ตอนที่ 463
ตอนที่ 463 ทุกที่คือบ้านสำหรับหล่อน (ตอนจบ)
October 28, 2026
ตอนที่ 463 ทุกที่คือบ้านสำหรับหล่อน (ตอนจบ)
เจียงหวั่นหวั่นหยุดชะงักไป รู้สึกราวกับเวลาหยุดเดินไปทันที หล่อนมองไปที่ผู้ชายตรงหน้า สีหน้าแดงฉาดขึ้นทันที
“คุณ...”
“ผมอะไรผม?” กู้หลี่เหลียงยักคิ้วขึ้น ย้อนถามด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนนี้รู้แล้วรึยัง?”
เจียงหวั่นหวั่นชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรจะส่ายหน้าหรือพยักหน้าดี
เมื่อกู้หลี่เหลียงเห็นว่าหล่อนไม่ยอมพูดอะไร จึงรีบเข้าไปใกล้หล่อนมากขึ้น วินาทีนั้นสายตาของทั้งสองเผชิญสบตาเข้าหากัน ลมหายใจแทบจะเป็นของกันและกัน บรรยากาศยิ่งคลุมเครือขึ้นเรื่อยๆ “ผมถามคุณอยู่ เจียงหวั่นหวั่น ตอนนี้รู้แล้วรึยัง?”
เจียงหวั่นหวั่นสับสน จนแทบจะหายใจไม่ออก หล่อยลังเลอยู่สักพัก สุดท้ายจึงยอมพยักหน้าลงอย่างช้าๆ
กู้หลี่เหลียงยิ้มขึ้น น้ำเสียงภาคภูมิใจ “โอเค งั้นจากนี้ต่อไป คุณก็เป็นแฟนผมแล้วนะ”
เจียหวั่นหวั่นตะลึงไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็ยื่นมือจะผลักเขาออก “เอาอะไรมาพูดแบบนี้....?”
“ก็ผมเคยจูบคุณไง” กู้หลี่เหลียงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับ พูดพลาง ยิ้มมุมปาก เชิดคางขึ้น จากนั้นจูบไปที่ปากของหล่อน
“คุณ....คุณทำแบบนี้ได้ยังไง?” เจ๋อน้อยอยู่ตรงนี้นะ
เจียงหวั่นหวั่นกระวนกระวาย หันไปมองเจ๋อน้อยด้านข้าง แต่กลับพบว่าเจ๋อน้อยที่อยู่ตรงนั้นกลับหายไปแล้ว
หล่อนตกใจ “เจ๋อน้อยล่ะ!”
กู้หลี่เหลียงกวาดสายตามองตามหล่อนไป เห็นเพียงแค่ของเล่นกองอยู่ แต่เจ๋อน้อยกลับหายไป เขาร้อนใจขึ้นมาทันที
“ต้องโทษคุณ!” เจียงหวั่นหวั่นหน้าแดง ยกมือผลักกู้หลี่เหลียงออก “ยังไม่รีบไปหาอีก!”
ทั้งสองต่างพากันกระวนกระวาย รีบตามหาเจ๋อน้อยทั่วบริเวณนั้น
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง เด็กน้อยแสนซนกำลังขึ้นลิฟต์ไป “ติ๊ง” เสียงดังขึ้น ประตูลิฟต์ถูกเปิดออก เขารีบวิ่งตรงไปที่ห้องคนไข้
เขาวิ่งหาห้อง ตามความจำของเขา จากนั้นเขารีบผลักเปิดประตูเข้าไป ตะโกนเสียงดัง “คุณแม่!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กับเผยลี่เชินตกตะลึง หันไปมองพร้อมกัน เมื่อเห็นห้าวเจ๋อน้อยวิ่งเข้ามา ทั้งสองตกตะลึงทันที
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบถามขึ้น “เจ๋อน้อย ทำไมหนูถึงกลับมาแล้วล่ะ? ไม่ได้ออกไปแล่นกับคุณน้าเจียงหวั่นหวั่นเหรอ?”
เจ๋อน้อยวิ่งมาที่ข้างเตียง จูงมือไป๋เสว่เอ๋อร์ พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณน้าหวั่นหวั่นกับคุณอากู้จุ๊บกัน เดี๋ยวผมเห็นแล้วเป็นตากุ้งยิง ก็เลยรีบวิ่งกลับมาครับ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้น ตกใจขึ้นมาทันที จากนั้นหันไปมองเผยลี่เชินที่นั่งอยู่ด้านข้าง ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย
ห้าวเจ๋อน้อยก้มลงถูหัวของเขากับแขนของไป๋เสว่เอ๋อร์ พูดด้วยความออดอ้อนน้อยใจ “แม่ครับ ผมคิดถึงแม่ เมื่อไหร่แม่จะออกมาเล่นกับผมได้”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกเอ็นดู ค่อยๆใช้มือลูบไปที่หัวของเด็กน้อย พูดขึ้น “เดี๋ยวแม่หายดีแล้ว จะพาลูกออกไปเล่นนะ”
เผยลี่เชินที่นั่งอยู่ด้านข้างพูดเสริม “ถึงตอนนั้นหนูอยากไปไหน พวกเราทั้งสองก็จะพาหนูไปนะ”
ห้าวเจ๋อน้อยหันหน้าไปหาไป๋เสว่เอ๋อร์ด้วยสีหน้าประหลาดใจ “คุณอาข้าวโอ๊ตก็จะไปด้วยหรอครับ? แม่โอเคหรอครับ?”
เมื่อเผยลี่เชินได้ยินเจ๋อน้อยเรียกเช่นนั้น เขาไม่พอใจจนขมวดคิ้วขึ้น แสร้งทำเป็นเคร่งขรึม “เจ๋อน้อย ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หนูห้ามเรียกอาว่าคุณอาข้าวโอ๊ตอีกต่อไป”
เจ๋อน้อยกะพริบตาปริบๆ “งั้นให้ผมเรียกว่าอะไรหรอครับ?”
เผยลี่เชินยักคิ้วขึ้น “หนูลืมแล้วหรอ ตอนแรกหนูเคยเรียกว่าอะไร?”
ห้าวเจ๋อน้อยเล่นตัว หัวเราะ “ผมลืมแล้ว”
เผยลี่เชินมองก็รู้ว่าเขาโกหก เขาอุ้มเจ๋อน้อยขึ้นมาทั้งโกรธทั้งขำ พูดขึ้น “ลืมแล้วจริงเหรอ?”
ห้าวเจ๋อน้อยหัวเราะ “ผมลืมแล้ว...”
“งั้นอาจะช่วยหนูทบทวนความจำสักหน่อย”
“ผมลืมแล้วจริงๆ....คุณแม่!”
“……”
ไป๋เสว่เอ๋อร์นั่งอยู่บนเตียง มองดูทั้งสองด้วยความสุขจนยิ้มตาม
ถ้าสามารถหยุดเวลาตอนนี้ไว้ได้ คงจะดีไม่น้อย หล่อนมองดูเผยลี่เชินเล่นกับห้าวเจ๋อน้อย จนไม่ได้สังเกตเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู
ลู่เหยายืนอยู่ตรงหน้าประตู มองผ่านเข้ามาผ่านกระจก เห็นพวกเขาทั้งสามกำลังมีความสุข
หลังจากนั้นสักพัก เขายิ้มขึ้น และเดินกลับออกไป
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาไปทำงานต่างประเทศโดยตลอด เมื่อกลับถึงเมืองไห่เฉิง ก็ได้ยินข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงเรื่องที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บ