ตอนที่ 641
บทที่641 กับดัก
October 28, 2026
บทที่641 กับดัก
เฉินเป่ยกับหลิวจิ้งจิ้งทั้งสองคนดื่มเหล้ากันแก้วแล้วแก้วเล่า เฉินเป่ยดื่มจนวิงเวียนพอสมควร...รู้สึกแค่ว่าสมองขยายตัวนิดหน่อย ฤทธิ์เหล้ายังค่อยๆ ขึ้นสมองด้วย
ส่วนหลิวจิ้งจิ้งใบหน้าแดงไปหมดแล้ว เมาจนเหมือนแอปเปิลแดง น่าหลงใหลเย้ายวนใจอย่างมาก
ทั้งสองคนชนแก้วกันและกัน ดื่มต่อไป...แสงยามค่ำคืนในผับแวววับ เสียงดีเจที่ตื่นเต้นดังก้องไม่หยุด...
ที่ไม่ไกลนัก ผู้ชายสวมชุดสูทที่มุมมืดคนนั้นลุกขึ้นกะทันหัน จัดเนกไทนิดหน่อย จากนั้นฉีกเส้นรัศมีวงกลมที่มุมปากขึ้น ค่อยๆ เดินมาทางที่นั่งของหลิวจิ้งจิ้ง
ผู้ชายชุดสูทกิริยาท่าทางสง่างาม ราวกับเดิมทีอยู่คนละโลกกันกับดีเจของผับที่ตื่นเต้นคนนี้...เขาผู้เป็นสุภาพบุรุษเดินมาถึงหน้าที่นั่งส่วนตัว ยื่นมือไปด้วยรอยยิ้มลุ่มลึก “เฉินเป่ย บังเอิญขนาดนี้เลย”
เฉินเป่ยเงยหน้าที่ดูมึนเมาขึ้น มองผู้ชายชุดสูทแบบงงงวยทีหนึ่ง
“เซวอี้?”ดวงตาเฉินเป่ยแข็งทื่อเล็กน้อย
เซวอี้จัดเสื้อสูทนิดหน่อย ยิ้มให้แล้วนั่งลงมา “นึกไม่ถึงว่าจะบังเอิญขนาดนี้ พี่เฉินนายก็ชอบเที่ยวผับ? ยังมาด้วยกันกับสาวน้อยแสนสวยขนาดนี้อีก”เซวอี้พูดพลางจ้องมองหลิวจิ้งจิ้งด้วยแววตาล้ำลึกขบคิด
เห็นผู้ชายชุดสูทที่ปรากฏตัวกะทันหันคนนี้เข้า ชั่วขณะนั้นใบหน้าที่แดงไปหมดของหลิวจิ้งจิ้งก็แข็งทื่อ พูดอย่างหนาวเย็น “นายเป็นใคร? ฉันอนุญาตให้นายนั่งลงแล้วเหรอ?”
บนหน้าอันหล่อเหลาของเซวอี้ฉีกยิ้มอ่อนขึ้น “หญิงสาวที่น่าสนใจนี่หน่า”
เฉินเป่ยจ้องเซวอี้แบบมีความหมายแฝง “คุณชายเซว การบังเอิญเจอครั้งนี้ของนายแสดงได้ไม่สมจริงเท่าไร...พูดมา สะกดรอยตามฉันมานานแค่ไหนแล้ว?”
รอยยิ้มบนหน้าเซวอี้ตะลึงนิดหน่อย...ทว่าชั่วพริบตาเดียวก็ยิ้มโชติช่วงยิ่งกว่าเดิม
“พี่เฉินนี่ล้อเล่นเก่งจริงๆ วันนี้ที่พวกเราบังเอิญเจอกัน พูดได้เพียงว่าเป็นโชคชะตา เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นกะทันหัน ดูแล้วฉันกับพี่เฉินคงมีวาสนาต่อกัน”เสียงของเซวอี้สงบนิ่งยิ้มแย้ม
หลิวจิ้งจิ้งจ้องมองผู้ชายชุดสูทคนนี้ด้วยความสงสัย หันหน้าไปถามทางเฉินเป่ย “เขา...เป็นเพื่อนของพี่?”
