ตอนที่ 632
บทที่632 จู่โจม
October 28, 2026
บทที่632 จู่โจม
เซวอี้จัดเตรียมห้องอาหารที่หรูหราอลังการไว้ห้องหนึ่งแล้ว อาหารก็สั่งเรียบร้อยตั้งนานแล้วเช่นกัน
หลังจากที่หลีชิงเยียนนั่งลง...พนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหารทันที
อาหารที่ขึ้นชื่อหรูหราราคาแพงมากแต่ละรายการถูกยกขึ้นมาตั้งโต๊ะ
มองดูอาหารหน้าตาดูดีแต่ละรายการแล้ว ชั่วขณะนั้นดวงตาของเฉินเป่ยก็ประกายขึ้นมา เขาที่เกิดมาเป็นพวกชอบกิน ย่อมปฏิบัติตามหลักการหนึ่ง...ไม่ว่าศัตรูหรือมิตร มีอาหารรสเลิศให้กิน นั่นจะไม่ปฏิเสธเด็ดขาด
แต่ว่าก่อนที่เฉินเป่ยจะเริ่มลงมือกิน ต้องขอยืนยันก่อนว่าไม่มียาพิษ จากนั้นยกตะเกียบขึ้นมา เริ่มลงมือกินอย่างกำเริบเสิบสาน
พนักงานยกไวน์ลาฟิตชาโต้เดอเกวิลล์ที่ราคาแพงชั้นยอดขวดหนึ่งขึ้นมา เปิดจุกไวน์ออก ความเข้มข้นเหมือนจะแพร่ออกมาในชั่วพริบตาเดียว
หลีชิงเยียนนั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหาร ดวงตาแข็งทื่อเบาๆ เหมือนว่าคาดไม่ถึงอยู่บ้าง...การต้อนรับในวันนี้เหมือนจะหรูหราเกินไปพอสมควรมั้ง?
ดูอาหารที่อลังการเต็มโต๊ะ...แต่ละรายการล้วนเป็นของป่ารสเลิศชั้นเยี่ยมทั้งสิ้น...ราคาแพงหูฉี่จนน่าตกใจ...อาหารพวกนี้ล้วนเป็นรายการอาหารต้องห้ามที่ถูกจำกัด แต่กลับปรากฏอยู่บนโต๊ะอาหารเต็มจาน...
ยังมีไวน์ลาฟิตของปี99ที่เพิ่งเปิดขวดเมื่อสักครู่นี้ด้วย...นี่เป็นไวน์ชื่อดังชั้นดีของโลก...ขวดหนึ่งราคาห้าล้าน...มีมูลค่าและไม่มีในท้องตลาด...ทั้งโลกจำกัดปริมาณมีไม่กี่ขวด...แต่วันนี้เซวอี้กลับเปิดไวน์ชวดนี้อย่างไม่เสียดายเลย?
บนหน้าเซวอี้มีรอยยิ้มแบบสุภาพบุรุษ ยกแก้วแล้วพูดว่า “ประธานหลีครับ ขอบคุณมากที่มาร่วมทานข้าวในวันนี้”
หลีชิงเยียนยกแก้วชนตอบเบาๆ ในดวงตางดงามมีความสงสัยและระวังอย่างน่าประหลาดตั้งแต่ต้นจนจบ
เฉินเป่ยสนใจอะไรมากขนาดนั้นที่ไหนกัน? นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารมัวแต่กินมูมมาม รายการอาหารเยอะขนาดนี้ ไม่กินคงน่าเสียดายแย่
เลขาฯจางจื่อหลานนั่งอยู่ด้านข้าง กวาดดวงตาที่ซับซ้อนสับสนผ่านภาพของเฉินเป่ยไป...สมองของหล่อนยุ่งเหยิงอย่างมาก ผู้ชายคนนี้...ทำให้อารมณ์ที่ไม่ง่ายจะสงบลงมาสับสนขึ้นอีกครั้งแล้ว
“ประธานหลี เกี่ยวกับการร่วมงาน ความคิดของผมคือ...นำสิทธิ์ครอบครองหุ้นทั้งหมดของโครงการร่วมกัน มอบให้พวกคุณบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปจัดการทั้งหมด...ส่วนผมเฟยหยางกรุ๊ป ขอแค่แบ่งกำไรของหุ้นที่สมควรได้ไปก็พอ...ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองหู้ไห่มีไม่กี่เจ้า...ถ้าพวกเราร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง จะต้องขึ้นไปถึงระดับสูงของธุรกิจใหม่ได้อย่างแน่นอน” เซวอี้ดูสุภาพบุรุษอย่างยิ่ง แต่กลับพูดจริงจังที่สุด
ได้ยินคำพูดของเซวอี้ ชั่วขณะนั้นดวงตาของหลีชิงเยียนตกตะลึงแล้ว...เอาสิทธิ์การถือครองหุ้น...มอบให้บริษัทของตนเอง? อย่างนั้นก็หมายความว่าสิทธิ์ควบคุมการร่วมงานโครงการนี้ ไม่ใช่มอบให้ตนเองหมดเลยเหรอ?
