ตอนที่ 644
บทที่644 ป้ายผ้า
October 28, 2026
บทที่644 ป้ายผ้า
ป้ายผ้าสองผืนนั้นขนาดใหญ่อย่างมาก ด้านบนเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ที่บรรจงสองแถว
ตอนที่เห็นตัวอักษรใหญ่บนป้ายผ้าผืนนั้น...เหล่าพนักงานในเหตุการณ์กลุ่มหนึ่งถลึงดวงตากลมโตกันหมด ตกตะลึงตาค้างแล้ว
เห็นเพียงด้านบนเขียนข้อความไว้สองท่อน...
ท่อนบน: เซวอี้ชอบแอบถ่ายคลิปวิดีโอสุดชีวิตจิตใจ
ท่อนล่าง: คู่แข่งจัดส่งอุปกรณ์มาให้ใช้เป็นพิเศษ
บรรยากาศเหมือนเปลี่ยนไปเงียบสงบแล้ว...โดยรอบไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย...ความคิดของทุกคนล้วนไม่มีปฏิกิริยาเข้ามา...
เฉินเป่ยหันหน้ามองข้อความคู่แวบหนึ่ง พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ในเวลานี้รถสัมภาษณ์ของสำนักข่าวคันหนึ่งที่ระยะไกลค่อยๆ ขับมา
เฉินเป่ยโบกมือทักทายรถสัมภาษณ์ของสื่อแล้ว “ทางนี้”
นักข่าวคนหนึ่งกับตากล้องลงมาจากรถสัมภาษณ์ เดินมาที่หน้าประตูเฟยหยางกรุ๊ปด้วยความตื่นตกใจ
“คุณผู้ชาย เมื่อสักครู่เป็นคุณนัดให้เบาะแสข่าวเหรอคะ?” นักข่าวสาวถามอย่างอึ้งๆ
เฉินเป่ยพยักหน้า “ใช่ เพื่อเป็นการขอบคุณการดูแลที่เฟยหยางกรุ๊ปมีต่อผม วันนี้ผมเลยเข้ามาส่งของขวัญเป็นการตอบแทนโดยเฉพาะ~ ส่งดูเร็กซ์ให้หนึ่งหมื่นอัน เซ็กซ์ทอยหนึ่งหมื่นอัน...ไวอากร้าอีกหนึ่งหมื่นอัน...”
นักข่าวสาวหน้าตามึนงง...อึ้งค้างไปทั้งตัวแล้ว...ไม่รู้ว่าต้องสัมภาษณ์อย่างไรโดยสิ้นเชิง...
ตากล้องรีบตัดสินใจเฉียบขาด คว้ากล้องมาถ่ายเซ็กซ์ทอยที่กองรวมกันเป็นภูเขาที่หน้าประตูอาคารทันใด นี่คงเป็นข่าวใหญ่ที่หาได้ยากและน่าสนุกแน่
“อ่อใช่แล้ว อย่าลืมเซนเซอร์หน้าให้ผมด้วยนะ~!” เฉินเป่ยไม่ลืมพูดเตือนสติ...
นักข่าวสาวมีปฏิกิริยากลับมาจากอาการอึ้งทึ่ง...เริ่มสัมภาษณ์เฉินเป่ยอย่างงุนงงและดูไม่คล่องแคล่ว...
ด้านข้างนั้นเหล่าพนักงานกลุ่มหนึ่งที่ล้อมรอบตาค้างแข็งเป็นหินกันถึงที่สุด...เชี้ย! ยังมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ด้วย? นี่แม่ง...อยากก่อเรื่องวุ่นวายเหรอ?
...
