ตอนที่ 833
บทที่ 833 ไม่รู้สึกหวั่นไหวเลย ก็โกหกแล้ว
October 21, 2026
พนักงานเคาน์เตอร์ยิ้มเล็กน้อย“อาจจะพูดผิดไปน่ะค่ะ ห้องที่คุณพักห้องนั้น จำเป็นต้องปรับปรุงใหม่”
ฝู้เหวยข่ายขมับเต้น พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็เปิดห้องใหม่ให้ผมอีกห้องสิ”
พูดพลาง เขาก็ตบบัตรหนึ่งใบลงบนเคาน์เตอร์
พนักงานเคาน์เตอร์ยังคงยิ้มแย้มเล็กน้อย ไม่มองบัตรใบนั้นเลยสักนิด“คุณผู้ชายคะ ขอโทษด้วยนะคะ ห้องของโรงแรมพวกเรา เพิ่งจะจองจนเต็มไป เจ็ดวันนี้ไม่มีห้องว่างเลยค่ะ”
เมื่อตะกี้เขาได้ยินแล้วว่า ที่เคาน์เตอร์ถามแขกที่มาใหม่ว่าจะเลือกห้องไหน แต่ละเกรดก็มีให้เลือกอีกตั้งเยอะแยะ แสดงว่าอย่างน้อยจะต้องมีห้องว่างอยู่บ้าง
แต่พอตอนนี้ กลับไม่มีห้องว่างเหลือเลย?
นี่มันจงใจกลั่นแกล้งเขา จะไล่เขาออกชัดๆเลย
ฝู้เหวยข่ายเป็นคนมีอำนาจ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะถูกคนคอยประจบคอยเอาใจอยู่ตลอด ยังไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน ขนาดมีเงินยังถูกคนไล่
สีหน้าของเขาดูไม่ได้เต็มทีแล้ว จ้องเขม็งพนักงานเคาน์เตอร์ด้วยความโมโห พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เรียกผู้จัดการของพวกคุณออกมา!”
พนักงานเคาน์เตอร์สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยังคงยิ้มอย่างมีมารยาทอยู่“ขอโทษนะคะคุณผู้ชาย ตอนนี้ผู้จัดการของพวกเราไม่อยู่ค่ะ”
เสียงดัง“ปึ้ง” ฝู้เหวยข่ายตบบัตรสีดำใบหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์
พูดตำหนิขึ้น“ถ้าอย่างนั้นก็รีบเรียกเจ้านายของพวกคุณมา ผมต้องการจะซื้อโรงแรมนี้!”
พอเห็นบัตรใบนี้ ในที่สุดสีหน้าของพนักงานเคาน์เตอร์ก็เปลี่ยนไป
คนที่สามารถหยิบบัตรใบนี้ออกมาได้ ล้วนแต่เป็นบุคคลที่ทรงพลังมีอำนาจทั้งนั้น ถึงขนาดที่สามารถก้าวก่ายได้ทั้งโรงแรม
แม้ว่าเธอถูกกำชับเอาไว้ว่าต้องไล่ฝู้เหวยข่ายออกให้ได้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าไปยุแหย่คนประเภทนี้แล้ว จะมีจุดจบที่น่ากลัวแบบไหน เธอรับผิดชอบไม่ไหว
พนักงานเคาน์เตอร์รีบก้มหัวทันที ก่อนจะโทรศัพท์ออกไป
ไม่ถึงสองนาที ก็มีชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนคนหนึ่งเดินออกมาอย่างรีบร้อน ใบหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตรประจบประแจง
“คุณฝู้ครับ ขอโทษด้วยนะครับ พอดีเมื่อตะกี้มีเรื่องนิดหน่อย ให้คุณรอซะนานเลย”
ฝู้เหวยข่ายนั่งลงบนโซฟาพักผ่อนในล็อบบี้ มองชายคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา“คุณเป็นเจ้าของ?”
