ตอนที่ 469
บทที่469 ข่าวลือที่เป็นจริง
October 21, 2026
บทที่469 ข่าวลือที่เป็นจริง
ลูกน้องสีหน้าดูแย่ขึ้นมาก
เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อย แล้วพูดอย่างระมัดระวังว่า “ขอโทษด้วยครับ คุณผู้ชาย คนที่พวกเราส่งไปไม่มีใครหาโห้หลีเฉินพบเลย”
หยูซือห้านขมวดคิ้วอย่างดุเดือด แล้วด่าว่า “เขากลับไปเมืองหนานไม่ใช่เหรอ? ”
“กลับไปเมืองหนานครับ แต่ว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีร่องรอยอะไรเลย”
“พวกขยะ! คนตัวโตขนาดนั้นยังหาไม่เจอ แล้วจะเอาพวกแกมาทำไมกัน! ”
หยูซือห้านถีบลูกน้องด้วยความโกรธ ถีบจนเขาล้มลงไปที่พื้น และกระอักเลือดออกมา
แต่ว่าเขาไม่กล้าล่าช้าเลยแม้แต่นิดเดียว รีบลุกขึ้นและคุกเข่าที่พื้นทันที
“คนของพวกเราตามหาเกือบจะทุกที่ในเมืองหนานแล้ว แต่ว่าไม่มีใครเห็นแม้แต่เงาของโห้หลีเฉินเลย เหมือนกับว่าเขาระเหยกลายเป็นไอไปท่ามกลางผู้คน หรือบางที เป็นไปได้ไหมครับว่าที่จริงแล้วการที่โห้หลีเฉินกลับเมืองหนานนั้นเป็นเรื่องโกหก ที่จริงแล้วเขาไปที่เมืองอื่น
หยูซือห้านหรี่ตาลง เหมือนกับว่าเขาตื่นตัวอะไรได้บางอย่าง
ปกติแล้ววิธีการของโห้หลีเฉินนั้นยอดเยี่ยมอย่างมาก ตอนแรกก็อาศัยตัวตนของลูกชายหยูรั่วถองเพื่อกลับไปที่ตระกูลหยู แล้วก็สร้างพายุคลื่นให้ตระกูลหยูด้วยมือเปล่า แย่งสิทธิในการเป็นทายาทของเขาไป
ตอนนี้เขาซ่อนตัวอยู่ ไม่แน่ว่าอาจจะกำลังไตร่ตรองอุบายอะไรอยู่ วางแผนการอันแยบยลอะไร
เขาจะไม่มีวันถูกโห้หลีเฉินวางแผนอีกเด็ดขาด และปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ!
“ตอนนี้ที่จริงแล้วเป้าหมายของฉันกับโห้หลีเฉินนั้นเหมือนกัน วิธีที่จะได้รับสิทธิของตระกูลหยูอย่างรวดเร็วที่สุด ก็คือเริ่มจากเย้นหว่าน แต่ว่าโห้หลีเฉินถูกเย้นโม่หลินไล่ออกไปแล้ว เขายอมแพ้เส้นทางนี้ ไม่ ไม่ถูกต้อง!
หยูซือห้านคิดอะไรขึ้นได้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที
เขารีบเดินดุ่มๆ ไปที่หน้าต่าง แล้วก็เปิดผ้าม่านมองไปยังบ้านของเย้นหว่าน แล้วสีหน้าของเขาก็สั่นเครืออย่างรุนแรง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ค่อยๆ บีบคำพูดออกมาจากช่องฟันของเขาช้าๆ “หลินเจียง แกรู้สึกไหมว่า เย้นหว่านตกหลุมรักกู้ซึงเร็วไปหน่อย? ”
หลินเจียงที่เป็นลูกน้องนั้นส่ายหน้า “ตอนนี้คนเราเปลี่ยนคู่ก็เป็นแค่เรื่องคืนเดียวเท่านั้นนะครับ”
ตอนนี้เย้นหว่านกับกู้ซึงยังไม่ได้คบกันอย่างเป็นทางการ ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างช้า
“ไม่ใช่”
หยูซือห้านส่ายหน้า สายตาเฉียบแหลม
“เย้นหว่านเหมือนกับคนในครอบครัวของเธอ ดื้อรั้น เอาใจใส่อย่างงมงาย ให้ความสำคัญกับเรื่องความรู้สึก ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนใจง่ายๆ หรอก ใจของเธอยังคงคิดถึงโห้หลีเฉิน ต่อให้เธอยอมแพ้แล้วจริงๆ ก็ไม่มีทางที่จะยอมรับกู้ซึงได้เร็วขนาดนี้หรอก แม้แต่ว่า……”
นึกถึงสถานการณ์งานเต้นรำใส่หน้ากากเมื่อคืนนั้น อาจกล่าวได้ว่าเย้นหว่านตกหลุมรักกู้ซึงตั้งแต่แรกเห็น
แต่ว่าผู้หญิงที่พึ่งจะอกหักมา ทำไมถึงตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นกับผู้ชายแปลกหน้าล่ะ? ในทางตรงกันข้าม รูปลักษณ์ภายนอกของกู้ซึง สถานะ เสน่ห์ ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าโห้หลีเฉินเลยด้วยซ้ำ
“ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน! ถ้าเกิดว่ากู้ซึงไม่ใช่กู้ซึง แต่ว่าเป็นโห้หลีเฉิน ทุกอย่างก็จบ! ”
หยูซือห้านพูดถึงสิ่งที่เขาพิจารณาด้วยเสียงสูง
หลินเจียงตกใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ราวกับว่าได้ยินคำพูดที่ไร้สาระอย่างมาก
เขาพูดว่า “คุณชายครับ นี่มันไม่ค่อยจะเป็นไปได้เท่าไหร่รึเปล่าครับ กู้ซึงอยู่ภายใต้จมูกเรามาตั้งหลายวันแล้ว ก็ไม่พบพิรุธเรื่องรูปลักษณ์เลยนะครับ แล้วอีกอย่าง การปลอมตัวบนโลกใบนี้ในตอนนี้ ก็ไม่สามารถปลอมได้เหมือนคนอื่น100%ขนาดนี้”
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ตอนที่หลินเจียงสืบเกี่ยวกับกู้ซึงนั้น ไม่เคยสงสัยเรื่องนี้เลย
“คนอื่นอาจจะไม่สามารถทำได้ แต่ว่ามันคือโห้หลีเฉิน”
หยูซือห้านพูดเน้นออกมาทีละคำ เขากัดฟันด้วยน้ำหนักที่แรงมาก
มันคือโห้หลีเฉิน โผล่ออกมาโดยไม่มีมูล แต่ว่ากลับโหดเหี้ยมจนทำให้เขาหวาดกลัว ทั้งๆ ที่มีแค่พื้นหลังที่มาจากเมืองหนาน แต่ว่ากลับมีคาวมสามารถแข่งขันกับเย้นโม่หลินได้
โห้หลีเฉินถือการ์ดอยู่กี่ใบในมือกันแน่ หยูซือห้านก็ไม่กล้าพูดอย่างง่ายดาย
“แต่ว่า ถ้าเกิดว่าเขาคือโห้หลีเฉินจริงๆ แล้วใช้ตัวตนของกู้ซึงมาที่บ้านตระกูลเย้น ถ้ายังงั้นมันก็เป็นการขุดหลุมฝังศพตัวเองน่ะสิครับ”