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง รถเบนท์ลีย์มูซานคันหนึ่งค่อยๆ ขับมาทางเฟยหยางกรุ๊ป
เซวอี้นั่งอยู่บนที่นั่งเจ้านายแบบนิ่งสงบ ในปากคาบซิการ์กลิ่นหอมนุ่มแท่งหนึ่ง บนแท่นอาหารในรถวางไวน์ขาวชื่อดังและราคาแพงแก้วหนึ่งไว้ และแฮมนิวซีแลนด์ที่หนึ่ง
ในขณะที่รับประทานอาหารเช้า เขาชอบจิบไวน์ขาวด้วย กลิ่นไวน์ที่หอมนุ่มเข้มข้นแบบนั้นจะกระตุ้นต่อมรับรู้รสของเขา ทำให้เขาตื่นตัวมีพลังอย่างชัดเจนทั้งวัน
ลูกน้องที่นั่งเบาะข้างคนขับแถวหน้า รายงานรายละเอียดสถานการณ์โดยรวมทั้งหมดของเมื่อคืนด้วยความระมัดระวัง
ฟังการรายงานรายละเอียดแล้ว สีหน้าของเซวอี้ก็สงบนิ่งไร้ที่เปรียบ ไม่มีการเคลื่อนไหวสักนิด
“ประธานเซวครับ เมื่อคืน...โชคดีทำให้เฉินเป่ยคนนั้นหนีไปได้ เป็นกำไรเขาเสียจริงเลย!” ในน้ำเสียงของลูกน้องมีความโมโหและไม่พอใจอยู่ ภารกิจเมื่อคืนดำเนินการล้มเหลว เห็นได้ชัดว่าทำให้เขาไม่พอใจมาก
เซวอี้จิบไวน์ขาวอึกหนึ่ง พูดด้วยเสียงนิ่งสงบเฉยเมย “ไม่ต้องตื่นเต้น แค่พวกกระจอกคนเดียวเท่านั้น...ขอเพียงมันอยู่ที่เมืองหู้ไห่ ย่อมหนีไม่พ้นน้ำมือฉันไปได้...ที่ควรหายไปก็ต้องหายไปแน่”
เวลานี้เซวอี้ฟื้นกลับสู่สภาพไม่สะทกสะท้านเมินเฉยตามเดิมตั้งแต่นานแล้ว ทั้งตัวเต็มไปด้วยท่าทางสุภาพบุรุษ นี่คือด้านที่ล้ำลึกของเขา...ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะยั่วยุอย่างไร เขาล้วนสามารถยิ้มต้อนรับได้...อัจฉริยะอายุน้อยของเมืองหู้ไห่ท่านนี้ เหมือนว่าเทียบอาณาเขตของบิดาเขาแล้ว ยังจะเหนือกว่าชั้นหนึ่ง
รถเบนท์ลีย์มูซานค่อยๆ จอดลงที่หน้าประตูเฟยหยางกรุ๊ปแล้ว
หลังลูกน้องลงจากรถก็ตะลึงค้างไปทั้งตัว...ลังเลอยู่หลายวินาที ถึงรีบดึงประตูรถเปิดแทนเซวอี้...
มีเรื่องอะไร ถึงทำให้นายเสียอาการแบบนี้?”เซวอี้นั่งอยู่ในรถ สูบซิการ์ไปช้าๆ ถามอย่างเฉยเมย
“ประธานเซว...นี่...หน้าประตูบริษัท...” ลูกน้องสีหน้าเปลี่ยนไปผิดปกติมากๆ น้ำเสียงมีความซับซ้อนที่พูดไม่ถูก
“เจอเรื่องอะไรไม่สงบเข้าล่ะ ท่าทีแบบนี้ กลัวว่ายากจะประสบความสำเร็จนะ...เฮ้อ”เซวอี้ส่ายหน้าแบบนิ่งๆ ค่อยๆ ก้าวออกจากรถเบนท์ลีย์?
ซู่! วินาทีที่ก้าวออกมาจากรถนั้น เซวอี้ตะลึงค้างไปทั้งตัวแล้ว
สายตาเขาอึ้งทึ่ง...มองหน้าประตูอาคารแบบตกตะลึง...เซ็กซ์ทอยสีชมพูกองโตที่กองกันดุจภูเขา...ขวางทั้งหน้าประตูใหญ่ของบริษัทเอาไว้
บนผนังทั้งสองข้างหน้าประตูใหญ่ของบริษัท...ยังติดข้อความสองแถวเอาไว้...