“ครับ ผมเป็นเจ้าของของโรงแรมแห่งนี้ครับ ได้ยินพนักงานเคาน์เตอร์พูดว่า เกิดเรื่องที่ทำให้คุณไม่สบายใจขึ้น ถ้ามีตรงไหนที่บริการไม่ดี ผมก็ขอโทษคุณฝู้ตรงนี้เลยก็แล้วกันครับ”
ท่าทางการประจบประแจงนั้น มันทำให้อารมณ์ที่ไม่ดีของฝู้เหวยข่าย ดีขึ้นมานิดหน่อย
เขามองชายวัยกลางคนอย่างเย็นชา พร้อมกับพูดขึ้น
“พวกคุณคิดหาวิธีต่างๆนานาเพื่อไม่ให้ผมพักอาศัยที่โรงแรม ด้วยเหตุผลอะไร?”
เขาถามไปตรงๆ ด้วยคำพูดเฉียบคม
ชายวัยกลางคนดูอึดอัดลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่แววตาสั่นไม่นิ่งอยู่สักพักใหญ่ จึงเปิดปากพูดขึ้นอย่างคลุมเครือ
“คุณฝู้ จะไม่ปิดบังคุณก็แล้วกันครับ เรื่องนี้ผมก็ได้รับแจ้งมาจากคนอื่นอีกที ตอนนี้ไม่ใช่แค่โรงแรมของผมเท่านั้น ทุกโรงแรมในเมืองหนาน ก็คงจะไม่มีใครกล้าให้คุณพักอาศัยเหมือนกันหมดแล้วล่ะครับ”
ฝู้เหวยข่ายหน้านิ่งขรึม แอบเดาอะไรขึ้นมาได้
เขาพูดถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เป็นคำสั่งของใคร?”
“เอ่อ……”
ชายวัยกลางคนแววตาสั่นไม่นิ่ง รู้สึกกดดันลำบากใจสุดๆ“อันนี้ผมก็ไม่กล้าพูดเหมือนกัน คุณลองคิดเอาแล้วกัน ว่าช่วงนี้มีไปก้าวก่ายคนที่มีอำนาจอิทธิพลคนไหนบ้าง คนที่ทำให้ทุกคนในเมืองหนานต่างเกรงกลัว”
“เหอะ”
ฝู้เหวยข่ายสบถหึออกมาอย่างเย็นชา ไปก้าวก่ายใคร แถมยังเป็นคนที่มีอำนาจอิทธิพลใหญ่โตอีก แค่คิดก็รู้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว
นอกจากโห้หลีเฉินก็ไม่มีใครอีกแล้ว
แต่เขาก็ลงมือเร็วเหมือนกัน ออกคำสั่งภายในคืนนั้นเลย ว่าให้ทุกโรงแรมในเมืองหนานห้ามเขาเข้าพักอาศัย
ถ้าเขาเดาไม่ผิด ไม่ใช่แค่โรงแรมจะไม่ให้เขาพักอาศัยแล้ว พวกร้านอาหารก็คงจะไม่ให้เขาเข้าไปกินเหมือนกัน
ถ้าจะให้เขาออกจากเมืองหนานไป ก็ต้องเริ่มจากด้านการใช้ชีวิตขั้นพื้นฐานที่สุดของเขา โดยการบีบบังคับให้เขาไม่มีที่พักอาศัย ไม่มีข้าวกิน
ถ้าเป็นคนปกติทั่วไป คงจะถูกบีบบังคับจนทำอะไรไม่ถูกแล้วแน่ๆ
“ในนี้มีเงินสองเท่าของเงินที่คุณซื้อโรงแรมนี้มา ตอนนี้ผมจะซื้อที่นี่ซะ คุณเอาเงินไป แล้วก็ไปซะ”
ฝู้เหวยข่ายวางบัตรใบหนึ่งไว้ตรงหน้าของชายวัยกลางคน สีหน้าหยิ่งผยอง ยากที่จะต้านทาน