“เพื่อนกับผีน่ะสิ ศัตรู”เฉินเป่ยพูดออกมาไม่กี่คำแบบนิ่งๆ เห็นได้ชัดว่าสำหรับเซวอี้ตรงหน้านี้ เดิมทีเฉินเป่ยไม่ได้มีความรู้สึกดีใดๆ
เซวอี้จัดเนกไทให้เรียบร้อย พูดด้วยความจริงจัง “พี่เฉิน ฉันรู้ว่าระหว่างพวกเราเข้าใจผิดกัน...ครั้งก่อน เรื่องที่ประธานหลีโดนจู่โจมนั้น...ฉันเอาชีวิตมาสาบานได้เลย ไม่ใช่ฉันทำแน่ๆ”สายตาของเขาสงบนิ่งไร้ที่เปรียบ ไม่มีร่องรอยหลบเลี่ยงแต่อย่างใด
เฉินเป่ยกวาดผ่านสายตาของเขานิ่งๆ แวบหนึ่ง...ความสงสัยในใจเพิ่มมากขึ้น...สายตาของเซวอี้สงบอย่างยิ่ง...ลุ่มลึกจนมองไม่เห็นขอบเขต...นี่ทำให้ในใจเฉินเป่ยคาดเดาไม่หยุด...สรุปเขาอยากจะทำอะไร? แสดงว่ามาเจอกันที่ผับโดยบังเอิญนี้ เขามีเป้าหมายอะไร?
“ไอ้ไก่อ่อน ฉันไม่ต้อนรับนาย นายรีบออกไปเดี๋ยวนี้~”ใบหน้าหลิวจิ้งจิ้งหนาวเย็น ตะคอกใส่เซวอี้ด้วยลักษณะท่าทางของราชินี
ได้ยินหญิงสาวคนนี้เรียกตนเองว่า 'ไอ้ไก่อ่อน' รอยยิ้มที่มุมปากของเซวอี้ก็ลึกขึ้น “สาวน้อย...ฉันกับพี่เฉินเป็นคนที่รู้จักกันมานาน วันนี้บังเอิญมาคุยกัน ช่วยยืดหยุ่นหน่อยแล้วกันนะ”
ใบหน้าหลิวจิ้งจิ้งยิ่งหนาวเย็นเพิ่มขึ้น “ฉันบอกแล้ว ไม่ต้อนรับนาย”
“เป็นหญิงสาวที่น่าสนใจจริงๆ”เซวอี้หัวเราะเล็กน้อย ไม่ได้สนใจเธออีก หันไปมองทางเฉินเป่ยแล้ว
“พี่เฉิน ว่ากันว่าสองฝ่ายที่มีความแค้นต่อกันไม่ควรผูกพยาบาท ...ระหว่างพวกเราเดิมไม่ได้มีข้อพิพาทกัน จำเป็นต้องทำแบบศัตรูเจอกันด้วยเหรอ? ไม่สู้มาสามัคคีกัน ผูกมิตรด้วยกัน หรือว่าไม่...”เซวอี้ยังพูดไม่ทันจบ...
ทันใดนั้นหลิวจิ้งจิ้งที่อยู่ตรงข้ามก็ยกแก้วเหล้าในมือขึ้น เหล้าบรั่นดีเต็มแก้วนั้นสาด'พรึบ'ไปบนหน้าเซวอี้
ซ่า! นี่...บรรยากาศเหมือนจะเงียบงันลงมาทันที
เฉินเป่ยตะลึงแล้ว...ถลึงดวงตามองฉากนี้แบบอึ้งๆ...ตอบสนองเข้ามาไม่ทันเท่าไร...เชี้ย...ยัยเด็กคนนี้...นี่ช่างแม่งหาเรื่องวุ่นเสียเหลือเกินมั้ง? ยัยแม่มดนี้เห็นใครเป็นต้องหาเรื่องให้ได้งั้นเหรอ? นี่แม่งเดิมทีจะมาสร้างศัตรูหรือเปล่า?
