ตอนที่ 121
ตอนที่121 มีผู้หญิงกี่คนกันแน่
October 28, 2026
ตอนที่121 มีผู้หญิงกี่คนกันแน่
ไป๋เสว่เอ๋อหันไปสบตากับลู่อี้หลิง เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกัน
หลังจากเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ไป๋เสว่เอ๋อก็หันไปทางลู่อี้หลิง ยิ้มพร้อมพูดขึ้นว่า “คุณลู่คะ เรื่องเมื่อสักครู่ที่เกิดขึ้น ขอบคุณมากนะคะ”
“ขอบคุณอะไรกันจ้ะ? ถ้าหากว่าเป็นคนอื่นเจอเรื่องแบบนี้ ฉันก็จะช่วยรับหน้าให้เหมือนกัน” ลู่อี้หลิงยกมือขึ้นโบกปัดไปมา
“เคยได้ยินมาตั้งนานแล้วว่าจินจิงจิงชอบทำให้คนอื่นรู้สึกเกลียดอยู่เสมอ พอได้มาเจอวันนี้ ทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เห็น”
ไป๋เสว่เอ๋อได้ยินเช่นนั้น ยิ้มเย้ยขึ้น เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียวลู่อี้หลิงกลับเปลี่ยนทัศนคติความคิดของตัวเองไปไม่น้อยเลย
หล่อนคิดมาตลอดว่าลู่อี้หลิงเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ ทำอะไรตามใจ แต่เมื่อได้เห็นเหตุการณ์วันนี้ นิสัยเยี่ยงหล่อนแบบนี้ ช่างไม่เหมือนคนอื่นที่จะดูชั่วร้ายลึกลับซับซ้อน เมื่อคิดดูแล้ว คนประเภทนี้กลับเป็นคนที่น่าคบหามากกว่าเสียอีก
ทั้งสองเดินตรงกลับไปยังที่นั่งด้วยกัน ลู่อี้หลิงก้าวเท้ายาว ทำให้เดินเร็วกว่าหน่อย เมื่อใกล้ดินถึงโต๊ะอาหารที่อยู่ตรงหน้า จู่ๆหล่อนก็หยุดเดิน หันมามองไป๋เสว่เอ๋อ “เพิ่งนึกขึ้นมาได้ วันหลังเรียกแค่ชื่อฉันก็พอนะ ไม่ต้องมาเรียกคุณลู่อะไรนั่นอีก ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ”
ไป๋เสว่เอ๋อตอบตกลง “โอเคค่ะ”
ทั้งสองนั่งลงบนที่นั่งของตัวเอง กู้หลี่เหลียงมองดูสีหน้าของพวกหล่อน รู้สึกสงสัยขึ้นมา เขาหัวเราะถามขึ้น “พวกคุณคุยอะไรกันอยู่เหรอ? ดูมีความสุขกันจังเลย อีกอย่างนี่ก็ไปกันตั้งนาน คงไม่ได้ไปทะเลาะตบตีกันมาใช่ไหม?”
ลู่อี้หลิงหัวเราะ หันหลังไปมองไป๋เสว่เอ๋อ สบตากู้หลี่เหลียงค่อยๆตอบกลับไป “คุณเดาถูกแล้ว พวกเราสองคนไปมีเรื่องทะเลาะกันมาจริงๆ”
ไป๋เสว่เอ๋อเผยอปากขึ้น เผชิญหน้ากลับสายตาที่ดูประหลาดใจของเผยลี่เชิน หล่อนไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม
จากความเงียบนั้น จู่ๆพวกเขาก็พูดถึงเรื่องการจัดงานการกุศลขึ้นมา กู้หลี่เหลียงพูดหยอกล้อ “เพื่อนเผิง ผู้ช่วยของนายมีตั้งเยอะแยะ แบ่งให้ผมสักคนไว้ควงไปงานการกุศลบ้างได้ไหม?”
เผยลี่เชินไม่ตอบสิ่งที่เขาหยอกล้อ กลับพูดอย่างตรงไปตรงมา “ใครบอกว่าคู่ควงจำเป็นต้องเป็นผู้ช่วยกัน? ขอเพียงแค่เป็นคนต่างเพศก็ได้แล้ว โยวหลานมีผู้หญิงตั้งเยอะแยะยังไม่พอให้นายควงอีกงั้นเหรอ?”
