ตอนที่ 585
บทที่585 สะกดรอยตาม
October 28, 2026
บทที่585 สะกดรอยตาม
“ใช่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องแก๊งยามาโมโตะนั้น ฉันว่า...ถ้าไม่อย่างนั้นตอนเย็นเจอหน้าพวกเขาหน่อยไหม? พูดให้ชัดเจนต่อหน้ากันเลยจะดีกว่า” หลีชิงเยียนพูดด้วยเสียงน่าดึงดูด
เฉินเป่ยค่อยๆ พ่นควันบุหรี่ออกมา “ไม่ต้องหรอก แค่พวกแก๊งกระจอกเอง ไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอก...”
ดวงตาหลีชิงเยียนตกตะลึงและสงสัยอยู่บ้าง ไม่รู้ทำไม...เธอถึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในพอสมควร? เพียงแต่ว่า...ในเวลานี้เธอสัมผัสไม่ได้ว่ามีปัญหาตรงไหน? อาจจะเป็นตนเองที่คิดมากไปล่ะมั้ง~
หลีชิงเยียนพยักหน้าเบาๆ จากนั้นใส่รองเท้าส้นสูงเดินออกไปเลย
เฉินเป่ยนั่งอยู่ในห้องทำงาน ดวงตาแข็งตัวขึ้นมานิดหน่อย เรื่องแบบนี้ดูน่าปวดเศียรเวียนเกล้าพอสมควร
แก๊งยามาโมโตะไม่ใช่พวกว่านอนสอนง่ายที่จะหาเรื่องได้...
ตอนเย็นหลังเลิกงาน เฉินเป่ยเตรียมรถไมบัคไว้เรียบร้อยตั้งแต่แรกแล้ว ท่านประธานเทพธิดาเดินส่ายสะโพกมา มุดเข้ามาในห้องโดยสารด้านหลังอย่างสง่างาม
ไม่นานเฉินเป่ยก็สตาร์ทรถ ค่อยๆ ขับรถออกไป...
หลังจากที่รถไมบัคเพิ่งขับออกไปได้ไม่นาน...รถยนต์สีขาวคันหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักก็ค่อยๆ สตาร์ทเครื่องยนต์ ตามติดด้านท้ายของรถไมบัคไปตลอดทาง...
รถไมบัคขับแล่นอยู่บนถนนมาตลอดทาง ในรถเปิดดนตรีที่ไพเราะเบาๆ เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างนิ่งสงบมาก
หลีชิงเยียนนั่งอยู่เบาะด้านหลัง ไม่ได้ส่งเสียงแต่อย่างใด กำลังหลับตาพักผ่อน
เฉินเป่ยขับรถไปอย่างช้าๆ มือข้างหนึ่งของเขาเท้าคางอิงอยู่บนขอบหน้าต่างรถ กวาดมองกระจกหลังด้วยสายตาเรียบนิ่งเฉยชา...ที่มุมเล็กน้อยตรงหนึ่งของกระจกมองหลัง...มีรถบิวอิคก์สีขาวที่ไม่สะดุดตาคันหนึ่งตามมา...ต้องยอมรับว่าฝีมือการสะกดรอยตามของรถยนต์คันนี้ยอดเยี่ยมมาก หลบจุดการมองเห็นสำคัญมาได้ตลอด หลบอยู่ในจุดบอดของการมองเห็นตั้งแต่ต้นจนจบ...ทว่ากลับยังคงหนีไม่พ้นดวงตาของเฉินเป่ยได้