ชั่วขณะนั้นใบหน้าหล่อเหลาของเซวอี้หนาวเย็น...รอยยิ้มที่มุมปากนั้นแข็งค้างอยู่ในขณะที่เกิดเหตุ
“ปึง!” เซวอี้ตบลงบนโต๊ะของผับอย่างแรงทีหนึ่ง พลังที่รุนแรงสั่นสะเทือนจนทั้งโต๊ะสั่นไม่เลิก
“สามหาว!” เซวอี้เปลี่ยนไปเย็นยะเยือกอย่างยิ่ง แค้นเคืองขึ้นมาทันที เขาเป็นประธานเฟยหยางกรุ๊ป ในเมืองแห่งนี้...ไม่เคยมีใครกล้ายั่วยุเขาเช่นนี้มาก่อน
ใบหน้าของหลิวจิ้งจิ้งเมาแดงอย่างมาก ไม่มีความหมายว่าจะหวาดกลัวสัตว์ดุร้ายในชุดสูทตรงหน้าคนนี้เลยแม้แต่น้อย เธอยกขวดเหล้าขึ้นอย่างไร้เหตุผล เทเหล้าทั้งขวดราดลงบนหน้าเซวอี้โดยตรง
“ซ่า!” เหล้าบรั่นดีที่เข้มข้นจนแสบจมูกนั้นสาดกระเซ็นออกมาในชั่วขณะหนึ่ง ราวกับน้ำพุนับไม่ถ้วนเทราดมาบนหน้าหล่อสง่าของเซวอี้...ผมของเขา...เสื้อเชิ้ตขาว...เสื้อสูท...ชั่วพริบตาเดียวก็ถูกของเหลวสีทองจนเปียกโชก...สภาพดูไม่จืดเลยทีเดียว
เฉินเป่ยมึนงงถึงที่สุด เชี้ย...ยัยเด็กคนนี้...แม่งช่างหาเรื่องเสียเหลือเกิน แม่มด...ยัยแม่มด
ลูกตาเซวอี้หดตัวเฉียบพลัน ทั่วทั้งตัวถูกความแค้นเคืองอันมหึมาท่วมท้นเข้าแทนที่ บนหน้าที่หล่อเหลาแพร่ท่วงท่าที่อยากฆ่าคนออกมา
“นังเด็กนี่! แกวอนหาที่ตายซะแล้ว!!”เซวอี้ลุกขึ้นมาทันใด ถีบโต๊ะเหล้าด้านหน้าอย่างแรงจนพลิกไป เขาโกรธหนักจนสั่นเทาไปหมดทั้งตัว นั่นคือความคิดอยากฆ่าที่สยองขวัญ
หลิวจิ้งจิ้งไม่พูดพร่ำทำเพลง มือคว้าขวดเหล้าไว้ กวัดแกว่งพุ่งเข้าไปโดยตรงอย่างไม่พูดอะไรสักคำหมายจะทะเลาะวิวาท
หัวใจเฉินเป่ยเต้นแรง รีบดึงเธอเอาไว้ก่อน...แม่งเอ๊ยนี่ถ้าหาเรื่องต่อไปอีก...คงต้องเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่...แน่นอนว่าเฉินเป่ยไม่กลัวเซวอี้...แต่ว่าเซวอี้คนนี้ไม่ใช่พวกที่หาเรื่องกันได้ง่ายๆ ถ้ายั่วโมโหให้เขาโกรธเข้าจริง...ไม่แน่ว่าหลิวจิ้งจิ้งยัยเด็กคนนี้คงเจอหายนะใหญ่หลวงเข้าแล้ว ต่อไปยัยเด็กคนนี้ยังมีทางรอดได้เหรอ?
“พี่อย่ามาห้ามฉัน...ฉันจะสั่งสอนเขา...เฮ้อ...” หลิวจิ้งจิ้งโบกควงขวดเหล้าในมือ ท่าทางราวกับแม่มดที่สิงอยู่ในร่างมนุษย์ เผด็จการสุดจะทนเสียจริง~
เฉินเป่ยดึงรั้งเธอไปด้วย แอบคิดอยู่ในใจไปด้วย: แม่งเอ๊ย...ที่แท้ยัยเด็กคนนี้ก็เป็นแม่มดสาวสินะ อย่าโดนภายนอกที่ใสซื่อนั้นของเธอหลอกให้สิ~ แต่ว่า...ฉันชอบนะ!
ถึงแม้เฉินเป่ยจะห้ามหลิวจิ้งจิ้งไว้...แต่เห็นเซวอี้กระเซอะกระเซิงเช่นนี้...ในใจเฉินเป่ยนั้นเรียกได้ว่าสะใจ...นึกไม่ถึงเซวอี้ที่ก้าวร้าวเช่นนี้ ในที่สุดยังมีวันหนึ่งที่กระเซอะกระเซิงเช่นนี้ได้หรอกเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะหลีชิงเยียน เฉินเป่ยคงอัดเจ้านี่สักยกไปตั้งนานแล้ว...ในขณะนี้ยืมมือของหลิวจิ้งจิ้ง สามารถทำให้เขาย่ำแย่เช่นนี้ได้ มันรู้สึกถึงอกถึงใจจริงๆ เลย
เวลานี้เซวอี้ยังมีออร่าสุภาพบุรุษที่บุคลิกภาพดูดีนั้นที่ไหนกัน? สีหน้าเขาโกรธเคืองสั่นเทาขึ้นมากะทันหัน อยากจะเข้ามาลงมือกับหลิวจิ้งจิ้ง เขาโดนยัยเด็กคนนี้เหยียบย่ำถึงขนาดนี้...นี่...คือการย่ำยีศักดิ์ศรีตระกูลเซวของเขา ตบหน้าเขาเซวอี้ชัดๆ
ดวงตาเฉินเป่ยแข็งทื่อ ยื่นมือผลักไปบนหน้าอกของเซวอี้ทีหนึ่ง...เซวอี้ถูกพลังมหาศาลโจมตีจนถอยหลังไปทันที...ทั้งตัวล้มลงบนโซฟาอย่างแรง...จนโซฟายุบลงอยู่บ้าง...
