ตอนที่ 637
บทที่637 มาตายถึงที่
October 28, 2026
บทที่637 มาตายถึงที่
“เจียเจียทำงานที่บริษัทมาหลายปีขนาดนี้แล้ว...ไม่มีแฟนมาตลอด...ฉันคิดว่าพวกนายสองคนก็ไม่เลวมาก...เหมาะสมกันมาก...” เพื่อปกปิดอารมณ์ที่ยุ่งเหยิงนั้นของตนเอง หลีชิงเยียนจึงพูดสับสนอยู่บ้าง
เฉินเป่ยฟังจนปวดหัวแล้ว...ผู้หญิงคนนี้...ทำไมถึงมาอีกแล้ว...
“ชิงเยียน...อย่าล้อเล่นสิ...เจียเจียเป็นผู้หญิงที่ดี...ผมทำลายหล่อนไม่ได้หรอก” เฉินเป่ยรีบพูดอธิบาย
“ดังนั้น...นายต้องดูแลหล่อนดีๆ...นายสบายใจได้ ฉันจะจัดหาโอกาสให้พวกนาย...ให้พวกนายได้เรียนรู้กันมากขึ้น ดูแลหล่อนให้ดี อย่าทำหล่อนเสียใจ” เสียงของหลีชิงเยียนสับสนมาก ตอนที่พูดมาถึงตรงนี้...อารมณ์ของเธอยิ่งลนลานขึ้นอีก...ความปวดร้าววนเวียนไปมาในใจไม่หยุด...นี่ทำให้เธอกังวลมาก สับสนมาก
ตนเองมีอารมณ์แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นจึงยิ่งต้องเพิ่มการยืนยันนิสัยของหลีชิงเยียน เธอต้องจับคู่ให้เฉินเป่ยกับซุนเจียเจีย มีเพียงสองคนนี้คบหากันแล้ว...อารมณ์ของตนเองถึงสงบลงมาได้
“ชิงเยียน...คุณฟังผมพูดก่อน...” เฉินเป่ยรีบอยากอธิบาย...นี่แม่งยิ่งพูดยิ่งสับสน...
“หยุด! ตกลงตามนี้แล้วกัน!” หลีชิงเยียนตะโกนขัดจังหวะคำพูดของเฉินเป่ย
ในรถ...สงบเงียบ...เฉินเป่ยหมดคำจะพูดและงุนงง...รู้สึกแค่ว่าสมองโตผิดปกติ ราวกับจะขยายใหญ่...เฮ้อ ความรู้สึกสลับซับซ้อน...เขาถือว่าเจอเรื่องยุ่งยากเข้าแล้ว...
หลังจากส่งหลีชิงเยียนมาถึงบ้าน เฉินเป่ยกำลังขับรถกลับไปที่โรงแรม...ผลปรากฏว่าซุนเจียเจียกลับส่งข้อความเข้ามากะทันหัน: คนอันธพาล...วันนี้ที่ห้องทำงานเกือบถูกประธานหลีเห็นเข้า...นายมันทุเรศ!!
เฉินเป่ยมองเห็นข้อความของซุนเจียเจีย อดยิ้มที่มุมปากไม่ได้...เขานึกถึงลักษณะอ่อนช้อยของซุนเจียเจียนั้นอีกแล้ว เนียนนุ่มจนทำให้คนหวั่นไหว เขาพิมพ์ข้อความส่งกลับไป: เจียเจีย ฉันคิดถึงเธอแล้ว~
ไม่นานซุนเจียเจียตอบกลับมาแล้ว: นายมันคนผีทะเล! นายคิดถึงร่างกายของฉันน่ะสิ?
เฉินเป่ยยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่งข้อความหนึ่งเข้าไป: เจียเจีย ฉันไปกินข้าวบ้านเธอได้มั้ย?
ผลสุดท้าย...ข้อความของอีกฝ่ายก็เงียบนิ่งลงในชั่วขณะหนึ่ง...ไม่ตอบข้อความกลับมา...