ไม่นานรถไมบัคกลับมาถึงที่ตระกูลหลีแล้ว รถยนต์จอดอยู่ที่หน้าประตู
ส่วนรถบิวอิคก์สีขาวคันนั้นก็จอดอยู่ตรงที่ไม่ไกลจากคฤหาสน์อย่างเงียบๆ
ในรถบิวอิคก์ เย่ชวงที่อยู่ในชุดลำลองกำลังนั่งอยู่ภายในรถ บนใบหน้างดงามเผยความดื้อดึง ดวงตาจ้องรถไมบัคสีดำคันนั้นที่อยู่ระยะไกลไม่ขยับ
ไม่นานรถไมบัคค่อยๆ ขับออกไป...เย่ชวงสตาร์ทรถบิวอิคก์ ตามติดอยู่ในระยะไกล...เธอคือตำรวจคดีอาชญากรรม เข้าใจเทคนิคการสะกดรอยตามที่เป็นมืออาชีพที่สุด ฝีมือการสะกดรอยตามของเธอสามารถทำให้ผู้คนไม่มีทางสังเกตได้โดยสิ้นเชิง...และเวลานี้ เธอกำลังใช้ฝีมือการสะกดรอยตามขั้นสูง ตามติดเฉินเป่ยไม่ห่าง...ใบหน้างดงามของเธอดูประหม่าเคร่งขรึมอยู่บ้าง เพราะเฉินเป่ยเป็นผู้ต้องสงสัยที่น่ากลัวและซับซ้อนขั้นสุดคนหนึ่ง...เขาครอบครองไหวพริบเกินกว่าคนทั่วไป...นี่ทำให้เย่ชวงจำเป็นต้องตื่นตัวระวังเพิ่มขึ้น ตั้งสติจดจ่อให้มาก
ระยะของรถบิวอิคก์อยู่ห่างจากรถไมบัคสีดำหนึ่งพันเมตรเต็มๆ...เย่ชวงดึงระยะห่างที่ปลอดภัยเอาไว้...ป้องกันไว้เผื่อถูกเฉินเป่ยพบเข้า...จึงขับตามมาขนาดนี้ตลอดทางเกือบสิบนาทีได้...
ทันใดนั้นรถไมบัคด้านหน้าหายลับไป
ใบหน้าเย่ชวงแข็งทื่อ ตอบสนองไม่ทันโดยสิ้นเชิง? หายไปได้อย่างไร? เมื่อสักครู่นี้เธอจ้องรถไมบัคมาโดยตลอด...เพียงช่วงที่กะพริบตา...จะหายไปไม่เจอแล้วได้อย่างไรกัน?
ใบหน้าเย่ชวงดูเคร่งขรึม ใต้เท้าเหยียบคันเร่งลงลึก รถบิวอิคก์สีขาวแล่นด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น ขับพุ่งไปยังถนนด้านหน้าโดยตรง
รถบิวอิคก์แล่นฉิวตลอดทาง ชั่วพริบตาเดียวก็แซงตำแหน่งที่เมื่อสักครู่นี้รถไมบัคหายไปแล้ว...เย่ชวงนั่งอยู่ในรถ ดวงตาขึงขังประหม่า ค้นหาสำรวจอย่างละเอียดอยู่รอบด้าน...หายไปได้อย่างไร? นี่เกินกว่าระดับการรับรู้ของเธอโดยสิ้นเชิง
ในระหว่างที่เย่ชวงใบหน้าเคร่งขรึมสับสน เธอกวาดสายตาผ่านกระจกมองหลังเบาๆ แวบหนึ่ง
ตึง! หัวใจของเย่ชวงเต้นฉับไว
