ตอนที่ 472
บทที่472 ตรวจสอบใบหน้า
October 21, 2026
บทที่472 ตรวจสอบใบหน้า
หยูซือห้านขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโกรธเคือง เพลิงไฟในหน้าอกลุกโหมแต่กลับไม่สามารถพ่นออกมาได้
สถานการณ์ถูกผลักดันมาถึงตรงนี้แล้วแท้ ๆ แต่ไม่คิดเลยว่ากู้ซึงจะสู้กลับด้วยวิธีทำลายตัวเองเช่นนี้
แต่เขาก็ทำมาถึงตอนนี้แล้ว เขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปแบบนี้ได้อย่างแน่นอน
วันนี้ เขาจะต้องเปิดโปงโฉมหน้าปลอม ๆ ของกู้ซึง ให้คนทั้งหมดรู้ให้ได้ ว่ากู้ซึงคนนี้ ที่จริงแล้วก็คือโห้หลีเฉิน!
ถึงเวลานั้น ไม่เพียงแค่ตระกูลเย้นจะรังเกียจการหลอกลวงของเขา ตระกูลหยูเอง ก็จะต้องอับอายที่โห้หลีเฉินแอบอ้างตัวตนของบุคคลอื่นด้วย
ที่ยืนของโห้หลีเฉินในตระกูลหยูนั้นเดิมก็ไม่มั่นคงอยู่แล้ว ถึงตอนนั้นสถานการณ์ในตระกูลหยู ก็มีแต่จะยิ่งย่ำแย่และบีบคั้น
ไม่ว่ายังไงก็ตาม การเดินพลาดก้าวนี้ของโห้หลีเฉิน ก็เป็นโอกาสของหยูซือห้าน
สายตาคมกริบของโห้หลีเฉินพลันหันไปมองทางเย้นหว่าน เอ่ยเสียงดัง
“เสี่ยวหว่าน ฉันอยากจะถามเธอสักคำถาม”
เขากำลังออกปากถาม แต่น้ำเสียงนั้น กลับไม่ยอมเปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
เย้นหว่านรู้ดีว่าหยูซือห้านนั้นเป็นพวกจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เป็นพวกอสรพิษมาตลอด เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดจะคุยกับเขาในเวลานี้ เพราะเบื้องหน้านั้นย่อมมีหลุมพรางอยู่แน่นอน
เย้นหว่านเอ่ยด้วยใบหน้าขรึม “ฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงใส่ความว่ากู้ซึงคือโห้หลีเฉิน แต่การทำอย่างนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก คุณชายหยู ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ”
ปฏิเสธโดยไม่ไว้หน้าใด ๆ
หยูซือห้านผงะไปเล็กน้อย แววตาของเขาเต็มไปด้วยโทสะ
ต่อหน้าเย้นหว่านแล้วเขาไร้ค่าโดยสิ้นเชิง ถูกเธอเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่แย่หน่อยที่เขาถูกเหยียบจนชินชาไปแล้ว แม้แต่ความโกรธก็ไม่รุนแรงเท่าครั้งแรกแล้ว
ดังนั้น เขาแทบจะไม่ต้องใช้เวลาปรับอารมณ์เลยแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ
“เสี่ยวหว่าน คำถามที่ฉันจะถาม น่าจะเป็นคำถามที่ทุกคนในตระกูลเย้นอยากรู้นะ ในเมื่อเธอมั่นใจขนาดนี้ว่ากู้ซึงไม่ใช่โห้หลีเฉิน ถ้างั้นในก้นบึ้งหัวใจของเธอ สุดท้ายแล้วกู้ซึงสำคัญที่สุด หรือโห้หลีเฉินสำคัญที่สุดกันแน่?”
สายตาของหยูซือห้านมองเย้นหว่านอย่างเฉียบคม แต่ละคำเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ เหมือนกับการขว้างมีดคมกริบใส่เย้นหว่าน
“ถ้าเธอยังมีโอกาส เธอจะเลือกที่จะอยู่กับโห้หลีเฉินอีกไหม? หรือว่า ที่จริงเธอได้เลือกกู้ซึงไปแล้ว และคิดจะลืมความรู้สึกที่เคยมีต่อโห้หลีเฉินไปอย่างสิ้นเชิงอย่างนั้นเหรอ?”
“ฉัน....”
เย้นหว่านอ้าปากค้าง แต่กลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เธอพบว่า ไม่ว่าเธอจะตอบกลับไปยังไง ทั้งหมดก็ล้วนเป็นกับดัก มันผิดทั้งหมด
หากเธออยู่ต่อหน้าคนในตระกูลเย้นแบบนี้ เลือกกู้ซึงอย่างตรงไปตรงมา ก็จะหมายถึงการประกาศจะละทิ้งความเป็นไปได้ในความสัมพันธ์กับโห้หลีเฉิน ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ พูดออกไปแล้ว ก็จะไม่สามารถเรียกคืนมา
จากนี้ไม่ว่าโห้หลีเฉินจะปรากฏตัวด้วยฐานะไหน เธอก็ไม่สามารถอยู่กับโห้หลีเฉินได้อีก
แต่ถ้าหากตอนนี้เธอบอกว่ายังไม่ลืมโห้หลีเฉิน แต่กลับไม่สามารถอธิบายต่อกู้ซึงที่อยู่ตรงหน้าได้ หัวใจของคนคนหนึ่งมีคนถึงสองคน ด้วยสถานะนี้ของกู้ซึง ก็จะไม่ยุติธรรม
ยังไง เย้นหว่านจะพูดอะไรก็ผิดทั้งนั้น ล้วนตัดเส้นทางที่เธอกับโห้หลีเฉินจะไปต่อทั้งสิ้น
หัวใจเย้นหว่านหนักหน่วงและหดหู่อย่างมาก หยูซือห้านพยายามต้อนให้เธอหมดทางหนีนี่นา!
หยูซือห้านเมื่อเห็นสีหน้าของเย้นหว่านซีดเผือดและสับสน มุมปากก็ยกยิ้มเย้ยอย่างเย็นชา
เขาขึ้นเสียงพูด “เสี่ยวหว่าน เธอลังเล หรือจะบอกว่า ใจของเธอยังไม่ปล่อยวางโห้หลีเฉิน คิดว่าหลังจากนี้หากมีโอกาสก็จะกลับไปกับเขาอย่างนั้นเหรอ?”
เย้นหว่านขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จ้องเขม็งไปที่หยูซือห้านอย่างดุเดือด
เขาถามแบบนี้ เธอก็ไม่มีทางตอบได้อยู่แล้ว