หลีชิงเยียนยิ่งสงสัยหนักขึ้น...หากไม่มีเรื่องอะไรคงไม่มาหาถึงที่ แต่ไหนแต่ไรเธอไม่เคยเชื่อว่าบนโลกนี้จะมีเรื่องดีขนาดนั้นเกิดขึ้น...
เห็นว่าหลีชิงเยียนเงียบนิ่งไม่พูดจา เซวอี้จึงหัวเราะนิดหน่อย พูดเสียงอ่อนโยน “ประธานหลี...ผมรู้ครับว่าคุณกำลังกังวลอะไร”
หลีชิงเยียนงุนงงเล็กน้อย มองเขาอยู่
“คุณกังวล...ว่าผมมีเป้าหมายอย่างอื่น ใช่มั้ย?” เวลานี้เซวอี้ไม่หลบเลี่ยงเลยสักนิด พูดออกมาตรงๆ ขนาดนี้เลยทีเดียว
ดวงตาหลีชิงเยียนแข็งทื่อเล็กน้อย ไม่เข้าใจความหมายของเขา และยังจ้องเขาแบบนิ่งสงบแบบนี้
ได้ยินคำพูดประโยคนี้ แม้แต่เฉินเป่ยยังหยุดทานอาหารในมือลง มองเขาอย่างมีความหมายแฝง
“ประธานเซว คุณหมายความว่าอะไรคะ?” หลีชิงเยียนถามกลับด้วยเสียงน่าดึงดูด
เซวอี้จิบไวน์แดงอึกหนึ่ง ค่อยๆ พูดขึ้น “ประธานหลีระแวงผมอยู่บ้างก็เป็นเรื่องที่สมควร...แต่ผมเซวอี้ในวันนี้ในเมื่อเปิดอกพูดคุยกับคุณประธานหลีแล้ว นั่นย่อมแสดงถึงความคิดของผม...ผมไม่มีความคิดอย่างอื่นเด็ดขาด...เป้าหมายง่ายดายมาก เพียงแค่อยากร่วมงานด้วยกัน หาเงินเท่านั้นเอง...”
ดวงตาของหลีชิงเยียนแข็งนิดหน่อย จ้องเขาไปอย่างนั้น เหมือนอยากดูว่า...สรุปแล้วเขากำลังคิดแผนการอะไร
“ฉันจะเชื่อคุณได้อย่างไรกัน?” หลีชิงเยียนถามด้วยเสียงน่าดึงดูด ในดวงตามีความฉลาดเฉียบแหลมที่มีเลศนัยนิดๆ
“ประธานหลี ที่จริงพูดกันตามตรง บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปขนาดใหญ่ ถ้าผมมีเป้าหมายอื่นจริง ท้ายที่สุดก็จะพ่ายแพ้ย่อยยับกันทั้งสองฝ่าย...บางทีอาจจะทำลายผลประโยชน์ของบริษัทผมยิ่งกว่า สุดท้ายถูกคนอื่นฉกฉวยผลประโยชน์ไป...นี่คือสิ่งที่ผมเซวอี้ไม่อยากเห็น...” เซวอี้ค่อยๆ พูด เสียงลุ่มลึกทอดยาว
“การร่วมงานของผมครั้งนี้ คือสนใจขนาดอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป ถ้าพวกเราบริษัททั้งสองได้ร่วมงานกัน จะต้องเลื่อนขั้นใหม่ได้แน่ บางทีอาจจะสามารถกลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกได้เลย” เซวอี้พูดจาจริงจังไร้ที่เปรียบ เสียงจริงใจขั้นสุด
ต้องยอมรับว่าท่าทีในเวลานี้ของเซวอี้ประทับใจผู้คนจริงๆ แสดงจุดยืนของตนเองออกมา และมอบสิทธิ์การครอบครองหุ้นทั้งหมดให้บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป...เพียงเพื่อขอโอกาสร่วมงานสักครั้งหนึ่ง...ทุกอย่างนี้ ไม่ว่าในด้านอารมณ์หรือเหตุผล วันนี้เหมือนตระกูลหลีได้เปรียบในทางผลประโยชน์อย่างมาก
เพียงแค่ตั้งแต่ต้นจนจบในใจหลีชิงเยียนกลับมีความสงสัย ความข้องใจนั้นคือความฉลาดเฉียบแหลมของเธอ
ต่อให้เซวอี้พูดยืนยันด้วยความสัตย์จริงครั้งแล้วครั้งเล่า ในสายตาของหลีชิงเยียน...เห็นได้ชัดว่ารู้สึกกะทันหันน่าประหลาดขนาดนั้น...นี่อธิบายได้ว่า...คือเรื่องที่ฟ้าประทานรางวัลมาให้ ขอถามหน่อย บนโลกใบนี้ มีฟ้าประทานรางวัลเรื่องดีแบบนี้ให้จริงๆ เหรอ?