เห็นเพียงหัวของรถไมบัคสีดำคันนั้นกำลังจอดอยู่ด้านท้ายรถของเธอจังๆ จ้องเธออยู่ราวกับปีศาจร้าย
รถไมบัคกะพริบไฟรถมายังเธอสักหน่อย ตามมาด้วย “เอี๊ยด——!”เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนแสบแก้วหูทีหนึ่ง รถไมบัคเลี้ยวรถกลับอย่างว่องไว แล่นออกไปทางด้านหลัง
ใบหน้าเย่ชวงซีดเซียว ดูแย่อยู่บ้าง นี่คือการยั่วยุของฝ่ายตรงข้าม ยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง
เธอกัดฟันเบาๆ เหยียบคันเร่งทันทีด้วยความดื้อรั้นไร้ที่เปรียบ รถบิวอิคก์ก็กลับรถเช่นกัน จากนั้นตามรถไมบัคด้านหน้าคันนั้นเข้าไปติดๆ
ในเมื่อโดนพบเข้าแล้ว อย่างนั้นจึงต้องตามไปให้ถึงที่สุด ในเมื่อแอบสะกดรอยตามไม่ได้ เธอก็จะสะกดรอยตามไปแบบเปิดเผย เธอจะต้องหาเบาะแสจากที่ตัวเฉินเป่ยให้ได้แน่นอน
ในปากเฉินเป่ยคาบบุหรี่ไว้ ขับรถไมบัคด้วยความรวดเร็ว มองภาพเงารถสีขาวในกระจกมองหลังที่นับวันยิ่งเล็กลงและห่างไกลแบบมีเลศนัย...อดหัวเราะนิดหน่อยไม่ได้...เพื่อนเก่าคนนี้ นอกจากสติปัญญาค่อนข้างเชื่องช้า ยังน่ารักอยู่มาก ดื้อรั้นไม่ยอมศิโรราบ ทว่ากลับมีกิริยาท่าทางแบบผู้หญิงแกร่งอยู่บ้าง
แต่เฉินเป่ยในเวลานี้ไม่มีเวลามาเล่นเป็นเพื่อนเธอ คืนนี้แก๊งยามาโมโตะนัดเจอหลีชิงเยียน...เวลานี้เฉินเป่ยคิดว่าจะเป็นตัวแทนหลีชิงเยียน รีบไปเจอกับแก๊งยามาโมโตะ บางทีคืนนี้อาจจะเกิดการนองเลือด...ดังนั้นเฉินเป่ยไม่สามารถให้เธอตามมาได้...
รถไมบัคแล่นด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น ชั่วขณะนั้นพลังเครื่องยนต์ที่น่าเกรงขามปลดปล่อยออกมา สะบัดทิ้งห่างรถบิวอิคก์ด้านหลังคันนั้นจนไม่เห็นเงา
ในรถบิวอิคก์ ใบหน้าของเย่ชวงขึงขังดื้อดึง จ้องรถไมบัคที่หายลับไปจากปลายทางนั้นแบบดวงตาไม่กะพริบ...เธอกุมพวงมาลัยไว้แน่น กัดริมฝีปากแดงไว้แน่นเช่นกัน นั่นคือความไม่พอใจ...ตนเองตามเฉินเป่ยมาทั้งวันแล้ว ตั้งแต่เข้างานจนเลิกงาน...ลงมือไปสำรวจข้อมูลที่บริษัทของเขาด้วยตนเองมาตลอด...แต่เวลานี้กลับโดนสะบัดทิ้งแบบไม่เหลือแม้แต่เงา? ทำให้รู้สึกไม่พอใจมากจริงๆ...
