ตอนที่ 836
บทที่ 836 ลงมือ
October 21, 2026
ฝู้เหวยข่ายสีหน้าดำมืด ก้าวเท้าก้าวใหญ่เดินเข้าไป
พอพนักงานเคาน์เตอร์เห็นท่าทีของกัวจื้อ ก็มั่นใจได้เลยว่า ชายหนุ่มคนนี้ ก็คือเจ้านายที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังนั่นเอง
บริษัทแห่งนี้ดำเนินกิจการเพียงลำพังอยู่ที่นี่มาโดยตลอด ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน แล้วก็ไม่เคยมีคนที่มีแบล็คหลังมาที่นี่มาก่อนด้วย
ตอนนี้จู่ๆเจ้านายปรากฏตัวออกมา เธอมีลางว่า นี่จะต้องไม่ได้มาตรวจตราธรรมดาๆทั่วไปแน่นอน จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ
กัวจื้อพาฝู้เหวยข่ายมายังห้องทำงาน นำชามาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว
เขายืนอยู่ตรงหน้าของฝู้เหวยข่าย ด้วยความเคารพนับถืออย่างยิ่ง
“คุณชาย ทำไมจู่ๆคุณถึงมาที่นี่ล่ะครับ ไม่บอกให้พวกเราทราบกันสักคำ ผมจะได้เตรียมต้อนรับคุณดีๆสักหน่อย”
ฝู้เหวยข่ายนั่งลงบนโซฟา พูดออกมาตรงๆเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“ฉันขอรับช่วงต่อบริษัทนี้นับตั้งแต่ตอนนี้”
กัวจื้ออึ้งตกใจ“คุณชาย คุณจะทำอะไรเหรอครับ? บริษัทนี้เป็นบริษัทเล็กๆที่อยู่ในเมืองหนาน ตั้งอยู่แบบล่องหนไร้ตัวตนมาตลอด เป้าหมายก็มีแค่ติดตามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ของเมืองหนานเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก็จะไม่เปิดเผยบริษัทเท่าที่จะทำได้ ถ้าคุณอยากรับช่วงต่อ คิดที่จะทำอะไรเหรอครับ?”
ถ้าเกิดจะเริ่มใช้งานบริษัทนี้ ก็เท่ากับว่า การหลบซ่อนตัวตนในช่วงหลายปีมานี้ จะถูกเปิดเผยออกมาจนหมด
ต่อไปก็จะแอบซ่อนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จะถูกจับตามองจากผู้มีอำนาจมากมาย
ฝู้เหวยข่ายสายตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง คำพูดแต่ละคำแต่ละประโยค ราวกับกัดฟันพูดออกมา
“ฉันจะทำให้ตระกูลโห้ กลายเป็นแค่อดีตของเมืองหนาน”
“หา?”
กัวจื้ออึ้งตกใจ ไม่อยากจะเชื่อ“คุณชาย ตระกูลโห้ที่คุณพูดถึง หมายถึงตระกูลโห้ที่มีโห้หลีเฉินเป็นผู้นำตระกูลเหรอครับ?”
นั่นมันผู้ทรงอิทธิพลของเมืองหนานเลยนะ!
ฝู้เหวยข่ายยิ้มอย่างเย้ยหยัน“ถ้าไม่ใช่มัน จะมีใครที่ให้ฉันลงมือด้วยตัวเองแบบนี้อีกเหรอ?”
ถ้าเขาลงมือแล้ว ก็ต้องเอาให้โห้หลีเฉินตายเท่านั้น
กัวจื้อชุ่มไปด้วยเหงื่อ สีหน้าเข้มงวด“คุณชาย เรื่องนี้มันใหญ่เกินไปแล้ว ตระกูลโห้มีอำนาจอิทธิพลที่หยั่งรากฝังแน่นในเมืองหนานเลยนะครับ เรียกได้ว่าเป็นผู้มีอำนาจค้ำฟ้าก็ยังได้ แม้ว่าเจ้านายจะแข็งแกร่งเก่งกาจ แต่ว่าพวกเราก็แทบจะไม่มีอิทธิพลอะไรเลยที่เมืองหนาน ถ้าคิดจะล้มตระกูลโห้ มันยากอยู่พอสมควรเลยนะครับ แถมต้นทุนก็มหาศาล กำไรได้ไม่คุ้มกับที่เสียไปด้วยครับ”
เรียกได้ว่า เป็นธุรกิจที่ไม่มีกำไรก็ว่าได้
การเป็นนักธุรกิจ ปกติแล้วจะไม่ทำในสิ่งที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายแต่ตัวเองก็ไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอะไรกลับมาแบบนี้
“การตัดสินใจของฉัน จำเป็นต้องให้แกมาตั้งคำถามด้วยเหรอ?”
ฝู้เหวยข่ายยกแก้วขึ้นมา แล้วซัดไปที่กัวจื้อด้วยความโมโห
ชาที่เพิ่งจะรินไป ยังคงร้อนอยู่ ซึมผ่านเสื้อของกัวจื้อ ลวกผิวหนังของเขาจนเจ็บแสบ
กัวจื้อเจ็บจนสีหน้าเปลี่ยนไปไม่น้อย แต่กลับไม่กล้ามองบาดแผลของตัวเอง รีบก้มตัวลงเก้าสิบองศา ขอโทษอย่างทันที
“ขอโทษครับคุณชาย ที่ผมล่วงเกินมากเกินไป”
ฝู้เหวยข่ายสีหน้าดำมืด พูดสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ถ้ามีครั้งหน้าอีก แกก็ไสหัวออกไปได้เลย เรียกประชุมทุกคนในบริษัทเดี๋ยวนี้ ให้พวกเขาเริ่มทำการจู่โจมโห้ถิงกรุ๊ปทันที ฉันต้องการเห็นตระกูลโห้ล้มจมลงให้เร็วที่สุด”
กัวจื้อหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาๆ
“คุณชายครับ เงินทุนสำรองของพวกเรามีไม่ค่อยพอ……”
การจัดการกับตระกูลโห้ ขนาดคิดยังไม่อยากจะคิดเลยว่าต้องใช้เงินทองเท่าไร
ฝู้เหวยข่ายโยนกระเป๋าสตางค์ของตัวเองไปบนโต๊ะ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาถึงขั้นสุด“ใช้เงินของฉัน เพียงพอที่จะซื้อครึ่งเมืองหนาน”
เงินพวกนี้ บวกเข้ากับการดำเนินการของบริษัทการเงิน ก็เพียงพอที่จะทำให้โห้หลีเฉินล้มลงมาได้ไม่น้อยแล้ว
สงครามธุรกิจ ภายใต้การใช้งานที่เหมาะสม ก็คือเกมทางการเงินนั่นเอง
กัวจื้อมองกระเป๋าสตางค์ใบนั้น แม้ว่ามันจะอยู่ในการคาดการณ์อยู่บ้าง แต่เขาก็ยังรู้สึกตกใจอยู่ดี
สมแล้วที่เป็นคุณชายที่เป็นเจ้านาย แค่เงินของตัวเองอย่างเดียว ก็เพียงพอที่จะซื้อเมืองหนานได้ทั้งเมือง นั่นมันแนวคิดอะไร?