เซวอี้ชอบแอบถ่ายคลิปวิดีโอสุดชีวิตจิตใจ...คู่แข่งจัดส่งอุปกรณ์มาให้ใช้เป็นพิเศษ...? เซวอี้พึมพำมองเนื้อหาของข้อความสองท่อนอยู่...ทั้งตัวเขาราวกับก้อนหิน แข็งตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ...แม้แต่ซิการ์ในมือยังร่วงลงบนพื้นกะทันหันเลย
สายตาของเซวอี้จากที่อึ้งทึ่ง...กลายเป็นแข็งทื่อ...ตามมาด้วย...ไฟโกรธที่ท่วมท้นดุจภูเขาไฟปะทุเดือดดาลระเบิดออก
“นี่เป็นใครทำกัน?” เซวอี้โกรธเคืองตะโกนเสียงดุ สีหน้าดุร้ายในชั่วขณะนั้น น่ากลัวราวกับสัตว์ป่า
“ประ...ประธานเซว...เป็นผู้ชายคนหนึ่ง...ชื่อว่าเฉินเป่ยครับ...” บนหน้าผู้จัดการพนักงานรักษาความปลอดภัยยังปรากฏรอยนิ้วมือที่แดงสด ขยับเข้ามาพูดอย่างสั่นเทิ้ม
“ป้าบ!!” เซวอี้ไม่พูดพร่ำทำเพลงยกมือขึ้นตบไปทันใด ตบลงบนหน้าผู้จัดการพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างรุนแรง ทั้งตัวผู้จัดการพนักงานรักษาความปลอดภัยโดนตบจนกระอักเลือด โซซัดโซเซล้มลงพื้น
“เฉินเป่ย! เฉิน—เป่ย!!”เซวอี้กุมหมัดแน่น โมโหเดือดดาลไปทั่วทั้งตัวดุจสัตว์ป่าร้องคำราม
“ปืน! เอามาให้ฉัน!!” เขาแย่งปืนกระบอกหนึ่งมาจากในเสื้อลูกน้องโดยฉับพลัน เตรียมกระสุนด้วยความโกรธแค้นดุร้าย ดึงสลักป้องกันออก
“พาฉันไปบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป!!” เสียงเซวอี้เดือดดาลไร้ที่เปรียบ ดวงตาแดงก่ำเพราะโกรธแค้นขั้นสุด
เลขาฯจางจื่อหลานเห็นแบบนี้ จึงรีบพุ่งไปที่พวกลูกน้องรีบเร่งบอกว่า “เร็ว...ห้ามประธานเซวไว้!!”
ซู่! เหล่าลูกน้องกลุ่มหนึ่งรีบเข้ามาเกลี้ยกล่อมห้ามเซวอี้กันยกใหญ่ “ประธานเซว..ท่านต้องใจเย็นนะครับ ใจเย็นเอาไว้ก่อนครับ!”
สถานการณ์นี้...ช่างพลิกพลันดุเดือดเหลือเกิน
เมื่อสักครู่ยังเป็นสุภาพบุรุษที่สุขุมเยือกเย็น...จิบไวน์ขาวอยู่เลย...เวลานี้กลับเหมือนกับสัตว์ป่าที่เสียการควบคุมตัวอาละวาดโหดร้าย...
“ปล่อยฉัน... อย่ามาห้ามฉัน!! ฉันจะฆ่ามัน! ฉันอยากฆ่ามันให้ตาย!!” เซวอี้สีหน้าดุร้ายแดงก่ำ สยองขวัญราวกับสัตว์ป่าหลุดออกจากกรง
แต่เหล่าลูกน้องกลุ่มหนึ่งกลับขวางเขาไว้แน่น เดิมทีไม่ให้เขาขยับ...
จางจื่อหลานเดินมาด้านหน้าของเซวอี้ พยายามโน้มน้าว...ให้เขาอย่าวู่วาม...ถ้าวันนี้เซวอี้เข้าไปลอบสังหารเฉินเป่ยจริง...งั้นเรื่องราวคงบานปลายใหญ่โตแน่...ลูกชายของหัวหน้าฝ่ายบริหารผู้น่าเกรงขาม...ฆ่าคนตอนกลางวันแสกๆ...นี่ต่อให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่แค่ไหน...ก็ยังไม่มีทางปิดซ่อนคดีนี้ได้...
เซวอี้เดือดดาลอย่างยิ่ง ดวงตาสังหารดุจสัตว์ป่าที่น่ากลัว เขาถูกลูกน้องขัดขวางไว้เต็มที่ เดิมทีไม่สามารถขยับได้เลยสักนิด เขายกปืนในมือขึ้นอย่างดุร้าย ยิงปืนขึ้นฟ้าไปแบบดุเดือด
“ปังๆๆ—!” ลูกกระสุนนับไม่ถ้วนแหวกทะลุท้องฟ้า เสียงปืนดุเดือดดังก้องกลางอากาศ...เหมือนกำลังระบายไฟโกรธในใจของเขาอยู่
...