ทันใดนั้น สุนัขจรจัดตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้าออกมาจากข้างถนนแบบกะทันหัน ตอนที่มองเห็นรถยนต์สีขาวคันนี้ขับมา...สุนัขจรจัดอึ้งค้างแล้ว
เย่ชวงที่อยู่ในรถใบหน้าประหม่าซีดเผือด เธอรีบหมุนพวงมาลัย เหยียบเบรกทันที
“เอี๊ยด——!” ชั่วขณะนั้นรถบิวอิคก์สูญเสียการควบคุม เคลื่อนขวางออกไปโดยตรง
“ปัง!” เกิดการชนกระแทกอย่างรุนแรงทีหนึ่ง รถบิวอิคก์สีขาวชนเข้ากับม้านั่งหินที่ข้างทาง
รถยนต์หลบสุนัขจรจัดได้แล้ว...แต่เพราะเหตุนี้กลับทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น
ทั้งหัวรถบิวอิคก์ยุบลงในชั่วขณะหนึ่ง ทั้งตัวรถยนต์โดนชนจนบิดเบี้ยวผิดรูป ถุงลมนิรภัยกางออก เย่ชวงติดอยู่ด้านในรถ ผมยาวยุ่งเหยิง...ใบหน้างดงามซีดเซียว
เธอติดอยู่ในตัวรถที่ผิดรูปบิดเบี้ยวอย่างแน่น พยายามใช้แรงหมายจะขยับร่างกาย...แต่ร่างกายกลับติดแหง็กโดยสมบูรณ์แบบ เดิมทีไม่มีทางขยับได้สักนิด...โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนร่างกายเหมือนมีความเจ็บนิดๆ ลอยมา...เธอเหมือนว่าได้รับบาดเจ็บแล้ว..
เย่ชวงในวินาทีนี้ใบหน้าซีดขาว เธอออกแรงผลักประตูรถ ทว่าแม้แต่ประตูรถยังติดแน่นเช่นกัน...ออกไปไม่ได้ทั้งนั้น
สุนัขจรจัดตัวนั้นเซ่อซ่าไปหลายวินาที ทันใดนั้นวิ่งมาที่ด้านหน้ารถ เห่า “โฮ่งๆ” เหมือนอยากจะช่วยเย่ชวงเปิดประตูรถออก...มันยื่นกรงเล็บออกมา พยายามข่วนประตูรถ...แต่ว่านี่ก็ไม่มีประโยชน์...
และในเวลานี้ จากระยะที่ไกลออกไป...รถไมบัคสีดำคันหนึ่งค่อยๆ ขับเข้ามา เหยียบเบรกเบาๆ แล้วจอดลงมา
เฉินเป่ยมุดออกมาจากในรถไมบัค เขาถอนหายใจเบาๆ “เฮ้อ...เป็นผู้หญิงที่ยุ่งยากจริงๆ เลย~”
เย่ชวงติดอยู่ด้านในรถ กัดริมฝีปากไว้แน่น ดวงตาซับซ้อนอย่างยิ่ง มีอารมณ์ที่ไม่พอใจนิดๆ
สุนัขจรจัดตัวนั้นกระโจนเข้าไปที่ข้างเท้าของเฉินเป่ย ดึงขากางเกงของเฉินเป่ย จากนั้นชี้ไปยังเย่ชวง...เหมือนกำลังอ้อนวอน...อ้อนวอนเฉินเป่ยให้ช่วยเธอหน่อย
“รู้แล้ว” เฉินเป่ยก้มหน้ามองสุนัขจรจัดแวบหนึ่ง จากนั้นค่อยๆ เดินไปหน้ารถบิวอิคก์
เวลานี้ รถบิวอิคก์บิดงอโดยสมบูรณ์แบบ ทำให้ประตูรถติดแน่นไปหมด หลังจากที่ตัวรถผิดรูป เย่ชวงเหมือนนกกระจอกในกรงตัวหนึ่ง ติดค้างแน่น เดิมทีไม่มีทางขยับเขยื้อน
เฉินเป่ยยื่นมือออกไป คว้าประตูรถเอาไว้ ใช้แรงดึงทีหนึ่ง...“กึก” พลังมหาศาลดึงประตูรถทั้งบานลงมาได้โดยตรง
เฉินสะบัดด้วยมือเดียว ประตูรถบานนั้นก็ถูกสะบัดไปที่พื้น
ประตูรถโดนดึงออกแล้ว...แต่เย่ชวงกลับยังคงติดค้างอยู่แน่น ขยับไม่ได้...
เฉินเป่ยมองลักษณะที่กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิงแบบนี้ของเธอ จึงพูดหยอกล้อนิดๆ “ตอนนี้เธอรู้รสชาติของการโดนขังไว้ในกรงแล้วสินะ...ต่อไปอย่าจับฉันไว้ทั้งวันไม่ปล่อยอีก...”
