ตอนที่ 639
บทที่639 ใครสแกนใคร
October 28, 2026
บทที่639 ใครสแกนใคร
“นี่คนสวย! มาๆๆ บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปรับสมัครบุคคลมีความสามารถ รีบมากันเร็ว!” เฉินเป่ยถอดรองเท้าหนังออกนั่งไขว่ห้าง ในปากคาบบุหรี่ไว้ ทำท่าทางที่ดูอันธพาล นั่งอยู่หน้าบูทอยู่แบบนี้ ตะโกนเรียกไปยังเหล่านักศึกษาสาวที่สดใสงดงามกลุ่มนี้อย่างกำเริบเสิบสาน
เหล่านักศึกษากลุ่มนั้นเห็นเขาลักษณะนี้...ชั่วขณะนั้นหลบห่างไปไกล กล้าเข้าใกล้ที่ไหนกัน? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมาสมัครงานเลย...
ซุนเจียเจียที่ด้านข้างอดรู้สึกเหนื่อยใจไม่ได้...
“ฉันว่านะเฉินเป่ย นายจะจริงจังหน่อยได้มั้ย...นี่คือภารกิจที่ประธานหลีมอบหมายให้พวกเรานะ~” ซุนเจียเจียกล่าวต่อว่า
เฉินเป่ยเบ้ปาก ทำท่าทางจำใจมาก “เจียเจีย นี่คือสันดานของฉันเข้าใจมั้ย? สันดานมันแก้กันได้ยากมาก ฉันก็จริงจังแล้ว...”
ซุนเจียเจีย:...
ซุนเจียเจียมองเขาตาค้อนไปหลายที...หมดคำจะพูดกับผู้ชายคนนี้เสียจริง...เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่า...ทำไมตนเองถึงเสียตัวให้กับผู้ชายที่อันธพาลขนาดนี้ไปได้กัน? ก่อนหน้านี้ตนเองไม่เคยคิด...ว่าครั้งแรกจะถูกผู้ชายที่น่าประหลาดใจประเภทนี้ฉกฉวยไปได้...ชีวิตช่างแปลกประหลาดเสียจริง
สาวสวยคนหนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามาด้านหน้าแท่นสมัครงาน ถามว่า “ที่นี่คือจุดรับสมัครงานของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปรึเปล่าคะ?”
เฉินเป่ยพอเห็นว่าเป็นสาวสวย รีบกระตือรือร้นขึ้นมาเลย พยักหน้า “ใช่แล้ว คือบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปหนึ่งในห้าร้อยกิจการแกร่งของหัวเซี่ยแห่งนั้น คนสวยแซ่อะไรจ๊ะ?”
“หา?” สาวสวยคนนั้นตะลึง ตอบว่า “ฉันแซ่หวัง...”
“คุณสวยหวังสวัสดีครับ” เฉินเป่ยยื่นมือออกไปโดยตรงอย่างหื่นกาม ไม่สนความขัดแย้งของสาวสวยคนนั้น กุมมือของหล่อนไว้แล้ว...รู้สึกถึงสัมผัสมือที่อ่อนนุ่มของหล่อน
“คนสวย เธอแนะนำตัวเองหน่อยสิ” เฉินเป่ยถามแบบหื่นกาม
สาวสวยพยักหน้า พูดแนะนำ “ฉันนักศึกษาปีสี่ที่เรียนจบปีนี้ค่ะ เรียนMBAเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและการค้า...”
“คนสวยเธอสัดส่วนเท่าไรกัน?” เฉินเป่ยถามต่อไป
ซู่! ใบหน้าของสาวสวยคนนั้นเปลี่ยนไปในชั่วขณะหนึ่ง...มองเขาแบบหน้าอึ้งค้าง “คุณถามเรื่องนี้ทำไม” สาวสวยถามอย่างระแวง
เฉินเป่ยคาบบุหรี่ไว้ พูดเสียงเล่นแง่ “มาตรฐานการเลือกคนของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป อย่างแรกคือดูหน้าตา อย่างที่สองคือดูรูปร่าง อย่างที่สามคือดูความสามารถ...แต่ฉันเห็นเธอหน้าตาดีมาก รอบอกก็ประเมินว่าน่าจะผ่าน รอบสะโพกนี้นะ...” เฉินเป่ยจ้องทางสาวงามด้วยสายตาหื่นกาม...
