข้ามา มือดักยิงมอบที่ขอบหน้าต่าง อาวุธร้อนที่มีขนาดลำกล้องปืนใหญ่กระบอกหนึ่งเล็งที่ศีรษะของเฉินเป่ยฉับพลัน
“ปัง——!” กระสุนที่หมุนวนด้วยความเร็วสูงลูกหนึ่งกรีดแหวกอากาศทันใด ยิงไปยังศีรษะของเฉินเป่ย ชนิดยิงกะเอาตาย นี่คือเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องตาย
ความเร็วของกระสุนช่างไวเหลือเกิน เดิมทีไม่มีทางหยุดยั้งได้
“ซู่——!” ทันใดนั้นแสงดำเส้นหนึ่งระเบิดแวบออกจากในมือเฉินเป่ย กรีดทะลุอากาศโดยตรง
“ฉึก!” เสียงระเบิดของโลหะดัง กระสุนปลิดชีวิตที่ยิงไปทางเฉินเป่ยลูกนั้นถูกแสงดำตัดเป็นสองท่อนแล้วในชั่วพริบตาเดียว จากนั้นแยกออกร่วงลงพื้น
แสงดำเส้นนั้นหมุนวนลอยกลับไปในมือของเฉินเป่ยแล้ว
ในรถยนต์สีดำ ลูกตาของมือปืนคนนั้นหดลง ยากจะเชื่อ
เขายิงปืนไปที่เฉินเป่ยอีกครั้งอย่างแรง ลูกกระสุนนับไม่ถ้วนระเบิดโจมตีโกลาหลอลหม่านไปหมด มีแรงอาฆาตที่ดุเดือดสยองขวัญ ไม่ว่าอย่างไรขอเพียงเฉินเป่ยตาย รางวัลครึ่งหนึ่งของพวกเขาก็ได้รับมาเรียบร้อย
เฉินเป่ยวาร์ปร่างกาย ขวางด้านหน้าลูกกระสุนอย่างรวดเร็ว มีดหลงหยาในมือปรากฏขึ้นฉับพลัน แสงดำเปล่งประกายดุจฟ้าแลบ
“ชิ้งๆๆ!——” กระสุนนับไม่ถ้วนโดนฟันขาดสกัดกั้นลงทั้งหมด
สีหน้าผู้สังหารเปลี่ยนไปยกใหญ่ ฉวยโอกาสดำเนินการอย่างฉับพลัน
“พรึ่บ!”
รถยนต์สีดำแล่นหนีออกไปด้วยความรวดเร็วในทันที...
รถก่อสร้างสองคันนั้นส่งเสียงคำรามแล้วขับหนีไป
ขณะมองรถสามคันที่แล่นหนีออกไปอยู่นั้น เฉินเป่ยก็มองออกว่านักฆ่าพวกนี้ไม่เป็นเพียงคนกลุ่มเดียวกัน แม้กระทั่งยังมีหลายคนเป็นคนไร้สังกัด...พวกเขาจะร่วมมือกันได้อย่างไร? นี่ทำให้คนงุนงง ขณะเดียวกันในใจรู้สึกสงสัยยิ่งขึ้น...
เขามาถึงด้านหน้าคนขับรถมอเตอร์ไซค์ที่โดนถีบล้มลงพื้น ถีบหมวกกันน็อคของเขาออก เผยใบหน้าที่กระเซอะกระเซิงออกมา
“ใครเป็นคนส่งแกเข้ามา?” เฉินเป่ยสอบถาม
ในปากนักฆ่าคนนั้นพ่นเลือดสดออกมาทันที จ้องเขาด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก...มุมปากมีรอยยิ้มเยาะเย้ยแวบผ่าน...
ฉิบหาย! ดวงตาเฉินเป่ยแข็งตัว วาร์ปตัวถอยไปโดยฉับพลัน
“ตูม——!” เสียงระเบิดทีหนึ่ง ร่างกายของผู้สังหารอินเดียคนนั้นระเบิดโดยตรง อยู่ในสภาพย่ำแย่
เฉินเป่ยสีหน้ายากลำบากอยู่บ้าง นี่คือระเบิดร่างคน เมื่อสักครู่นี้เขาเกือบโดนระเบิดกระจุย ฝ่ายตรงข้ามโหดเหี้ยมเช่นนี้ คาดไม่ถึงจ้างวานพวกไม่สนใจชีวิตที่เหี้ยมโหดทารุณระดับนี้มา เป็นหลีเช่าเทียนงั้นเหรอ? ในตาเฉินเป่ยล้ำลึกซับซ้อน...
เฉินเป่ยเก็บมีดกลับ สีหน้าเย็นชา หมุนตัวแล้วค่อยๆ ออกไป
ระยะไกล หลังจากหลีชิงเยียนและซูเหลยเห็นว่าไม่ค่อยเจอเงาของรถยนต์พวกนั้นแล้ว ตั้งแต่จอดรถลงมา หลีชิงเยียนก็รอคอยด้วยความกังวล ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเริ่มเป็นห่วงเฉินเป่ยขึ้นมา
“เฉินเป่ยจะไม่เป็นอะไรค่ะ” ซูเหลยที่อยู่ด้านข้างสังเกตออกว่าหลีชิงเยียนกังวล จึงพูดปลอบใจ
หลีชิงเยียนพยักหน้าแล้ว ถึงพูดมาแบบนี้ แต่เธอเห็นมากับตาตนเองว่าเฉินเป่ยถูกลมหอบออกไปนอกรถ จะให้เธอไม่กังวลได้อย่างไร?
ทันใดนั้นดวงตาของซูเหลยที่มองทางกระจกมองหลังแข็งตัว เอ่ยปากบอก “ประธานหลีคะ เขากลับมาแล้ว”
หลีชิงเยียนได้ยินเสียงของซูเหลย รีบหันหน้าทันที คาดไม่ถึงหลีชิงเยียนมองเห็นทางระยะไกลด้านหลังรถ มีภาพเงาคนคนหนึ่งกำลังเดินมาที่นี่
“ไม่เป็นไรแล้ว พวกเขาไม่อยู่แล้ว” เฉินเป่ยคาบบุหรี่ไว้ในปาก ค่อยๆ พ่นควันบุหรี่ออกมา บนหน้ามีความอันธพาลที่เย็นชา
หลีชิงเยียนนั่งอยู่ในรถ มองภาพของเฉินเป่ยดวงตาอึ้งทึ่ง กัดฟันบนริมฝีปากแดงเบาๆ อารมณ์สับสนยุ่งเหยิง...
ผ่านไปตั้งนาน หลีชิงเยียนถึงได้สติเข้ามา พยักหน้าเบาๆ พูดด้วยเสียงน่าดึงดูด “ไม่เป็นไรก็ดี”
เฉินเป่ยทิ้งขี้บุหรี่ลง ดึงเปิดประตูรถ พึ่งขึ้นรถมา หลีชิงเยียนก็ขยับเข้ามาใกล้ทันใด มือนุ่มเรียวยาวคู่หนึ่งจับหน้าของเฉินเป่ยไว้ สังเกตดูขึ้นมาอย่างละเอียด
เฉินเป่ยตะลึง เขานึกไม่ถึงโดยสิ้นเชิงว่าท่านประธานเทพธิดาจะมีการกระทำแบบนี้ ทำให้เขาแปลกใจอย่างมาก
แต่ว่าไม่นานหลีชิงเยียนก็รู้สึกได้ว่าการกระทำของตนเองเกินเลยอยู่บ้าง จึงรีบเก็บมือกลับมา ใบหน้าเป็นสีแดงระเรื่อ