“ประธานเซว ขอโทษนะคะ...ฉันคิดว่า...คุณสามารถหาผู้ร่วมงานคนอื่นได้...บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปของฉัน...ตอนนี้ยังไม่อยากมีการเคลื่อนไหวที่ขยายใหญ่เกินไปค่ะ...” หลีชิงเยียนโน้มตัวเบาๆ กล่าวขอโทษ
ได้ยินคำพูดประโยคนี้ เซวอี้ตะลึงค้างไปทั้งตัวในชั่วขณะนั้น
ตนเองเสนอเงื่อนไขแบบนี้ออกมาแล้ว...คาดไม่ถึงเธอยังไม่หวั่นไหว?
“ไม่ทราบว่า...เป็นเพราะอะไรกัน?” เซวอี้ถามอย่างไม่ยินยอมอยู่บ้าง
หลีชิงเยียนกะพริบตาเบาๆ ยิ้มอ่อน “เพราะสาเหตุการวางกลยุทธ์ของบริษัทค่ะ...บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปไม่อยากขยายกว้างเร็วเกินไป...”
เซวอี้หัวเราะแบบไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง...เขาในเวลานี้ การแสดงออกบนหน้าดูกระอักกระอ่วนพอสมควร...ตนเองเสนอแผนการออกไปทีละขั้น ย่อมได้ผลกำไร...คาดไม่ถึงไม่มีทางทำให้ผู้หญิงคนนี้หวั่นไหวได้...
นี่ทำให้เขามีความรู้สึกพ่ายแพ้ขึ้นมากะทันหัน...หลายปีมานี้ เขายึดและแทรกเข้าไปในกิจการสารพัดประเภทไม่ขาดสาย นำพาเฟยหยางกรุ๊ปก่อตัวเป็นธุรกิจขนาดใหญ่โตได้จนสำเร็จ...หลายปีมานี้ เขาแทบจะไม่เคยแพ้สักครั้ง...
แต่ว่าวันนี้ เขาถูกท่านประธานสาวสวยของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปคนนี้ปฏิเสธเข้าให้...โดยเฉพาะไม่เพียงครั้งเดียว เขากับหลีชิงเยียนแข่งขันกันมาแบบชัดบ้างไม่ชัดเจนบ้าง พลาดมาหลายครั้งแล้ว
แม้แต่เหยื่อที่ล่อใจขนาดนี้ หลีชิงเยียนยังไม่สนใจเลย เขาไม่เข้าใจ สรุปมีอะไรที่สามารถทำให้ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้สนใจได้?
นัดทานข้าวมื้อนี้ เซวอี้ทานอย่างไม่เป็นธรรมชาติที่สุด...ถึงแม้ว่าบนหน้ายังคงแสร้งทำท่าทางนิ่งเรียบเฉยชา...แต่ภายในใจของเขากลับยุ่งเหยิงพอสมควร...สับสนวุ่นวายแบบพังทลายอย่างนั้น...เขาพลาดไปอีกครั้ง
กลางคันของมื้ออาหาร หลีชิงเยียนนำการ์ดใบหนึ่งยื่นให้เฉินเป่ย ให้เขาแอบไปจ่ายเงินค่าอาหาร
สำหรับหลีชิงเยียนนั้น รับอะไรของคนอื่นมาต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขา...อาหารเย็นมื้อนี้เธอไม่สามารถให้เซวอี้จ่ายเงินได้เด็ดขาด...เธอไม่เชื่อว่ามีฟ้าประทานโชคดีมาให้ และจะไม่ให้คนอื่นมาเลี้ยงข้าวฟรีๆ...