ในใจเฉินเป่ยดูหมดหวัง...ถอนหายใจทีหนึ่ง...เฮ้อ คืนนี้เกรงว่าต้องนอนโดดเดี่ยวไม่หลับอีกแน่
ในเวลานี้ ทันใดนั้นมีข้อความหนึ่งของวีแชทส่งเข้ามาแล้ว
ซุนเจียเจีย: ฉันอยากกินเป็ดน้ำแดง...
ซู่! เห็นข้อความนี้เข้า...เฉินเป่ยหัวใจเต้นฉับพลัน สำเร็จ คืนนี้ เขาต้องฮึกเหิมขึ้นมาใหม่ เอาใจเจียเจียให้ดี
...
เมืองหู้ไห่ ในห้องส่วนตัวผับที่หรูหราแห่งนี้
หยวนเปียวนั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าอึมครึม ดื่มเหล้าไปแก้วแล้วแก้วเล่า
ในห้องส่วนตัว ยังมีคนหนึ่งยืนอยู่...ลูกพี่ลูกน้องของหยวนเปียว หยวนซาน
ลูกพี่ลูกน้องหยวนซานดูแลอยู่ด้านข้างด้วยความระมัดระวัง
หยวนเปียวดื่มเหล้านอกไปอึกใหญ่จนหมดแก้วหนึ่ง สีหน้าน่าสะพรึงกลัวมาก
หยวนซานพูดว่า “เฉินเป่ยคนนี้...ที่จริงรังแกคนอื่นเกินไปแล้ว...นี่คือไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาเลยสักนิด...ไม่ได้เห็นพวกเราตระกูลหยวนอยู่ในสายตาด้วย!”
หยวนเปียวสีหน้าเย็นยะเยือกอย่างยิ่ง ตะโกนแบบมึนเมา “เฉินเป่ย...สวะคนหนึ่ง...ฉันอยากให้มันหายไปถึงที่สุดตั้งแต่นานแล้ว เชี้ย!”
หยวนเปียวออกแรงที่ฝ่ามือลงไป...แก้วในมือระเบิดแตกในชั่วขณะนั้น สยองขวัญอย่างยิ่ง
“...ไม่อย่างนั้น...คุณถือโอกาสครั้งนี้...เล่นงานมัน...” หยวนซานพูดอยู่ ใช้มือทำเป็นมีดเล่มหนึ่ง ปาดไปตรงคอสักที
ดวงตาหยวนเปียวเคร่งขรึม “ทำไมฉันจะไม่อยาก...แต่ตอนนี้...สถานการณ์เมืองหู้ไห่ไม่สงบ...ถ้าฉันฆ่าเฉินเป่ยไปแล้ว...บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปจะไม่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยเหรอ...นี่หมายความว่าฉันก่อกวนไปทั่วทั้งหมดสินะ!”
ถึงแม้หยวนเปียวตัวใหญ่ไร้สมอง...แต่ยังพอมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง...รู้ว่าในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ต้องระวัง
“เฉินเป่ยเป็นแค่คนขับรถกระจอกคนหนึ่งเท่านั้น...หลีชิงเยียนคงไม่มาเปิดฉากทำสงครามกับพี่เพื่อคนขับรถคนหนึ่งหรอกมั้ง...ยิ่งไปกว่านั้น...นี่คือโอกาสอันดีที่คุณจะได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองด้วย!” หยวนซานค่อยๆ พูด น้ำเสียงมีความหนาวเย็น
“สร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง?” ดวงตาหยวนเปียวแข็งทื่อ เหมือนอารมณ์ถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว
