ตอนที่ 481
บทที่481 เขาไม่กลับมาแล้วเหรอ?
October 21, 2026
บทที่481 เขาไม่กลับมาแล้วเหรอ?
ยิ่งเป็นแบบนี้ เย้นหว่านยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกอย่างเลือนรางว่า การที่กู้ซึงมาในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มีความเป็นไปได้อย่างมาก ว่าเขาจะอยู่ที่นี่ในฐานะของโห้หลีเฉิน
ถ้าเกิดว่าเป็นแบบนี้……
เย้นหว่านรู้สึกลุกลี้ลุกลน สับสนอย่างมาก
เมื่อมีเรื่องในใจ เย้นหว่านยิ่งรู้สึกไม่อยากอาหาร กินนิดหน่อยให้พอเป็นพิธี แล้วก็วางตะเกียบแล้วจากไป
กงจืออวีเห็นเย้นหว่านจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ก็ค่อยๆ ขมวดคิ้วเข้าหากัน สีหน้าดูกังวล
เธอถามเย้นโม่หลินด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ “เสี่ยวโม่ เสี่ยวหว่านเป็นอะไรไป? ”
เย้นโม่หลินส่ายหน้า “ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน” เขาแค่รู้สึกว่าเย้นหว่านแปลกไป
เย้นหว่านกลับมาที่ลานบ้านของตัวเอง เดินไปตรงที่สวนเล็กของตัวเองทันที แล้วก็เดินไปที่มุม
แต่ว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้ว โห้หลีเฉินไปตั้งนานแล้ว ตรงนั้นมันว่างเปล่า แม้แต่เงาของคนก็ไม่มี
มีความรู้สึกผิดหวังก่อเกิดขึ้นในหัวใจของเย้นหว่าน
เขาไปไหนแล้ว?
เขาจะแอบซ่อนตัวรอเธออยู่ในห้องไหนเหรอเปล่า?
พอคิดได้แบบนี้ เย้นหว่านก็รีบวิ่งไปที่ห้องของโห้หลีเฉิน ประตูไม่ได้ล็อก เธอก็ผลักประตูเข้าไปทันที
แต่ว่าภายในห้องนั้นก็ว่างเปล่า ไม่มีคนเหมือนกัน
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าโห้หลีเฉินไม่ได้อยู่ที่นั่น
เย้นหว่านรู้สึกลุกลี้ลุกลนมากกว่าเดิม แล้วก็รีบไปตามหาที่ห้องของตัวเอง ก็ยังคงไม่มีใครเหมือนกัน
เธอนั่งลงบนโซฟาอย่างหงอยเหงาเศร้าซึม ใจของเธอรู้สึกกลัดกลุ้มขึ้นเรื่อยๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตอนนี้โห้หลีเฉินไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว
ตัวตนของเขาในตระกูลเย้นนั้นค่อนข้างจะอ่อนไหว เขาไม่สามารถไปเดินเตร่ที่อื่นในบ้านตระกูลเย้นได้อีกแล้ว ไม่แน่ว่า ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ที่บ้านตระกูลเย้นแล้ว
เขาไปแล้วงั้นเหรอ?
แล้วเขาไปไหนอีกแล้ว?
แม้แต่โทรศัพท์ก็เอาให้กู้ซึงไปแล้ว เย้นหว่านไม่รู้แม้แต่ว่าถ้าจะตามหาเขาต้องทำยังไง
เย้นหว่านรู้สึกอึดอัดเหมือนกับว่ามีก้อนหินก้อนใหญ่มาทับไว้ ทำให้เธอหายใจไม่สะดวก รู้สึกสับสนวุ่นวายใจ ไม่สบายใจเหมือนกับว่าหาที่ปักหลักไม่ได้
เธอรู้สึกว่า วันเวลาก่อนหน้านี้ที่เธอได้อยู่กับโห้หลีเฉินนั้น เหมือนกับว่ามันจะหายไปตลอดกาล
อนาคตจะเป็นอย่างไร ก็มองไม่ชัดแล้ว
“ตึกๆๆ ”
เสียงฝีเท้าที่ไม่หนักไม่เบาดังขึ้นจากทางด้านนอกลานบ้าน
เย้นหว่านลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ เดินไปตรงหน้าประตู ก็เห็นกู้ซึงกับกู้จื่อเฟยเดินเข้ามาพร้อมกัน
พวกเขาเดินอยู่ด้วยกัน ทั้งพูดคุยและหัวเราะ บรรยากาศดูรักใคร่กลมเกลียวกัน
และท่าทางของกู้จื่อเฟยที่อยู่กับกู้ซึงนั้นต่างจากในตอนปกติมาก ปกติตอนที่เธออยู่กับกู้ซึงนั้น จะไม่เป็นธรรมชาติ และมีความเคารพนับถือ แต่ว่าตอนนี้ ทั้งพูดคุยหัวเราะดูสนิทสนมกันมาก
และก็มีแค่ตอนที่อยู่ต่อหน้าลูกพี่ลูกน้องของเธอเท่านั้น กู้จื่อเฟยถึงได้ปล่อยตัวสบายๆ เป็นธรรมชาติ
ความคิดหวังในใจของเย้นหว่าน ก็ตกลงอีกครั้ง
พอกู้ซึงเห็นท่าทางที่ผิดหวังของเย้นหว่านแล้วนั้น มุมปากของเขาก็อดกระตุกไม่ได้
เย้นหว่านนั้นไม่สนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาพูดอย่างหดหู่ว่า “เริ่มดึกแล้ว พวกเธอรีบไปพักผ่อนเถอะ ฉันไปนอนแล้ว ฝันดีนะ”
พอพูดจบ กู้ซึงก็เดินไปทางห้องของโห้หลีเฉิน
ตอนนี้ไม่มีใครให้แสดงแล้ว เขาก็จะไม่ยั่วยุเย้นหว่านอีก ใครจะไปรู้ล่ะว่าเรื่องวางยาเมื่อกี้นี้ เขาก็ถูกคนบางคนเตือนและข่มขู่แล้ว
เย้นหว่านยืนซึมๆ อยู่ตรงนั้น มองดูกู้ซึงเดินไปยังห้องของโห้หลีเฉิน ก็รู้สึกฉลาดปราดเปรียวขึ้นมา เธอรีบยืนตัวตรงทันที
เธอก็รีบเดินตามไปทันที
แล้วก็เห็นว่ากู้ซึงนั่งอยู่บนเตียง แล้วก็รีบตะโกนว่า “เดี๋ยวก่อน! ”
ก้นของกู้ซึงที่กำลังจะหย่อนลงบนเตียง ค้างนิ่งอยู่กลางอากาศ รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย
เขาพูดอย่างลังเลว่า “บนเตียงนี้มันมีกลไกอะไรเหรอ? ”
“นายห้ามนั่ง”
เย้นหว่านเดินเข้าไป แล้วก็ดึงกู้ซึงให้ลุกขึ้น หันกลับไปมองผ้าปูที่นอนที่ไม่ได้มีริ้วรอยอะไร เธอถึงได้รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
แล้วก็พูดว่า “โห้หลีเฉินไม่ชอบให้คนนอกแตะต้องของ เขา โดยเฉพาะเตียง”
กู้ซึง:“……”