เฉินเป่ยรับการ์ดมารูดบัตรคิดเงินที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า ทั้งหมดรวมกันเจ็ดล้านกว่า...อาหารเย็นมื้อเดียวแค่นี้เจ็ดล้านกว่า...หรูหราถึงขีดสุดเสียจริงเลย เฉินเป่ยเบ้ปากไม่หยุด หลีชิงเยียนแม่เสือตัวนี้ ในเวลาที่สำคัญแบบนี้ยังใจกว้างมากด้วย...อาหารเย็นเจ็ดล้านกว่ายังยอมจ่ายเงิน ทั้งยังมีท่วงท่าของผู้นำ...
ดูแล้ว...ทรัพย์สินหลายหมื่นล้านภายใต้ชื่อของตนเองนั้น พอจะวางใจมอบให้เธอจัดการได้...เฉินเป่ยได้แต่คิดเกินเลยอยู่เช่นนี้...
หลังมื้ออาหารเสร็จสิ้นสุดลง เซวอี้เรียกพนักงานมาคิดเงิน...ผลปรากฏว่าตอนที่รู้มีคนจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว...นี่ทำให้เขายิ่งรู้สึกปวดร้าวเจ็บเสียใจยิ่งขึ้น...ครั้งนี้เขาวางแผนมาสูญเปล่าอีกแล้ว... เขาพลาดท่ายามอยู่ตรงหน้าหลีชิงเยียนมาหลายครั้ง...ประธานหนุ่มของเฟยหยางกรุ๊ปที่น่าเกรงขาม...เซวอี้ที่ถูกเรียกว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ด้านธุรกิจที่สุดของเมืองหู้ไห่...ต่อหน้าหลีชิงเยียนเวลานี้กลับไม่มีฝีมือสักนิด เหมือนกลายเป็นทหารไร้อาวุธในมือคนหนึ่ง
สามสี่คนนี้ค่อยๆ เดินออกมาจากร้านอาหาร เฉินเป่ยเตรียมรถไมบัคไว้เรียบร้อย คุ้มครองหลีชิงเยียนเข้ามาในรถ
ถึงแม้ว่าเซวอี้จะอารมณ์หดหู่อยู่บ้าง แต่ยังคงฝืนยิ้มสู้ กล่าวลากับหลีชิงเยียน
รถไมบัคค่อยๆ ขับออกจากไนต์คลับไปแล้ว...
เฉินเป่ยขับรถอยู่ ค่อยๆ ขับไป หลีชิงเยียนนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ เห็นได้ชัดว่าเงียบสงบพอสมควร
“เซวอี้คนนั้น มีแผนการอะไรอยู่กันแน่?” เฉินเป่ยจุดบุหรี่มวนหนึ่ง ถามขึ้น
หลีชิงเยียนส่ายหน้าแล้ว ในดวงตาเผยความฉลาดล้ำลึกออกมา
“จะสนใจว่าเขามีแผนอะไรทำไม...ทุกเรื่องย่อมมีเหตุผลของมัน ขอเพียงฉันไม่รับผลประโยชน์เขามาฟรีๆ งั้นก็ไม่มีอะไรหรอก” หลีชิงเยียนค่อยๆ ตอบกลับด้วยเสียงที่มีแรงดึงดูด
เฉินเป่ยอดเลื่อมใสหลีชิงเยียนอยู่ในใจไม่ได้...ผู้หญิงคนนี้ ในการแก้ไขปัญหาใหญ่แบบนี้ มักจะทำได้ราบรื่นสมบูรณ์์แบบเช่นนี้เสมอ เดิมทีทำให้คนหาจุดด่างพร้อยไม่ได้แม้แต่น้อย มิน่า...ท่านประธานสาวสวยที่ฝีมือดุเดือดคนนี้ ถึงสามารถรักษาบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปธุรกิจครอบครัวที่ใหญ่โตนี้ไว้ได้
รถไมบัคแล่นมาตลอดทาง ถนนรอบด้านเงียบสงบไร้ที่เปรียบ
“ฟิ้ว—!” ทันใดนั้น กระสุนปืนลูกหนึ่งสั่นสะท้านกลางอากาศด้านนอกหน้าต่าง ยิงมายังหลีชิงเยียนด้วยความรวดเร็ว
ชั่วขณะนั้น...หลีชิงเยียนดวงตาอึ้งทึ่ง ตอบสนองเข้ามาไม่ทันโดยสิ้นเชิง
“ฉึก—!” กระสุนจู่โจมมาอย่างรุนแรง ยิงโจมตีบนกระจกกันกระสุนของรถไมบัคอย่างแรง ชั่วขณะที่กระสุนนั้นกระทบลง กระจกที่แข็งแรงสูงก็ผิดรูปไป ร่วงลงบนพื้นแล้ว
“ปังๆๆ—!” ตามมาด้วยกระสุนนับไม่ถ้วนที่ยิงมาอย่างดุเดือดอีกครั้ง