ใบหน้าเย่ชวงซีดเซียว ทันใดนั้นเธอพูดจาแบบดื้อรั้นหนาวเย็น “นายไสหัวไปซะ...ฉันไม่ต้องการให้นายช่วย!”
เฉินเป่ยได้ยินก็อดตกตะลึงอยู่บ้างไม่ได้...ผู้หญิงคนนี้...ยังดื้อรั้นเข้ากระดูกจริงๆ เลย...นี่มันเวลาไหนกันแล้ว? ยังอวดดีอยู่อีก? เป็นประเภทเดียวกับเทพธิดาแม่เสือที่บ้านคนนั้นจริงๆ
เฉินเป่ยไม่ได้สนใจเธอ ตรวจดูสภาพสถานการณ์สักหน่อย รถคันนี้ผิดรูปหนักเอาการอยู่...ตัวรถบิดงอรุนแรง ทำให้ผู้หญิงคนนี้ติดค้างอยู่...ช่วยไม่ง่ายจริงๆ ด้วย เวลาแบบนี้ทำได้เพียงขอเลื่อยไฟฟ้าของทีมดับเพลิงมา...ได้แต่ใช้เลื่อยไฟฟ้าตัดประตูรถออก จากนั้นช่วยหญิงสาวออกมา แต่...ถ้าเกิดใช้เลื่อยไฟฟ้า อาจจะทำให้เย่ชวงเจ็บได้...
“เฮ้อ...” เฉินเป่ยถอนหายใจทีหนึ่ง เขาไม่อยากแสดงฝีมือของตนเองออกมาต่อหน้าผู้หญิงคนนี้จริงๆ...แต่ช่วงเวลาแบบนี้...เขากลับเลี่ยงไม่ได้
เฉินเป่ยพันแขนเสื้อขึ้น เผยแขนที่เต็มไปด้วยรอยแผลนั้นออกมา เขาเอามือวางลงที่ส่วนบนของประตูรถโดยตรง...ตามมาด้วยแขนทั้งคู่มีเส้นเลือดนูนขึ้นฉับพลัน กล้ามเนื้อระเบิดแตก
“ปึก——!” เสียงโลหะโดนดึงอย่างรุนแรง
เห็นเพียงเฉินเป่ยดุจยอดมนุษย์ คาดไม่ถึงว่าจะดึงตัวรถที่เป็นเหล็กแข็งแรงหนาทึบนั้นออกด้วยมือเปล่า
ตัวรถแผ่นเหล็กที่แข็งหนาของรถบิวอิคก์ที่อยู่ตรงหน้าเฉินเป่ยนั้น...ราวกับแผ่นกระดาษ...ถูกดึงออกทันที
ดึงแผ่นเหล็กด้วยมือเปล่า
คนที่อยู่ล้อมรอบข้างถนนเหล่านั้นแม่งพากันถลึงดวงตาโต เชี้ย!!
นี่แม่งช่างสั่นประสาทเสียเหลือเกิน ใช้มือเปล่าดึงแผ่นเหล็กของตัวรถยนต์ออก ฉากนี้เสมือนเป็นยอดมนุษย์ที่อยู่ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดอย่างนั้นเลย
ใบหน้าเย่ชวงซีดเผือด...ดวงตาค้างคาอยู่บ้าง...มองฉากนี้ด้วยความมึนงง
เฉินเป่ยเผด็จการไร้ที่เปรียบ ดึงแผ่นเหล็กของรถบิวอิคก์ออกไปโดยตรง...จากนั้นโค้งตัวลง ยื่นมือไปที่ขาทั้งสองและบนเอวของเย่ชวงเบาๆ อุ้มทั้งตัวเธอขึ้นมาในแนวขวาง ก่อนจะอุ้มออกมาจากตัวรถ