ตอนที่ 436
ตอนที่ 436 พวกเราเลิกกันเถอะ
October 28, 2026
ตอนที่ 436 พวกเราเลิกกันเถอะ
บอกเธอไปถามความรู้สึก เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ถ้าห้าวเจ๋อน้อยถูกขังอยู่ในรถง่ายๆ เขาจะหมดสติได้อย่างไร
ใบหน้าฉีเฟิงมีความลังเลเล็กน้อย ขณะกำลังคิดว่าจะพูดดีหรือไม่ ไป๋เสว่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ หมดความอดทนแล้วจึงถามว่า “บอกฉันมาซิ! ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
เธอเดาได้เลยในทันทีที่เธอหมดสติกะทันหันเป็นเพราะเผยลี่เชิน เธอในฐานะแม่ของห้าวเจ๋อน้อยมีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา
ฉีเฟิงพูดเสียงเข้ม “ตอนที่พวกเราพบเสี่ยวเจ๋อ สองมือของเขาถูกมัดไว้ด้วยเชือก ปากถูกปิดไว้ด้วยผ้าเทป เขาถูกขังไว้อยู่ในรถเพียงชั่วครู่ ตอนที่พวกเรามาเปิดประตูรถพบว่าลมหายใจของเขาแผ่วเบา พวกเราจึงรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาล
คำพูดของฉีเฟิงเหมือนหมัดหนักชกที่ใบหน้า ขณะนั้นมันทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ตัวเย็นไปทั่วร่างกาย เธอสะอื้นไห้ มองดูร่างเด็กชายตัวน้อยที่อ่อนแอ ทันใดนั้นสายตาของเธอพร่ามัวด้วยน้ำตา
ในความเป็นจริงกรณีที่ถูกขังอยู่ในรถซึ่งมีอากาศไม่เพียงพอจะเป็นอันตรายถึงชีวิตแก่เด็กโดยไม่มีข้อยกเว้น ถ้าพวกเขาไปช้ากว่านี้อีกนิดหนึ่ง จะเกิดอะไรขึ้นเป็นสิ่งที่เธอเองก็ไม่กล้าจินตนาการ
ทันใดนั้นประตูห้องวอร์ดถูกเปิดออก เผยลี่เชินก้าวเดินเข้ามา เป็นไป๋เสว่เอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดเช็ดน้ำตาไม่ได้ ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองฉีเฟิง พูดด้วยเสียงเย็นๆ “นายออกไปก่อน”
ฉีเฟิงพยักหน้ารับทราบ แล้วก้าวเดินออกจากห้องไป
เผยลี่เชินมองไป๋เสว่เอ๋อร์พร้อมพูดปลอบโยนเบา “อย่ากังวลใจไปเลย หมอบอกว่าอีกไม่นานเสี่ยวเจ๋อก็จะฟื้นแล้ว”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินจึงหันกลับไปมองเผยลี่เชินด้วยสายตาเย็นชา ถามกลับ “ทำไมคุณต้องทำให้ฉันหมดสติด้วย?”
เผยลี่เชินพูดอย่างช้าๆ “ถ้าเธอทำตามที่จินจิงจิงบอกจริงๆ ล่ะก็ เธอต้องเสียใจในภายหลังแน่ๆ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำหมัดแน่น ถามกลับด้วยเสียงเย็นชา “คุณรู้ได้อย่างไรว่าฉันต้องเสียใจ?”
“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวเจ๋อ นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องเสียใจภายหลัง!”
เผยลี่เชินขมวดคิ้ว “เขาไม่เป็นอะไรหรอก ฉันแน่ใจ!”
“แน่ใจ?” ไป๋เสว่เอ๋อร์พยายามระงับความโกรธภายในใจของเธอไว้ “คุณรู้ไหมว่าการที่คุณทำแบบนั้นมันอันตรายมาก! ถ้าคุณไม่เจอเขา! หรือไปเจอเขาช้ากว่านี้ คุณรู้ไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น!”
เผยลี่เชินสายตามืดมนเมื่อได้ยิน นิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก
เรื่องมาถึงตอนนี้ ตัวเขาเองคิดแล้วก็รู้สึกกลัวขึ้นมา แต่เขาก็รู้ชัดเจน ถ้าไป๋เสว่เอ๋อร์ทำตามที่จินจิงจิงบอก จินจิงจิงก็ไม่น่าจะปล่อยคน
หลังจากนิ่งไปสองสามวินาที เขาเอื้อมมือไปคว้ามือของไป๋เสว่เอ๋อร์ไว้ พูดด้วยน้ำเสียงช้าลง “พวกเราเลิกพูดเรื่องนี้ ดีไหม? ตอนนี้รอให้เสี่ยวเจ๋อฟื้นดีกว่า”
ไป๋เสว่เอ๋อร์มองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกจากมือของเขาอย่างช้าๆ โดยไม่พูดอะไร จากนั้นนั่งลงข้างๆ เตียง
ไป๋เสว่เอ๋อร์หลับตาลงหลังจากกุมมือของเด็กชายตัวน้อย ภายในใจรู้สึกขมขื่นเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าหลังจากที่เธอพาเสี่ยวเจ๋อจากเมืองเซียงหนานกลับมาเมืองไห่เฉิง เธอก็พาเขาเข้ามาพัวพันกับเรื่องถูกผิดยุ่งเหยิงของที่นี่ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอกับเสี่ยวเจ๋ออยู่กันสองคนแม่ลูกแม้จะไม่ได้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เงียบสงบ แต่มาตอนนี้....
ไป๋เสว่เอ๋อร์กัดริมฝีปาก รู้สึกละอายใจและเสียใจอยู่ไม่น้อย
เธอเสียใจที่พาเสี่ยวเจ๋อกลับมา เสียใจที่ทำให้ชีวิตในช่วงวัยเด็กไร้เดียงสาของเขาต้องเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องบุญคุณความแค้น ทั้งหมดนี้ต้องโทษเธอเอง
เผยลี่เชินซึ่งยืนอยู่ข้างๆ มองเธอด้วยความรู้สึกสับสน ขณะที่กำลังจะพูดปลอบใจเธอ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
เขาขมวดคิ้วกวาดตามองดูหน้าจอโทรศัพท์ ยังไม่ทันได้หันตัวกลับเดินออกจากห้องวอร์ดเพื่อรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล จับได้หรือยัง?”
เสียงของโจ๋วฝันซึ่งอยู่ในโทรศัพท์อีกด้านหนึ่งดังขึ้นด้วยความละอายใจ “ประธานเผย พวกเราไม่ทันระวังตัวเลยทำให้เธอหนีไปได้....”
“อะไรนะ?”
“ตอนแรกพวกเราเฝ้าอยู่ที่ประตู มีคนเข้ามาจากด้านหลังประตู คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะพาเธอไปจากด้านในแล้วขับรถออกไป พวกเราขับรถตามแต่ก็ตามไม่ทัน”