ตอนที่ 170
บทที่ 170 แกว่าใครอันธพาล
October 28, 2026
บทที่ 170 แกว่าใครอันธพาล
เขายิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่กำเริบเสิบสาน กลับยิ่งออกแรงดึงกระโปรงของไป๋เสว่เอ๋อร์มากขึ้นไปอีก
ผู้ชายสองคนด้านข้างที่มาพร้อมกับส้งเฉิงเห็นท่า ต่างก็พากันหัวเราะเยาะส่งเสียงออกมา
ไป๋เสว่เอ๋อร์ฝืนทนความโมโหเอาไว้ ยื่นมือออกไปดึงเอาชุดจากมือของเขาออกมา กลับคาดไม่ถึงว่าเขาถือโอกาสปล่อยมือออก แล้วลูบไปบนต้นขาของเธอผ่านกระโปรงที่คั่นเอาไว้
ไป๋เสว่เอ๋อร์โกรธจนสีหน้าซีดขาวขึ้นมา ความโมโหควบคุมต่อไปอีกไม่ไหว เธอยื่นมือออกไป ยกมือขึ้น สะบัดไปบนใบหน้าของเขาอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยในทันที
เสียง “เพี้ยะ” ดังขึ้นชัดเจน ตบจนส้งเฉิงมึนงงไปชั่วขณะ หลังจากนั้นสองวินาที การตอบสนองของเขาก็กลับมาอย่างรวดเร็ว เขาลุกยืนขึ้น “ไป๋เสว่เอ๋อร์!คิดไม่ถึงว่าแกจะกล้าตบฉัน!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์มองไปที่เขา โกรธจนมือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น ตั้งแต่เล็กจนโต เธอยังไม่เคยถูกคนลวนลามขนาดนี้มาก่อน!
ไป๋เสว่เอ๋อร์โมโหจนใบหน้าเล็กๆแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย “คนที่ฉันตบก็คือคุณ!คนอันธพาลใครพบใครก็ตี!”
พอทางนี้มีความขัดแย้งเกิดขึ้น คนที่อยู่รอบข้างต่างก็ถูกเสียงเอะอะโวยวายดึงดูดให้หันมามอง ในผับในบาร์ละครบทบาทมีการลวนลาม ตบตีอันธพาลแบบนี้ดูเหมือนต่างก็มีการแสดงเกิดขึ้นทุกวัน แต่ว่าคนสุดท้ายก็เปลี่ยนแปลงนิสัยเดิมที่ชอบดูเพื่อความสนุกไม่ได้ พบเจอเรื่องแบบนี้ ก็ยังคงมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“แกแม่งหาเรื่องใช่ไหม มาพูดคุยกับแกก็เป็นการไว้หน้าแกแล้ว แม่งเอ๊ยมาตบฉันอีก!”
ส้งเฉิงร้อนรน พูดไปด่าไปขึ้นมา ดึงแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้น ท่าทีโมโหเตรียมจะลงไม้ลงมือ
“แกแม่งเมื่อกี้ว่าใครอันธพาล!” สีหน้าของเขาชั่วช้าอย่างสุดขีด ยื่นมือออกมาชี้ไปยังไป๋เสว่เอ๋อร์ด้วยสีหน้าที่เหี้ยมโหด
ลำคอของไป๋เสว่เอ๋อร์บีบตัวเข้าหากันแน่น คำพูดยังไม่ทันหลุดออกมาจากปาก ก็รู้สึกได้ถึงความหนักบริเวณหัวไหล่ ถูกคนดึงถอยไปข้างหลัง จากนั้นตรงหน้าของเธอก็มืดลง ข้างหน้าตัวของเธอมีเงาร่างสูงใหญ่เพิ่มขึ้นมาคนหนึ่ง
เผยลี่เชินจ้องไปที่ส้งเฉิง “พูดภาษาคนไม่ได้ก็หุบปากไป”
ส้งเฉิงคิดไม่ถึงว่า ยังมีคนยืนออกมาปกป้องไป๋เสว่เอ๋อร์เอาไว้ เขาโกรธจนร้อนรน อ้าปากก็ด่าออกมา “ไปแม่ง...”