กู้หลี่เหลียงได้ยินเช่นนั้น รู้สึกเสียหน้ามาก เอาไหล่ไปชนกับเผยลี่เชิน พูดขึ้น “ยังมีสาวสวยสองคนอยู่ตรงนี้ ไว้หน้าผมหน่อยไม่ได้หรือไง?”
เผยลี่เชินยิ้มเยาะไม่ได้พูดอะไรต่อ
งานการกุศลครั้งนี้ได้มีการเรียนเชิญนักธุรกิจที่มีความประสบความสำเร็จในเมืองซานเฉิง ตระกูลกู้มีธุรกิจค่อนข้างใหญ่ ครอบคลุมไปทั่วทั้งเมืองห่ายเฉิงในหลายด้านทั้งธุรกิจอุปโภคบริโภคและอสังหาริมทรัพย์ กู้หลี่เหลียงจึงมีสิทธิ์เข้าร่วมงานอย่างแน่นอน
ไป๋เสว่เอ๋อจีบไวน์หนึ่งคำ มองไปทางกู้หลี่เหลียง พร้อมหัวเราะพูดขึ้น “คุณชายกู้มีตัวเลือกที่แสนจะดีอยู่ตรงหน้า ไม่พิจารณาสักหน่อยเหรอคะ?”
กู้หลี่เหลียงตกใจตะลึง มองไปที่ลู่อี้หลิงที่นั่งอยู่ตรงข้าม ที่มีรอยยิ้มปรากฏบนหน้าขึ้นมาทันที “คุณลู่เป็นคู่ควงที่ดีแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าจะยินยอมหรือไม่”
ลู่อี้หลิงวางแก้วไวน์ลง “พวกคุณหมายถึงงานการกุศลที่จะจัดขึ้นเร็วๆนี้หรอคะ?”
กู้หลี่เหลียงสายตาเป็นประกายขึ้นมาทันที รีบพยักหน้า “ไม่ทราบว่าคุณลู่สนใจไหมครับ?”
หล่อนลังเลอยู่สักพัก มองไปที่เผยลี่เชิน หยุดอยู่ครู่หนึ่ง พยักหน้า “ฟังที่พูดคุณพูดมาดูน่าสนใจดี งั้นฉันยอมไปร่วมงานด้วยค่ะ”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อได้ยินหล่อนตอบตกลง ยิ้มมุมปากขึ้นมาทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็สบตากับสายตาอันลึกซึ้งของเผยลี่เชินพอดี หล่อนรีบหุบยิ้ม ไม่พูดอะไร
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนทานอาหารเสร็จเรียบร้อย บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข ลู่อี้หลิงเดินไปพูดคุยบางอย่างตรงหน้าโต๊ะอาหารกับไป๋เสว่เอ๋อ ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่ทั้งสองหัวเราะกันอย่างไม่หยุดหย่อน
เผยลี่เชินและกู้หลี่เหลียงเดินตามหลังของพวกหล่อนมา เมื่อกูอี้เหลียงเห็นสาวสวยด้านหน้าทั้งสองจู่ๆก็เปลี่ยนมาคุยกันอย่างเป็นมิตร อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น “เพื่อนเผิง เดิมทีกลัวว่าจะเกิดสงครามเย็นก็เลยเรียกฉันมา ดูไปแล้วตอนนี้พวกหล่อนทั้งสองสนิทสนมกันขนาดนั้น ฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ต่อไปแล้วสินะ! ”
“ทำไม? เสียใจขึ้นมาละหรอ?” เผยลี่เชินยักคิ้วขึ้น “ถ้านายไม่มา ลู่อี้หลิงจะเป็นคู่ควงของนายได้ไงล่ะ?”
กู้หลี่เหลียงได้ยินเช่นนั้น รีบเหลือบไปมองผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้า ยื่นมือไปตบบ่าเผยลี่เชิน “นายพูดเบาๆหน่อยสิ!”
เผยลี่เชินฉีกยิ้ม “กู้หลี่เหลียง นี่นายเปลี่ยนไปเป็นคนชอบทำปิดบังหลบๆซ่อนๆตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
กู้หลี่เหลียงรู้สึกสนใจลู่อี้หลิง เขาดูออกตั้งแต่ตอนอยู่ที่โรงแรมโยวหลานแล้ว
กู้หลี่เหลียงเหลือบตามองบนใส่เขา “ฉันก็แค่รู้สึกดีกับหล่อน ไม่ใช่ว่าจะหวั่นไหวจริงๆสักหน่อย อีกอย่าง หล่อนสนใจในตัวนายอย่างเห็นได้ชัด”