ตอนที่ 5
ตอนที่ 5
September 30, 2026
รนิดาสะกดรอยตามคนรักมาครบสามวันแล้ว แต่สิ่งที่ได้มายังไม่มากพอที่จะเป็นข้อกล่าวหาว่าเขานอกใจตนได้เต็มร้อย แต่ก็ยังไม่ถอดใจซะทีเดียว แต่วันนี้ต้องพักเรื่องของเขาเอาไว้เพราะติดภารกิจต้องไปรับบิดาที่สนามบิน
“อะไรคะเตี่ย” รนิดารับของฝากจากบิดาเหมือนเช่นน้องสาวคนอื่นๆ แต่ที่ถามออกไปเพราะนอกจากแหวนกับกำไลหยกเข้าคู่กันแล้ว ของเธอพิเศษตรงที่มีหนังสือเก่าๆ อีกเล่มหนึ่งเป็นของฝากด้วย
“เตี่ยเก็บหนังสือเล่มนี้ได้ตอนที่ออกจากพระราชวังกู้กง ถามหาเจ้าของก็ไม่มี เตี่ยเห็นว่ามันเป็นนิยายก็เลยเอามาฝากลูกให้ลูกอ่าน” เพราะรู้ดีว่าลูกสาวคนนี้ชอบอ่านหนังสือนิยาย เขาจึงนำหนังสือที่เก็บได้มาฝากเธอ ถึงแม้สภาพของมันจะบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเป็นหนังสือเก่ามากๆ แล้วก็ตาม
“หงส์ชอบอ่านแนวทะเลทรายอย่างเดียวจ้ะเตี่ย แนวอื่นหงส์ไม่อ่านหรอก”
“อ่านไปเถอะลูก บางทีนิยายจีนอาจจะสนุกกว่านิยายทะเลทรายของลูกก็ได้นะ”
“แต่มันเป็นภาษาจีนนี่จ๊ะเตี่ย”
“ลูกก็เก่งภาษาจีนพอๆ กับภาษาไทยไม่ใช่เหรอ” นี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่เขาภูมิใจในตัวลูกสาวคนโตที่สุด เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเดียวในบรรดาห้าคน ที่มีพรสวรรค์เกี่ยวกับภาษาจีนมากที่สุด เธอสามารถอ่านเขียนภาษาจีนได้มากพอๆ กับตน ผิดกับลูกคนอื่นที่พอจะพูดโต้ตอบกับตนได้บางคำเท่านั้น
“เตี่ยเขาให้อ่านก็อ่านเถอะเจ๊ มันอาจจะสนุกกว่าชีคของเจ๊ก็ได้” น้องสาวคนที่สองกล่าวเอาใจบิดา หลังจากนั้นคนอื่นๆ ก็ช่วยกันพูดอีกคนละคำสองคำ
“เออๆๆ เดี๋ยวเจ๊จะลองอ่านดูก็แล้วกัน เมื่อคืนเพิ่งอ่านชีคอัมรานจบไปพอดี ถ้าสนุกเดี๋ยวจะแปลลงเว็บเลยดีป่ะ”
“ถ้ามีคนติดตามอ่านเยอะ เจ๊ก็ติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์แล้วเอามาแปลขายเลยสิ” น้องสาวคนที่สี่เสนอ
“ก็ดีเหมือนกันนะ” เธอทำเป็นเห็นด้วยก่อนจะกลั้วหัวเราะอย่างมีความสุข เก็บหนังสือนิยายเล่มขนาดเอสี่ใส่กระเป๋าสะพายใบโตของตนเอง.. จากนั้นจึงเรียกพนักงานร้านอาหารเช็กบิลและพาบิดาแยกจากน้องๆ เพื่อเดินทางกลับบ้านแพ้ว
หลังจากเว้นว่างการติดตามข้อมูลในวันที่สี่ ในวันที่ห้าวันนี้เธอจึงกลับมาสะกดรอยเขาอีกครั้ง
แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม หลังจากสอนหนังสือเสร็จเขาก็มักจะแวะดื่มกับเพื่อนๆ ไม่ซ้ำหน้า ประมาณเที่ยงคืนไม่เกินตีหนึ่งก็จะขับรถกลับที่พัก นับเป็นความรู้ใหม่ที่ค้นพบว่าเขาคือหนุ่มสังคมคนหนึ่ง เพราะเข้าใจผิดมาตลอดว่าเขามักจะหมกมุ่นอยู่กับการทำรายงานเพื่อคว้าปริญญาเอก
วันที่ห้า วันที่หก วันที่เจ็ด วันที่แปดและวันที่เก้าผ่านไป จวบจนกระทั่งถึงวันที่สิบ
วันนี้เธอขับรถตามเขามาจนถึงห้องพัก แล้วเตรียมตัวจะวนรถกลับเหมือนทุกวัน แต่อยู่ดีๆ รถของเธอก็เกิดดับขึ้นมาดื้อๆ สตาร์ทอย่างไรก็ไม่ติด
“เป็นอะไรของมันนะ” เริ่มบ่นอย่างหงุดหงิดแล้วเปิดประตูลงไปตามคนรักให้ช่วยมาดูรถให้
“ลิฟต์เสียค่ะพี่ เมื่อกี้ไฟดับ ลิฟต์มันก็เลยค้าง” เจ้าหน้าที่ของหอพักบอกกับรนิดาที่กำลังจิ้มๆ ตรงปุ่มขึ้นลง
“ขอบคุณค่ะ” เธอรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันซวยที่สุดในรอบปีของตัวเอง จำใจต้องเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสี่ด้วยสองเท้า เพราะคนรักของเธอไม่ยอมรับโทรศัพท์อีกแล้ว เธอเดินผ่านชั้นหนึ่ง ชั้นสองและขึ้นสู่ชั้นที่สามอย่างสบายๆ แต่ยังไม่ทันก้าวเท้าขยับต่อไปที่บันไดขึ้นสู่ชั้นสี่ หูก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยอันเคร่งเครียดของชายหนุ่มคนหนึ่งแว่วเข้ามา
“จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อผมก็บอกจ๋าแต่แรกแล้วว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ ผมมีผู้หญิงที่จะแต่งงานด้วยแล้ว”
“แต่อาจารย์บอกว่าอาจารย์รักจ๋านี่คะ ส่วนอาจารย์หงส์เป็นแค่ความรับผิดชอบที่อาจารย์จำใจ”