ตอนที่ 650
บทที่650 ตรวจสอบ
October 28, 2026
บทที่650 ตรวจสอบ
ในชั่วขณะนี้...ลูกตาฉินเกอหดลงเฉียบพลัน... นิ้วมือของเขากำลังกดลั่นไกปืน...
แต่ความเร็วของเฉินเป่ยไวถึงขีดสุด... พุ่งโจมตีเข้ามาฉับไว...
“ซู่!”
ฉินเกอเพียงรู้สึกว่าข้อมือสั่นรุนแรง...ในชั่วพริบตาเดียว...ก็ไม่เห็นปืนกระบอกนั้นในมือของเขาแล้ว...
วินาทีต่อมา ปืนดำขลับหนาวเหน็บกระบอกนั้นจ่ออยู่บนหน้าผากของเขา...
ส่วนบนด้ามจับของปืน มือข้างนั้น...ก็คือเฉินเป่ยที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน
อากาศเหมือนเปลี่ยนไปเงียบงันกะทันหัน แม้แต่เข็มตกยังได้ยิน
“หัวหน้า...!!” สีหน้าบรรดาทหารในเหตุการณ์กลุ่มนั้นเปลี่ยนกันยกใหญ่
เหล่าทหารทั้งหมดล้วงปืนออกมาอย่างดุเดือด ปากกระบอกปืนหลายสิบกระบอกเล็งบนศีรษะเฉินเป่ยไม่ขยับ... แรงอาฆาตสยองขวัญน่าสะพรึงกลัว
ฉินเกอ...พันเอกของกลุ่มกองทัพบกแห่งหัวเซี่ย...คาดไม่ถึงจะถูกคนถือปืนจ่อศีรษะไว้ในขณะนี้... นี่...เป็นเรื่องสั่นสะท้านที่ทำลายทุกกฎมาก
พันเอกของกลุ่มกองทหารบกท่านหนึ่ง...นี่คือผู้นำระดับสูงของหน่วยที่เหนือชั้นขั้นสุด ถ้านายพันท่านหนึ่งเกิดเรื่องขึ้น...นี่...เกรงว่าทั้งเมืองหู้ไห่...และทั้งเยี่ยนจิงล้วนต้องแผ่นดินไหว
วินาทีนี้อากาศในที่เกิดเหตุเปลี่ยนไปกดต่ำขั้นสุด
บรรดาพนักงานทั้งหมดในที่เกิดเหตุมองฉากนี้ด้วยความตื่นตกใจ... ทหารกลุ่มหนึ่งกับเฉินเป่ยถือปืนปะทะกัน... นี่ช่างน่ากลัวเหลือเกิน นี่เป็นอาวุธที่พร้อมใช้งานของทหารเชียวนะ เหล่าพนักงานกลุ่มหนึ่งล้วนเป็นเพียงประชาชนคนธรรมดา เคยเห็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวขนาดนี้ที่ไหนกัน? ทุกคนตกใจค้างกันทั้งนั้น
พนักงานรักษาความปลอดภัยจางหยุ่งมองฉากนี้แข็งเป็นหิน...กุมหมัดแน่น แม้แต่ลมหายใจยังเร่งถี่พอสมควร...พี่เฉิน...แม่งช่างเก่งกาจเหลือเกิน... แม้แต่คนของกองทัพยังกล้าคุมเชิงกันเช่นนี้?
ท่านประธานเทพธิดาหลีชิงเยียนได้รับข่าวแล้ว...ใส่รองเท้าส้นสูงรีบพุ่งลงตึกไปทันที...ทันทีที่เดินออกมาจากอาคารก็เห็นฉากนี้เข้าเช่นกัน... เธออึ้งค้างไปทั้งตัว...
“เฉินเป่ย...” ใบหน้าหลีชิงเยียนลนลาน ตะโกนเรียกไปแบบสับสนอยู่บ้าง
เฉินเป่ยค่อยๆ หันหน้ามา ส่งสายตาที่มั่นคงให้หลีชิงเยียนทีหนึ่ง หมายความว่าให้เธอไม่ต้องประหม่า
เหล่าทหารกลุ่มนั้นถือปืนไว้ สีหน้าเคร่งขรึมและประหม่า บนหน้าผากของพวกเขา...แม้กระทั่งเหงื่อยังซึมออกมาด้วย นี่คือเรื่องกะทันหันที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน สถานะของหัวหน้าสูงศักดิ์สำคัญเพียงใด... หัวหน้าถูกคนเอาปืนเล็งระหว่างคิ้ว นี่คือเรื่องใหญ่โตเลยทีเดียว
“รีบวางปืนลงเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้น...พวกเราจะฆ่าตรงนี้ทันที!!” เหล่าทหารกลุ่มนั้นแรงอาฆาตน่าสะพรึงกลัว ได้ปลดล็อกสลักของปืนออกทั้งหมดแล้ว วินาทีนี้เหล่าพนักงานทั้งหมดต่างถอยหลัง...หวาดวิตกตื่นกลัว
เฉินเป่ยไม่มีการตอบสนองใดๆ ยังคงถือปืนไว้ จ่อที่ระหว่างคิ้วของฉินเกอตรงๆ
วินาทีนี้ สายตาฉินเกอล้ำลึกไร้ที่เปรียบ จ้องเฉินเป่ยที่อยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
“นาย...รหัสลับคือเบอร์หนึ่งเหรอ?” ทันใดนั้นฉินเกอเอ่ยปากถาม ในน้ำเสียงมีการสำรวจนิดๆ
สีหน้าเฉินเป่ยนิ่งสงบดุจน้ำ ในดวงตาเหมือนมีความตะลึงแวบผ่านนิดๆ เขาส่ายหน้าช้าๆ
สายตาฉินเกอจ้องดวงตาของเฉินเป่ยไม่กะพริบ เหมือนว่า...อยากมองเบาะแสอะไรจากในสายตาของเขาให้ทะลุ...แต่กลับไม่มีเบาะแสใดๆ...
