ตอนที่ 1078
บทที่ 1078 การได้เหน็บแนมมันยิ่งมีความสุขมาก
October 21, 2026
เธอเองก็ไม่อยากร้องไห้ แต่อารมณ์ความรู้สึกก็เหมือนกับภูเขาลูกหนึ่ง ที่เกือบจะกดเธอให้ทรุดลง
เธอก้มหน้ากินโจ๊กต่อไป น้ำตากลับค่อย ๆ ไหลลงไปในชามโจ๊กทีละหยดๆ
เสี่ยวย่ามองด้วยความสงสารจับใจ
แต่กลับไม่รู้ว่าจะพูดปลอบใจเย้นหว่านอย่างไรดี
คนเดียวที่จะปลอบเธอได้ ก็มีแต่โห้หลีเฉิน แต่เขากลับต้องมารับความทุกข์ทรมานอย่างที่สุด เป็นคนที่เอาตัวเองแทบไม่รอดที่สุด
เสี่ยวย่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า
"คุณนาย อาการป่วยของคุณผู้ชายรุนแรงมาก รักษามานานขนาดนี้ก็ยังไม่เห็นจะดีขึ้นมาบ้าง ทำไมไม่ลองเรียกป่ายฉีมารักษาเขาดูล่ะ ป่ายฉีเป็นหมอเทวดา เทคนิคทางการแพทย์จะต้องเก่งกว่าคุณแคทเธอรีนหลายร้อยเท่าแน่นอน
เย้นหว่านส่ายหน้า "ตอนนี้สถานการณ์ของตระกูลเย้นกับตระกูลหยูมาถึงทางตันแล้ว ทั้งสองตระกูลเป็นดั่งน้ำกับไฟ หยูฉู่สองยิ่งจับตาดูความเคลื่อนไหวของเย้นโม่หลินกับป่ายฉี
ถ้าเขามีความเคลื่อนไหว ถูกหยูฉู่สองสังเกตเห็นได้ตั้งแต่แรก หยูฉู่สองก็ยิ่งต้องขัดขวางย่างเต็มที่ ไม่ให้ป่ายฉีเข้ามาในบ้านตระกูลหยูได้
ดังนั้นต่อให้ป่ายฉีจะมีความสามารถในทางการแพทย์มากแค่ไหน ก็ไม่อาจทำลายกองกำลังติดอาวุธของหยูฉู่สองได้ ก็เท่ากับไร้ประโยชน์
ถ้าหากป่ายฉีมีการเคลื่อนไหว ก็ต้องถูกหยูฉู่สองเชื่อมโยงไปถึงอาการป่วยของโห้หลีเฉินได้
ถ้าหยู่ฉู่สองรู้ว่าตอนนี้โห้หลีเฉินป่วยหนัก จะต้องฉวยโอกาสนี้ โจมตีพวกเขา
เวลานี้พวกเขาก็อยู่ในการจับตาของตระกูลหยูแต่แรกอยู่แล้ว ไม่มีการคุ้มครองของโห้หลีเฉิน ถ้าถูกหยูฉู่สองโจมตีอีก อาจจะถูกเข้ายึดครองทั้งหมด
ถึงเวลา สถานการณ์ก็จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
ข้อดีข้อเสียและสถานการณ์ทั้งหมด ทำให้เย้นหว่านไม่สามารถตัดสินใจเรียกป่ายฉีมาได้
"แต่ว่า…"
เสี่ยวย่าคิดทบทวน พูดต่อไปว่า "ถ้าให้คุณป่ายแอบมาเงียบๆ ล่ะ"
เย้นหว่านส่ายหน้าอย่างจนปัญญา นี่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ การจับตาดูพวกเขาของหยูฉู่สอง ต่อให้เป็นแมลงวันก็คงบินเข้ามาไม่ได้ง่ายๆ
"ไม่มีเรื่องอะไรที่เป็นไปไม่ได้ค่ะ" เสี่ยวย่ามองเย้นหว่านด้วยแววตาเปล่งประกาย "คุณนาย ไม่ลองดูก่อนเหรอคะ ถ้าสำเร็จ การรักษาของคุณชาย ก็จะยิ่งมีความหวังมากขึ้น"
ถ้าป่ายฉีมาแล้ว สถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเธอกับโห้หลีเฉินตอนนี้ก็น่าจะแก้ไขคลี่คลายลงได้
ป่ายฉีจะต้องมีวิธีทำให้โห้หลีเฉินมีชีวิตอยู่จนถึงตอนที่ลูกคลอดออกมาได้อย่างแน่นอน
เย้นหว่านที่ท้อแท้ยอมจำนนต่อโชคชะตาในตอนแรก ก็กลับมีความหวังขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
แม้จะรู้ดีว่า โอกาสที่จะประสบความสำเร็จนี้ ช่างน้อยนิดก็ตาม
หลังจากทานอะไรง่ายๆ ไปนิดหน่อยแล้ว ในหัวสมองของเย้นหว่าน ก็ยังคิดถึงคำพูดของเสี่ยวย่าซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
ความหวังในใจเธอ ยังคงเพิ่มมากขึ้นไม่หยุด
เธอเริ่มคิดหาวิธี ให้ป่ายฉีมาหา
ถ้าอย่างนั้น ลองดูสักครั้งไหม?
ตอนที่เธอกำลังลังเล ยังไม่ได้ตัดสินใจอยู่นั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเธอก็ส่งเสียงดังขึ้นมา
เวลานี้ โห้หลีเฉินอาจจะตื่นแล้ว
เขาตื่นแล้ว น่าจะเรียกหาเธอ
ภายในใจเย้นหว่านร้อนรนกระวนกระวาย รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แต่กลับผิดหวังเมื่อมองเห็นภาพที่แสดงบนหน้าจอ กู้จื่อเฟยเป็นคนโทรมา
เธอจากมาจนถึงตอนนี้แล้ว โห้หลีเฉินยังไม่ได้ติดต่อเธอเลย
เขายังไม่ตื่นเหรอ
ตื่นมากลางคันครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตกอยู่ในสภาพนอนหลับไม่ได้สติอย่างยาวนาน ตกลงว่าร่างกายเขาเป็นอะไรกันแน่
เย้นหว่านเป็นห่วงและร้อนใจอย่างพูดไม่ถูก
ใช้เวลาพักหนึ่งเพื่อตั้งสติควบคุมอารมณ์เป็นปกติได้ เธอจึงรับสายวิดีโอคอลของกู้จื่อเฟย
เพื่อไม่ให้พวกของกู้จื่อเฟยเป็นห่วง เย้นหว่านพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกมากมายภายในใจ ต่อหน้ากู้จื่อเฟย พลันรักษาอารมณ์และท่าทางเอาไว้อย่างดี
ตอนนี้เย้นหว่านสับสนกระวนกระวายพอแล้ว เธอไม่อยากเพิ่มภาระให้พวกเขาอีก
อย่างไรเสีย ก็เป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงอยู่ดี
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของกู้จื่อเฟยปรากฏอยู่ในวิดีโอคอลตอนนี้ แต่รอยยิ้มที่เธอมุมปากเธอ ดวงตาที่แฝงด้วยรอยยิ้ม ดูแล้วอารมณ์ดีมาก สดใสอย่างยิ่ง ทำให้คนมองยิ่งรู้สึกสวยงามสบายตาไปด้วย
แม้แต่รอยแผลเป็นของเธอก็ยังดูสวยน่ามองเลย
จนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกคับข้องใจของเย้นหว่านค่อยๆ ดีขึ้นมาเล็กน้อย ยิ้มพลางเอ่ยว่า