“ถูกต้อง... คุณชายหยวนคุณคิดว่า...ตอนนี้ทั้งเมืองหู้ไห่ไม่สงบไปหมด...ถ้าในขณะนี้ คุณลงมืออย่างหนัก ฆ่าเฉินเป่ยคนนั้นในที่เกิดเหตุ...ทั้งเมืองหู้ไห่...คุณก็จะมีชื่อเสียงแล้ว ในครั้งนี้ไม่เพียงเชือดไก่ให้ลิงดู....ยิ่งสร้างชื่อเสียงโหดเหี้ยมให้คุณด้วย...สถานการณ์วุ่นวายมีฮีโร่ออกมา...เกรงว่าคุณ...คงเป็นฮีโร่คนนั้นนะครับ” เสียงของหยวนซานอึมครึมเย็นชาอย่างยิ่ง ยิ้มชั่วร้ายบอกไป
“ฮีโร่?” ดวงตาหยวนเปียวแข็งทื่อถึงที่สุด ในแววตาสาดส่องแสงที่ลุ่มลึกออกมา...ฮีโร่...ไม่ผิด...ขอเพียงฆ่าเฉินเป่ยคนนั้นแล้ว...เขา...ก็คือฮีโร่ ที่เมืองหู้ไห่นี้ ชื่อเสียงของเขาหยวนเปียวยิ่งสูงอีกขั้นหนึ่ง
“ได้! งั้นฆ่าเฉินเป่ยคนนี้...ยกอานุภาพตระกูลหยวนของฉัน!!” หยวนเปียวตะโกนออกมา ตบฝ่ามือลงบนโต๊ะกระจกตัวหนึ่งที่ด้านหน้า...ทั้งโต๊ะกระจกแตกร้าวออกในชั่วขณะนั้น
วินาทีนี้ ในแววตาของหยวนเปียวปล่อยเจตนาอาฆาตไร้ขอบเขต เฉินเป่ยคนนี้หาเรื่องตระกูลหยวนของเขามาครั้งแล้วครั้งเล่า...เขาต้องฆ่าฟันให้ได้ สร้างชื่อเสียง...เกรียงไกร
หยวนซานยืนอยู่ด้านข้าง ลูกพี่ลูกน้อง...ในที่สุดยินยอมลงมือแล้ว ลูกพี่ลูกน้องเป็นหนึ่งในอิทธิพลใต้ดินที่น่ากลัวที่สุดของเมืองหู้ไห่แห่งนี้ ฝีมือพี่ชายโหดเหี้ยม ขอเพียงพี่ชายลงมือ...ไอ้สารเลวที่สมควรตายคนนั้นจะต้องตายแบบไม่มีข้อสงสัย
ยามค่ำของเมืองหู้ไห่ทอดยาวไร้ขอบเขต บางคนกำลังคิดแผนการสังหารโหดร้ายอำมหิตอยู่...แต่บางคนก็กำลังพัวพันอย่างอ่อนโยนในห้องพักส่วนตัวของเจียเจียอยู่ เต็มไปด้วยความกำเริบเสิบสาน~
เฉินเป่ยกอดร่างกายของเจียเจียไว้...ทั้งสองเหนื่อยกันมาก แต่กลับตัวติดหนึบกันอย่างกับคู่รักคู่หนึ่ง~ ทั้งสองคนในวินาทีนี้ เหมือนเป็นคู่รักที่หวานชื่นกันจริงๆ แอบอิงซึ่งกันและกัน
มือนุ่มของซุยเจียเจียวาดวงกลมเล็กๆ บนหน้าอกเฉินเป่ย ความรู้สึกนั้นคล้ายกับสาวน้อยที่แสนเชื่อฟังกำลังโมโห
เฉินเป่ยจุดไฟบุหรี่มวนหนึ่ง โอบเจียเจียไว้ในอ้อมอก ทั้งสองเหมือนน้ำผึ้ง พักผ่อนอย่างเงียบๆ...
“เฉินเป่ย...พวกเราสองคนในตอนนี้...ถือว่าเป็นอะไรกันนะ?” ผมยาวของซุนเจียเจียยุ่งเหยิง ถามขึ้นเบาๆ
เฉินเป่ยได้ยิน ชั่วขณะนั้นตะลึงค้างไป...เป็นอะไรกัน? ระหว่างเขากับซุนเจียเจีย...ตอนนี้สรุปว่าเกี่ยวข้องอะไรกันล่ะ? แม้แต่เขาเองยังไม่รู้...
“ถือว่าเป็น...เพื่อนเหรอ?” เฉินเป่ยพูดแบบไม่มั่นใจเท่าไร...เขาไม่รู้จริงว่าจะเผชิญหน้าความรู้สึกอันนี้อย่างไร...ไม่ใช่เขาไม่รับผิดชอบ...แต่ว่าเขาไม่กล้า ด้านหลังเขาแบกรับหนี้เลือดไว้มากเกินไป...สถานะของเขาอ่อนไหวที่สุด...เขาไม่อยากลากเจียเจียมาในการสังหารที่น่ากลัวพวกนี้...