ฉินเกอค่อยๆ ส่ายหน้า...หรือว่าเป็นตนเองที่คิดมากไป? ตนเองกับเบอร์หนึ่งคนนั้นเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวเอง...ยิ่งไปกว่านั้น...ระยะห่างผ่านมาหลายปีขนาดนี้แล้ว...ศัตรูในตอนนั้นจะมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไรกัน? บนใบโลกนี้ คนที่หน้าตาคล้ายกันมีตั้งมาก...แต่ที่ไม่แน่ว่าใช่คือผู้ชายตรงหน้าคนนี้ทำท่าทางอันธพาลไร้ขอบเขตตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เหมือนกับเบอร์หนึ่งคนนั้นโดยสิ้นเชิง...เบอร์หนึ่งในตอนนั้น เป็นนักรบที่จิตใจเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ จะนำมาเปรียบเทียบกับพวกอันธพาลระดับนี้ที่อยู่ด้านนี้ได้อย่างไร?
“วันนี้เป็นฉันแพ้แล้ว นายเก่งกาจมาก” ฉินเกอค่อยๆ ลดท่วงท่าสยองขวัญบนตัวลง วินาทีนี้หัวหน้าพันเอกของกลุ่มกองทัพบกแห่งหัวเซี่ยท่านนี้พ่ายแพ้ราบคาบ
“ฉันฉินเกอ ขอยอมแพ้”
เฉินเป่ยถึงค่อยๆ เก็บปืนลงแล้ว ยืนปืนคืนให้เขาแล้วด้วย
หลังจากรับปืนของตนเองเข้ามา สายตาฉินเกอจ้องเฉินเป่ยแวบหนึ่ง จากนั้น...หมุนตัวไปโดยตรง
“แยกย้าย” คำสั่งของฉินเกอนิ่งสงบมาก เย็นชามาก
เหล่านายทหารกลุ่มนั้นฟังคำสั่งชั่วพริบตาเดียว พักแถว เก็บอาวุธกลับ รถออฟโรดสามคันขับออกไปแบบเป็นระเบียบเรียบร้อย
เฉินเป่ยยืนอยู่ตรงนั้นอย่างนิ่งเฉย ค่อยๆ พูดว่า “เดินทางปลอดภัยไม่ส่งนะ”
ฉินเกอกระโดดขึ้นรถ ยื่นนิ้วมือออกนอกหน้าต่าง ชี้เฉินเป่ยตรงๆ “ฉันยังจะมาหานายอยู่ ฉินหยาง ฉันจะต้องพากลับไปให้ได้”
รถออฟโรดยี่ห้อตงเฟิงสามคันเลี้ยวหัวออกไป แล่นฉิวไปตลอดทาง...
มองเงาในระยะไกลของรถสามคันที่ค่อยๆ เลือนหาย...ภายใต้ใบหน้าที่เหมือนนิ่งสงบของเฉินเป่ย...อารมณ์พุ่งพรวดตั้งแต่แรก ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด...
ชั่วขณะนี้ ดวงตาของเฉินเป่ยมีเส้นเลือดฝอยปกคลุมเลือนราง...สถานการณ์ที่เยี่ยนจิง..ทุกอย่างในอดีต เหมือนว่ากำลังผุดในหัวสมองของเขาไม่หยุด...คงมีสักวัน เขาจะกลับไป... เหยียบบ้านเกิดที่โหดร้ายนองเลือดนั้น
“เฉินเป่ย...นาย ไม่เป็นอะไรนะ?” ท่านประธานเทพธิดาหลีชิงเยียนค่อยๆ เดินมาด้านหน้า ถามด้วยความเป็นกังวลอยู่บ้าง
เฉินเป่ยค่อยๆ ส่ายหน้า เจตนาอยากฆ่าเย็นยะเยือกบนตัวบันยะบันยังลงในชั่วขณะหนึ่ง...เขาโอบร่างกายสาวงามตรงหน้าไว้...รู้สึกถึงอุณหภูมิร่างกายและบุคลิกที่งดงามน่าหลงใหลนั้นของเธอ...ในเวลานี้มีเพียงผู้หญิงด้านหน้าคนนี้เท่านั้น...ถึงสามารถทำให้เขารู้สึกสงบได้นิดๆ...นี่บางทีอาจเป็นสิ่งที่เรียกว่าความห่วงใยล่ะมั้ง...