ตอนที่ 800
บทที่ 800 สารภาพแต่ไม่ลดโทษ
October 21, 2026
ทว่า เรื่องนี้ยากที่จะรับมือจริงๆ เธอไม่ควรมาอยู่ในที่เดียวกันกับเขาเลย ไม่เช่นนั้นสงครามอาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกวินาที
ระหว่างที่เธอครุ่นคิด เซอร์ยุนซีก็ล้มลงตรงหน้าเย้นหว่าน
เขาจะยื่นมือไปจับเย้นหว่าน เพื่อดูอาการบาดเจ็บของเธอ แต่เขายังไม่ทันได้สัมผัสเย้นหว่าน ด้านหน้าเขาก็มีแขนปริศนายื่นออกมาและปัดแขนของเซอร์ยุนซีออก
ร่างสูงโปร่งของเย้นโม่หลินยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองคนนั้น พลางถามเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “คุณเป็นใคร?”
เซอร์ยุนซีที่ได้รับบาดเจ็บ เดิมทีเขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงอยู่แล้ว ร่างกายที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้เดินเซและถอยหลังไปเล็กน้อย
ฉู่ฉู่รีบประคองตัวเขาไว้
เซอร์ยุนซีที่ยังประคองตัวเองไม่ได้ ก็มองไปทางเย้นโม่หลิน ทันใดนั้นก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกวิกฤตขั้นรุนแรง
ออร่าของผู้ชายคนนี้ ช่างเหมือนกับโห้หลีเฉิน ที่ทรงพลังราวกับกษัตริย์
แน่นอนว่าต้องไม่ใช่คนธรรมดา
แต่เขาเองอยู่ที่ประเทศเบียนหนานก็ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของชายผู้นี้มาก่อน หรือว่าเขาจะมาจากที่อื่น?
เสียงระฆังดังขึ้นอยู่ในใจของเซอร์ยุนซี
สีหน้าท่าท่างเขาพยายามที่จะนิ่งเฉยให้ได้มากที่สุด พลางยิ้มและเอ่ยปากพูด “ผมคือเซอร์ยุนซี เป็นท่านดยุก และผมก็เป็นว่าที่สามีในอนาคตของเย้นหว่าน ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โห้หลีเฉินที่หลับตาเอนกายอยู่บนเปลก็ลืมตาในทันที นัยน์ตาเขาเย็นยะเยือกราวกับแท่งน้ำแข็งอันแหลมคม
ในตอนนั้นเอง จิตใจของเย้นหว่านเต็มไปด้วยความกังวล
เซอร์ยุนซีมารนหาที่ตายหรือยังไงกัน
ในขณะที่เธอครุ่นคิดหาวิธีแก้ไขบรรยากาศที่อึดอัดนี้อย่างร้อนรน ก็ได้ยินเสียงที่เย็นชาของเย้นโม่หลินที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“น้องสาวฉันมีคู่หมั้นมาตั้งนานแล้ว ถ้านายพูดจาไปเรื่อยเปื่อยและทำลายความบริสุทธิ์ใจของเธอ ฉันจะดึงลิ้นนายออกซะ”
คำพูดที่เย็นยะเยือก แน่นอนว่ากำลังใช้อำนาจข่มขู่เขาอยู่
แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นถึงท่านดยุก แต่เขาแลดูไม่สนใจเซอร์ยุนซีเลยแม้แต่น้อย ท่าทางทะนงองอาจที่ดูเป็นธรรมชาติ ช่างดูทรงพลังเสียจริง
ทว่า สิ่งที่เซอร์ยุนซีสนใจกลับกลายเป็นอีกประเด็นหนึ่ง
เขามองเย้นโม่หลินด้วยความตกตะลึง พลางถามเขาอย่างไม่เชื่อหู
“นายพูดว่าอะไรนะ ?นายคือพี่ชายของเย้นหว่านงั้นเหรอ?”
เขาหันมองโห้หลีเฉินอีกครั้ง เขาก็ยิ่งไม่แน่ใจ “นายกับโห้หลีเฉินเป็นพี่น้องท้องเดียวกันงั้นเหรอ?”
สติของเซอร์ยุนซีแทบจะแตกกระเจิง
แค่มีพี่ชายคนเดียวก็ว่ายากแล้ว ยังมีพี่ชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน เขาจะต้องผ่านด่านที่สามอีกงั้นหรอ?
หากจะแต่งงานกับเย้นหว่าน ก็ต้องเลื่อนไปอีกแล้วสินะ
เย้นโม่หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางใช้สายตาจับจ้องไปที่โห้หลีเฉิน
เย้นหว่านว้าวุ่นใจเป็นอย่างมาก เกรงว่าสถานการณ์นี้จะอยู่เหนือการควบคุม จึงเอ่ยปากพูดอย่างทันทีทันใด
“ ในเรื่องที่พูดกัน มีเรื่องที่เข้าใจผิดอยู่นิดหน่อยนะ ไว้พวกเราค่อยมาคุยกันทีหลัง ตอนนี้โห้หลีเฉินบาดเจ็บอยู่ ต้องพาเขาไปพักผ่อนที่ห้องก่อน”
ในตอนที่เย้นหว่านพูดอยู่นั้น เธอก็ส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดรีบมาหามโห้หลีเฉินออกไป
สถานการณ์ในตอนนี้เห็นท่าไม่ดีเอาเสียเลย
อย่างแรก ถ้าเย้นโม่หลินรู้ว่า ตอนนี้โห้หลีเฉินกับเย้นหว่านเป็นแค่พี่น้องกันในนาม ไม่แน่เขาอาจจะรู้สึกว่า โห้หลีเฉินไม่จริงใจกับเธอ และความสัมพันธ์ของทั้งสองอาจจะแตกหักกันได้
อย่างที่สอง หากคุยกันต่อ ไม่แน่เซอร์ยุนซีอาจจะรู้ถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงของเธอและโห้หลีเฉิน และคนที่จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็คือเซอร์ยุนซี
เขาคือท่านดยุกที่สง่าผ่าเผย หากเขาสร้างปัญหาวุ่นวายแบบซาอินติ เกรงว่าเย้นหว่านจะตั้งรับไม่ไหว
เธอแค่อยากจะใช้เวลาสองสามวันนี้และอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข จากนั้นก็จะรีบไปจากที่นี่
อย่างไรก็ตาม มือของเธอที่เพิ่งไปสัมผัสกับเปล ก็ถูกโห้หลีเฉินคว้าไว้ก่อน
แววตาของเขามองไปที่เธอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“ประคองฉันขึ้นมาหน่อย”
เย้นหว่านปฏิเสธโดยไม่คิด “อาการบาดเจ็บของนายในตอนนี้เคลื่อนไหวมากไม่ได้”
โห้หลีเฉินกุมมือเย้นหว่านไว้แน่น น้ำเสียงของเขาดูนุ่มนวลและเด็ดเดี่ยว “เดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว ว่านอนสอนง่ายหน่อยสิ”
น้ำเสียงที่ดูน่าทะนุถนอม ดูมีความสนิทสนมกันมาก
เย้นหว่านที่มีความเด็ดเดี่ยว ชั่วพริบตาก็รู้สึกหวั่นไหวไปกับคำพูดของเขา