ซุนเจียเจียได้ยินแล้ว มุมปากยกเส้นรัศมีวงกลมที่เหมือนหลุดพ้นขึ้น...รอยยิ้มนั้น...ราวกับมีการปลดปล่อยและผ่อนคลายนิดๆ
“อืม ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน...เฉินเป่ย...ฉันกับนายไม่เหมาะสมกัน...และเป็นไปไม่ได้ด้วย...หวังว่าต่อไปพวกเราอย่าทำแบบนี้อีกเลย” ซุนเจียเจียพูดจาเสียงเบา เสียงไพเราะมาก ไพเราะจนทำให้คนปวดใจ
เฉินเป่ยโอบหล่อนไว้เบาๆ รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มหอมหวานของหล่อน...ค่ำคืนนี้ ทั้งสองเงียบสงบเป็นพิเศษ...ใครก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นอีก~
...
แสงแดดที่สว่างสดใสค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากเส้นขอบฟ้าทิศตะวันออก
หน้าประตูบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป จางหยุ่งรีบมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า กำลังยืนที่ด้านหน้าป้อมยาม ประชุมกฎระเบียบช่วงเช้ากับเหล่าลูกน้องบอดี้การ์ดอยู่
ในเวลานี้ ทันใดนั้นนั้นฝูงชนที่หนาแน่นกลุ่มหนึ่งค่อยๆ กรูกันเข้ามาจากมุมหนึ่งของถนนอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร
“ผู้จัดการ...ผู้จัดการจาง...” เหล่าลูกน้องพนักงานรักษาความปลอดภัยกลุ่มนั้นสีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน ชี้ไปยังฝูงชนที่ยิ่งใหญ่ดำมืดมาแต่ไกลกลุ่มนั้นแบบสั่นเทา...เสียงก็เปลี่ยนเช่นกัน
“เรื่องอะไร...ถึงตกใจมากมายขนาดนั้น?” จางหยุ่งตบศีรษะของพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นเล็กน้อย จากนั้นค่อยๆ หันหน้าเข้าไป...
จากนั้นจางหยุ่งตะลึงค้างไปทั้งตัว...สายตาเบิกโตอึ้งทึ่ง มองฝูงชนตรงข้ามถนนกลุ่มนั้นที่กรูกันเข้ามาแบบยิ่งใหญ่เกรียงไกรด้วยความงุนงง
ลักษณะท่าทางดุดันกลุ่มใหญ่...ในมือคนกุมอาวุธใหญ่ไว้ กุมอาวุธเหล็กหลายร้อยอันไว้ในมือ...ภายใต้แสงแดดที่ปล่อยแสงเย็นอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
หยวนเปียวถืออาวุธมีดใหญ่ที่หนาไว้ในมือ นำมีดแบกไว้บนไหล่ด้วยท่าทางดุดัน ทั้งตัวเหมือนกวนอู เดินมาด้านหน้าก้าวใหญ่ๆ แบบเต็มไปด้วยความแค้นเคือง... ด้านหลังมีลูกน้องหลายร้อยคนตามมา... วันนี้เขาต้องสังหารครั้งใหญ่
หน้าประตูอาคารตระกูลหลี เหล่าพนักงานรักษาความปลอดภัยกลุ่มนั้นเห็นฉากเข้า...ตกใจขาอ่อนกันแล้ว เหล่าพนักงานรักษาความปลอดภัยยังมีท่าทางเรียบเฉยแบบปกติได้ที่ไหน...ขาทั้งสองของทุกคนกำลังสั่นเทา...นี่แม่ง...วันนี้จะเอาชีวิตคนเหรอ
ถึงแม้จางหยุ่งจะหัวใจเต้นระรัว แต่ยังมีปฏิกิริยาตอบกลับมาแล้ว เขารีบหยิบกระบองอันหนึ่งขึ้นมาจากในป้อมยาม ยืดอกพุ่งเข้าไปโดยตรง