ใบหน้าสาวสวยคนนั้นแดง กล่าวต่อว่า “โรคจิต! บ้ากาม!” พูดจบหล่อนกระทืบเท้า วิ่งหนีไปแบบโมโหเดือดดาลแล้ว...
บรรยากาศกระอักกระอ่วนในชั่วขณะนั้น...
เฉินเป่ยหน้าตามึนงง...เชี้ยเอ๊ย
“นักศึกษาสมัยนี้หัวโบราณขนาดนี้กันหมดเลยเหรอ? แม้แต่โอกาสจีบยังไม่ให้จีบเลย?” เฉินเป่ยสูบบุหรี่ไปแบบหมดคำจะพูดสุดๆ
“นั่นนายจีบเหรอ? นายทำแบบนั้นเรียกว่าคุกคามมากกว่ามั้ง?” ซุนเจียเจียที่อยู่ด้านข้างต่อว่าด้วยใบหน้าโมโห เหมือนท่าทางหึงหวงโกรธเคืองมาก
พอเฉินเป่ยเห็น ชั่วขณะนั้นก็หัวเราะแล้ว ขยับมาตรงหน้าเจียเจีย หน้าตาอ่อนโยน
“เจียเจีย เธออย่าหึงไปสิ ถ้าไม่งั้นฉันคุกคามเธอแทนแล้วกัน~” เฉินเป่ยจ้องเสื้อเชิ้ตสีขาวของเจียเจียแบบมักมาก...หยกขาวภายใต้คอเสื้อนั้นทำให้คนคิดปะติดปะต่อไปไกล~
“เอาขาหมูสกปรกของนายออกไป!” ใบหน้าซุนเจียเจียโกรธเดือดดาล ตบขาหมูของเฉินเป่ยทิ้ง เหมือนว่าโกรธเฉินเป่ยมาก
เฉินเป่ยหน้าตากลัดกลุ้มเต็มที่...จีบสาวสวยไม่ติด ยังยั่วโมโหยัยขี้หึงด้านข้างอีก วันนี้ไม่มีทางผ่านไปได้ด้วยดีเลย
“เฮ้อ พวกคุณที่นี่รับสมัครยังไงกัน?” ในเวลานี้เอง มีนักศึกษาชายสูงใหญ่นิสัยอันธพาลหลายคนค่อยๆ เดินเข้ามา คาบบุหรี่ไว้ถามขึ้น
นี่คือมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ สภาพของมหาวิทยาลัยดูอนุรักษนิยมมาก...ปกติไม่มีนักศึกษาสูบบุหรี่...และผู้ชายหลายคนนี้ที่คาบบุหรี่ไว้ในปาก ผมผ่านการย้อมมา...ลักษณะไม่เข้าพวกกับผู้อื่น เห็นได้ชัดว่าคือนักศึกษาที่ยุ่งยากแบบนั้นในสังคมอันธพาล
ซุนเจียเจียเห็นมีนักศึกษามาสมัครงาน ใบหน้าจึงผ่อนคลายลงหน่อย ฉีกรอยยิ้มที่สดใสขึ้นมา พูดด้วยเสียงน่าดึงดูด “นักศึกษา ช่วยแนะนำตัวเองหน่อยได้รึเปล่า!”
ผู้ชายผมม่วงที่เป็นหัวหน้าคนนั้นที่มุมปากมีรอยยิ้มเล่นแง่ขึ้นมา ดวงตาจ้องซุนเจียเจียไปอย่างโจ่งแจ้ง...พวกผู้ชายด้านหลังกลุ่มนั้นก็ถูกลักษณะสวยงามน่ารักของซุนเจียเจียดึงดูดไว้แล้ว ค่อยๆ ใช้สายตาหื่นกามมองเธอกัน
ผู้ชายผมม่วงยื่นมือจัดผมหน้าม้า พูดเสียงอันธพาล “ผมชื่อจางเห้าหราน เรียนสาขาฟิสิกส์ ปีสี่ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยรวมผมพูดคำไหนคำนั้น!”