ซู่! โดยรอบนั้น...ลูกน้องสูทสีดำกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันล้อมรอบเข้ามาในชั่วพริบตาเดียว คนกลุ่มนี้สีหน้าหนาวเย็นไร้ที่เปรียบ ล้อมที่นั่งส่วนตัวเอาไว้ทันที แรงอาฆาตแค้นสุดแสนสะพรึงกลัว
เฉินเป่ยกวาดตามองผู้ชายชุดสูทกลุ่มนี้แบบนิ่งๆ เขาไม่ได้พูดอะไร โอบหลิวจิ้งจิ้งไว้โดยตรง เดินไปด้านนอกที่นั่งส่วนตัวอย่างนิ่งเฉยสุดๆ
ซู่! ชายชุดสูทกลุ่มหนึ่งล้อมวงเข้ามาโดยตรง ขวางตรงหน้าเขาไว้ เดิมทีไม่ให้เขาออกไป
เฉินเป่ยยกมือขึ้นฉับพลัน
“ป้าบๆๆ!” ตบหน้าต่อเนื่องกันไปหลายที...ผู้ชายชุดสูทกลุ่มนั้นโดนตบจนลอยออกไปทันที...เลือดสดสาดกระจาย
ลูกน้องชุดสูทที่เหลือไม่กี่คนสีหน้าเปลี่ยนยกใหญ่ ยื่นมือเข้าไปในเสื้อทันใด...ล้วงอาวุธปืนออกมาโดยตรง เล็งเป้าไปยังเฉินเป่ยกันหมด
เวลานี้ทั้งผับวุ่นวายกันยกใหญ่ในชั่วขณะหนึ่ง เหล่าแขกที่กำลังเต้นโยกย้ายอย่างบ้าคลั่งกลุ่มนั้นเห็นปืนที่น่าสะพรึงกลัวนี้เข้า...ทุกคนต่างสับสน...ถอยหลบกันอยู่ในผับแบบคลุ้มคลั่ง...สีหน้าของทุกคนล้วนเปลี่ยนไปกันสุดๆ
เฉินเป่ยโอบหลิวจิ้งจิ้งไว้ ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างนิ่งเฉยไร้ที่เปรียบขนาดนี้
“คุณชายเซว วันนี้...นายคิดจะฆ่าคนเหรอ?”เฉินเป่ยถามแบบมีความหมายแฝง ในน้ำเสียงมีความลุ่มลึก
เซวอี้กุมหมัดแน่น สีหน้าแค้นเคืองมาก บนผมของเขาล้วนเป็นเหล้ากลิ่นหึ่ง บนเสื้อผ้าก็เป็นเหล้าเช่นกัน...แถมยังสั่นเทาไปทั้งตัวเพราะความโกรธเคือง เขาจ้องเฉินเป่ยตาเขม็ง...เหมือนอยากเขมือบเฉินเป่ยเข้าไป
ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันอยู่อย่างนี้ อากาศก็เหมือนจะแข็งตัวไป
สายตาเซวอี้ล็อกเฉินเป่ยไว้แน่นขนัด...จ้องเขาอยู่ตั้งนาน...ในที่สุดถึงพ่นสามคำออกมาจากช่องฟัน “ให้...เขา...ไป”
สามคำนี้ของเซวอี้แทบจะออกมาเป็นคำๆ...สามารถจินตนาการได้ถึงความโกรธแค้นและดุร้ายในขณะนี้ของเขาได้
เฉินเป่ยนิ่งสงบอย่างยิ่ง โอบหลิวจิ้งจิ้งไว้แบบนี้ พยายามลากเธอออกมาจากผับแล้ว
เหล่าลูกน้องที่ถือปืนไว้กลุ่มนั้นไม่ได้ขัดขวาง เพียงแค่เล็งเป้ายังเฉินเป่ยไว้ตรงๆ...จนกระทั่งเขาดึงหลิวจิ้งจิ้งเดินออกไปนอกประตูผับ...จากนั้นหายไปจากการมองเห็นของทุกคน...