เผยลี่เชินถือโอกาสหยิบแผ่นไม้เมนูรายการเหล้าที่อยู่บนโต๊ะข้างๆขึ้นมา “พั้วะ” พลิกมือโบก ตีลงบนใบหน้าของเขาในทันที ตัดคำที่เขากำลังจะพูดออกมา
การเคลื่อนไหวของเขาลื่นไหล ราวกับสายน้ำตามธรรมชาติ หลังจากทำทุกอย่างที่เสร็จ ไม่รอให้ส้งเฉิงได้สติคืนมาจากใบหน้าที่มึนงง เขาก็ดึงไป๋เสว่เอ๋อร์เดินออกไปทางด้านนอก ทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัยเอาไว้
ทางนี้ กู้หลี่เหลียงได้พากองกำลังกลุ่มใหญ่เข้ามา ล้อมรอบพวกเขาเอาไว้ในทันที “พี่เผย เกิดอะไรขึ้น?”
เผยลี่เชินไม่ยินยอมที่จะพูดมาก เพียงแต่เลิกคิ้วเหลือบตาไปทางส้งเฉิงที่อยู่ไม่ไกลกันนัก
กู้หลี่เหลียงรู้ขึ้นมาในทันที รีบก้าวขาขึ้นไปข้างหน้า
การตอบสนองของส้งเฉิงกลับคืนมา โมโหจนสีหน้าเขียวปั๊ด เดินมาทางนี้ด้วยท่าทีที่ดุดัน ยังไม่ทันเข้าใกล้เผยลี่เชิน ก็ถูกคนของกู้หลี่เหลียงล้อมเอาไว้แล้ว
กู้หลี่เหลียงเอ่ยปากขึ้นอย่างเหมือนยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้มว่า “พี่น้องท่านนี้ ใจเย็นๆหน่อยครับ”
ส้งเฉิงในเวลาปกติเพราะว่าที่บ้านมีเงิน ยโสโอหังจนชิน ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และยังไม่รู้ถึงสถานะของคนทั้งหลายที่อยู่ด้านหน้า เขาระเบิดออกมาอย่างขาดสติ อ้าปากก็ด่าออกมาอย่างเคยชินว่า “ฉันแม่ง...”
“เพี้ยะ!”
กู้หลี่เหลียงเงื้อมือขึ้น มือใหญ่ฟาดลงไปอย่างไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย สีหน้าท่าทางเป็นปกติ ราวกับเพิ่งตบยุงตายไปตัวหนึ่งยังไงอย่างงั้น
“ยังจะด่าอยู่ไหม?” กู้หลี่เหลียงเลิกคิ้ว ดูเหมือนยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม มองดูส้งเฉิงที่ตอนนี้มีสีหน้าที่เซ่อซ่า
ส้งเฉิงก็โชคร้ายจริงๆ โอหังอยู่นานขนาดนั้น ตอนนี้ถือว่าได้พบกับมือปราบแล้ว ไม่ถึงยี่สิบนาทีถูกคนสามคนตบเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง
เขามองดูท่าทีของกู้หลี่เหลียง ถึงได้เกิดความกลัวขึ้นมา ขาดความมั่นใจกลับทั้งรักในศักดิ์ศรีของตนเอง ไม่ยอมพูดอะไรออกมาด้วยสีหน้าที่มืดมน
คนรอบข้างมองดูอย่างแอบสะใจ ในกลุ่มคนมีคนที่หยิบมือถือออกมาถ่ายภาพถ่ายวิดีโอไม่น้อย หนึ่งในนั้นมีผู้ชายคนหนึ่ง สวมชุดสีดำทั้งตัว เห็นเรื่องใกล้จะจบแล้ว กดไปบนมือถือที่กำลังอัดวิดีโออยู่ เดินออกนอกกลุ่มคนไปอย่างรวดเร็ว...
เรื่องราวถูกแก้ปัญหาเสร็จ เผยลี่เชินพาไป๋เสว่เอ๋อร์ออกมา กลุ่มคนกระจายออก ดื่มเหล้าโยกย้ายกันต่อไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ปาน
เผยลี่เชินพาไป๋เสว่เอ๋อร์มาถึงยังเคาน์เตอร์บาร์ เอ่ยปากถามขึ้นว่า “คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ส่ายศีรษะ คิดขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้เขาไปโทรศัพท์ เธอจึงถือโอกาสเอ่ยถามขึ้น “คุณท่านเผยว่ายังไงบ้างคะ?”
เผยลี่เชินให้บาร์เทนเดอร์รินวิสกี้ให้กับเขาแก้วหนึ่ง เขาดื่มไปหนึ่งคำ เอ่ยปากขึ้นด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “เขาให้ผมกลับไป”