ได้ยินผู้ชายผมม่วงแนะนำตนเอง...ซุนเจียเจียขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นักศึกษา งั้นเธอมีด้านไหนพิเศษบ้างไหม? หรือว่าเธอมีความคิดเห็นอะไรต่อการทำงานอาชีพในอนาคตบ้างล่ะ? สะดวกจะแสดงความคิดเห็นให้ฟังได้รึเปล่า?” ซุนเจียเจียถามด้วยเสียงมีเสน่ห์
ผู้ชายผมม่วงหัวเราะแบบเล่นแง่ คาบบุหรี่ไว้ ตอบแบบอันธพาล “จุดพิเศษ? ส่วนพิเศษของผมคือชกต่อย ทะเลาะวิวาท! ในมหาวิทยาลัยนี้ ผมจางเห้าหรานทุกอย่างแย่หมด ยกเว้นไม่ขาดเพื่อนพ้อง สำหรับการทำงานในอนาคตนั้น~” ทันใดนั้นจางเห้าหรานจ้องซุนเจียเจียไปอย่างโจ่งแจ้ง ถามด้วยเสียงเล่นแง่ “พี่สาว พี่โสดอยู่เหรอ?”
ซู่~ได้ยินคำพูดกำเริบเสิบสานของนักศึกษาคนนี้ ชั่วขณะนั้นใบหน้าซุนเจียเจียเปลี่ยนเล็กน้อย
“ขอโทษนะนักศึกษา เกรงว่าเธอจะไม่เหมาะสมกับเงื่อนไขการสัมภาษณ์ของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปของพวกเรา” ซุนเจียเจียกล่าวขอโทษ อยากไล่เขาออกไป
นักศึกษาชายผมม่วงคนนั้นพูดหยอกล้อต่อไป “พี่สาว ไม่เหมาะสมก็ไม่เป็นไร...พวกเราสามารถเป็นเพื่อนกันได้ พี่สาวยังโสดมั้ย? สะดวกทิ้งวีแชทไว้รึเปล่า? ครั้งหน้าพวกเรานัดเจอกัน~”
ซุนเจียเจียส่ายหน้าเบาๆ “ขอโทษนะ ไม่ค่อยสะดวก”
นักศึกษาชายผมม่วงคนนั้นพักพันไม่เลิกรา เหล่าพลเพื่อนนักศึกษาชายด้านหลังกลุ่มหนึ่งกำลังเอะอะโวยวาย
พอเฉินเป่ยเห็นสถานการณ์นี้ ชั่วขณะนั้นโมโหอยู่บ้าง แม่งเอ๊ย กล้ามาหยอกเย้าจีบผู้หญิงของตนเองงั้นเหรอ?
“ไอ้สัตว์ ควรไปเล่นตรงไหนไปเล่นตรงนั้น อย่ามาวุ่นวายตรงนี้!” เฉินเป่ยลุกขึ้นมาทันที พูดจาอันธพาลไร้ขอบเขต
นักศึกษาผมม่วงคนนั้นชายตามองเฉินเป่ยแบบเหยียดหยาม สีหน้าเย็นชาอยู่บ้าง “แกเป็นใคร? ฉันถามพี่สาวฉันโสด เกี่ยวอะไรกับแกด้วย? เชี้ย!”
ตามหลังนักศึกษาผมม่วงคนนั้นพูดคำว่า“เชี้ย”ออกมา พวกเพื่อนกลุ่มหนึ่งด้านหลังพันแขนเสื้อขึ้นกันหมด ทำท่าทางอยากลงมือ ชั่วขณะหนึ่งบรรยากาศหนาวอยู่บ้าง
“ทำไม ดูท่าทางพวกแกอยากลงมือสินะ?” มุมปากเฉินเป่ยฉีกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พูดแบบลุ่มลึก
ผู้ชายผมม่วงชี้ไปยังเฉินเป่ย หน้าตาหนาวเย็นโหดร้าย “แก...ไม่อยากตายก็หลบไปให้ฉัน...ฉันกำลังถามพี่สาวคนนี้ว่าโสดมั้ย แกเข้ามายุ่งอะไร?”
ซุนเจียเจียใบหน้าแข็งทื่อขึ้นอยู่บ้าง ดึงแขนเสื้อของเฉินเป่ยเบาๆ แสดงเป็นนัยว่าเขาอย่าทำให้วุ่นวาย...บรรยากาศนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยดี เวลานี้แบบนี้เฉินเป่ยไม่สามารถบุ่มบ่ามได้...