มหาวิทยาลัย ในห้องนอนส่วนตัวที่หรูหราแห่งหนึ่ง
หลิวจิ้งจิ้งอาบน้ำกลับไปกลับมาหลายรอบ ถูร่างกายที่งดงามไปนับครั้งไม่ถ้วน...แต่กลับยังคงขัดเสน่ห์และความอ่อนช้อยนิดๆ ในใจเธอนั้นไม่ออก...
เมื่อคืน คาดไม่ถึงเธอจะเสียตัวแล้ว...เธออายุยี่สิบปี แต่ไหนแต่ไรไม่เคยสัมผัสเกินเลยใดๆ กับผู้ชายมาก่อน...เป็นหญิงสาวที่รำคาญผู้ชายมาตลอด...โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้น...ยังพึ่งรู้จักได้ไม่ถึงวัน...ผู้ชายที่รู้สึกว่าเหมือนพี่ชายของตนเองมาก... ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง...โกรธเคืองไร้ที่เปรียบ
เธอไม่เคยคิดมาก่อน...จะมีสักวันที่ตนเอง...กับผู้ชายที่เหมือนพี่ชายมากเลยคนนี้...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...บ้าคลั่งเช่นนี้... ภาพของเมื่อคืนเริ่มปรากฏในหัวสมองเธอขึ้นมาแต่ละฉาก...พอนึกถึงภาพพวกนี้ ยิ่งทำให้ในใจเธอโกรธแค้นไร้ที่เปรียบ
หลิวจิ้งจิ้งใช้ชุดคลุมห่อร่างกายของตนเองไว้แน่น ผมยาวที่เปียกชุ่มประไหล่ เธอส่องกระจกอยู่นานมาก...ท้ายที่สุดตัดสินใจเรื่องหนึ่งแล้ว
เธอค่อยๆ หยิบมือถือออกมา ต่อสายไปยังหมายเลขหนึ่งแล้ว
“ส่งลูกน้องเข้ามาให้ฉัน...ฉันอยากให้คนคนหนึ่งหายไปจากเมืองหู้ไห่โดยสิ้นเชิง”
...
อาคารตระกูลหลีกรุ๊ป ห้องท่านประธานที่ชั้นเก้าสิบเก้า
หลีชิงเยียนกำลังพิงบนเก้าอี้ทำงานอย่างเกียจคร้าน ตอบรายงานและจัดการเอกสารทั้งช่วงเช้า...เวลานี้ช่วงเที่ยงแล้ว เธอต้องการพักผ่อนแบบเงียบๆ สักหน่อย
ในคอมพิวเตอร์ถ่ายทอดรายงานข่าวช่วงกลางวันที่ใหม่ล่าสุดของเมืองหู้ไห่ นี่คือความเคยชินในแต่ละวันของหลีชิงเยียน...ในขณะเดียวกันที่พักเที่ยง เธอก็ไม่ลืมดูข่าวทางการใหม่ล่าสุดเช่นกัน...ในฐานะผู้นำของบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เธอต้องติดตามกระแสข่าวใหม่ล่าสุดที่เกิดขึ้นจริง
และในเวลานี้เอง หน้าจอคอมพิวเตอร์ถ่ายทอดข่าวหนึ่งออกมากะทันหัน...
“วันนี้ช่วงเก้าโมงเช้า ที่หน้าประตูเฟยหยางกรุ๊ปของเมืองเรา...ถูกกองเซ็กซ์ทอยสองคันรถอุดไว้หน้าประตูใหญ่...ตอนนี้เชิญชมนักข่าวของพวกเราที่อยู่ในเหตุการณ์สัมภาษณ์...”
จากนั้นภาพตัดไปในที่เกิดเหตุของเฟยหยางกรุ๊ปแล้ว...เห็นเพียงผู้ชายที่เซนเซอร์หน้าเอาไว้คนหนึ่งกำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอยู่...
ตอนที่เห็นผู้ชายคนนี้ในภาพหน้าจอ...และเสียงที่คุ้นเคยของเขานั้น...หลีชิงเยียนอึ้งค้างไปทั้งตัวแล้ว...
เฉินเป่ยย่อมถูกเรียกมาที่ห้องท่านประธานเป็นธรรมดา...รับการสอบถามของหลีชิงเยียน
“ผู้ชายคนนี้คือนายสินะ?” หลีชิงเยียนชี้ไปที่ผู้ชายถูกเซนเซอร์หน้าคนนั้นในภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถามขึ้น