เสียงที่เหมือนยั่วยุของนักศึกษาผมม่วงคนนี้ดึงดูดสายตาของเหล่านักศึกษากลุ่มหนึ่งในที่เกิดเหตุ...เหล่านักศึกษากลุ่มหนึ่งค่อยๆ ล้อมมุงโดยรอบ ติดตามฉากนี้ด้วยความตื่นเต้นสงสัย...
“นี่ไม่ใช่จางเห้าหรานเหรอ...ทำไมเขาถึงหาเรื่องที่มหาวิทยาลัยอีกล่ะ?”
“วันไหนบ้างพี่เห้าไม่หาเรื่อง...ก็ว่างจัดไง...ไม่เสียแรงที่เป็นพี่เห้า...นี่ใกล้จะเรียนจบแล้ว...นึกไม่ถึงแม้แต่พี่สาวรับสมัครงานยังมากล้าจีบหยอกล้อ...”
เหล่านักศึกษากลุ่มหนึ่งโดยรอบต่างซุบซิบถกเถียงกัน
นักศึกษาผมม่วงจางเห้าหรานจ้องซุนเจียเจียไปโดยตรง ถามต่อไป “พี่สาว พี่เป็นโสดรึเปล่า? ไม่งั้นมาเพิ่มเพื่อนวีแชทกันมั้ย?”
ในระหว่างที่อากาศแข็งทื่อ...ทันใดนั้นมีเสียงน่าดึงดูดที่หวานชื่นดังขึ้นจากท่ามกลางฝูงชน
“ฉันยังโสด นายอยากเพิ่มเพื่อนในวีแชทฉันรีเปล่า?”
เห็นเพียงนักศึกษาสาวงดงามที่ผมยาวประบ่าคนหนึ่งค่อยๆ เดินออกมาจากในฝูงชน หล่อนเหมือนผู้หญิงในภาพวาดนั้นเลย สวยสดงดงาม...ส่วนในปากน้อยรูปเชอร์รี่ของหล่อน ยังกัดอมยิ้มไว้อันหนึ่งอย่างซุกซน ทั้งตัวแสดงท่วงท่าที่สวยหวานน่าหลงใหลออกมา
“โอ๊ะ...สาวที่ไหนกัน? ฉันต้องดูก่อนสิว่าสวยรึเปล่า?” นักศึกษาผมม่วงจางเห้าหรานยิ้มเจ้าเล่ห์หันหน้ากลับไป...
ซู่! เขาสั่นไปทั้งตัว จ้องนักศึกษาสาวงดงามที่คาบอมยิ้มคนนั้นด้วยสายตาตกตะลึง... วินาทีนี้ จางเห้าหรานอึ้งค้างไปทั้งตัวแล้ว
นักศึกษาสาวสวยคนนั้นขยิบตาให้เบาๆ กัดอมยิ้มไว้ ถามขึ้นแบบเรียบนิ่ง “นายไม่ใช่อยากได้วีแชทเหรอ? ฉันกำลังโสด อยากได้มั้ย?”
จางเห้าหรานสีหน้าเปลี่ยนกะทันหัน เปลี่ยนไปซีดเซียว เหมือนมีความหวาดกลัว
“เอ่อ...พี่จิ้งจิ้ง...ผม...ผมล้อเล่นนะ...” จางเห้าหรานพูดจาอ้ำๆ อึ้งๆ ในดวงตามีความหวาดกลัวและหวาดผวานิดๆ
เฉินเป่ยคาบบุหรี่ไว้ มองฉากนี้อย่างมีการขบคิด...
นักศึกษาสาวสวยผมยาวพลิ้วไสว หล่อนก้าวเข้ามาเบาๆ ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มประณีต เผยบุคลิกที่ทำให้เขาแทบหยุดหายใจออกมานิดๆ
หัวใจจางเห้าหรานเต้นเร็วขึ้น...ความกลัวและความตกใจนิดๆ ผุดขึ้นที่หัวใจ ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะสวยมาก...แต่...เขากลับไม่กล้ามีความคิดจะทำให้ด่างพร้อยหรือดูหมิ่นแต่อย่างใดเด็ดขาด...เพราะ...เขายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