ตอนที่ 8
บทที่ 8
November 4, 2026
หลังรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย เจียงอวี้เฉิงก็เดินกลับเรือนเจิ้งจื้อของตนเองตามความทรงจำเดิม โดยมีหม่งหู่และติงหลี่ บ่าวรับใช้คนสนิทเดินตามหลังไม่ห่าง
เจียงอวี้เฉิงยังคงทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่างเช่นเดิม เพื่อไม่ให้ผู้ใดผิดสังเกต
เรือนเจิ้งจื้อเป็นเรือนส่วนตัวของเขาตั้งอยู่ในมุมที่เงียบสงบที่สุดของจวนเจิ้นกั๋วกง มีกำแพงเตี้ย ๆ ที่ก่อด้วยอิฐสีเทาและประตูไม้สีเข้มที่เรียบง่าย
ภายในลานเรือนไม่ได้ประดับด้วยดอกไม้หลากสีสัน แต่เป็นสวนหินที่จัดวางอย่างมีศิลปะ พร้อมด้วยต้นไผ่ที่เอนไหวไปตามสายลม และบ่อน้ำขนาดเล็กที่มีกอหญ้าขึ้นเขียวขจี ช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลางจะพบกับพื้นไม้สีเข้มที่ขัดเงาจนขึ้นเงา ผนังประดับด้วยภาพวาดพู่กันลายภูเขาและแม่น้ำ โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกระดานหมากล้อมที่ยังคงมีตัวหมากวางค้างไว้อยู่ บ่งบอกถึงกิจกรรมยามว่างที่ซื่อจื่อคนก่อนชื่นชอบนอกเหนือจากการจับกระบี่และทวนยาว
ห้องที่เป็นส่วนตัวที่สุดคือห้องทำงานและห้องพักผ่อนที่มีกลิ่นหอมของไม้จันทน์หอมที่ใช้จุดบูชา ผนังห้องเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่สูงจรดเพดาน ไม่ได้มีเพียงตำราพิชัยสงครามเท่านั้น แต่ยังมีตำราการปกครองและบทกวีอีกนับไม่ถ้วน
ในมุมหนึ่งของห้องมีหุ่นไม้สำหรับฝึกซ้อม พร้อมด้วยกระบี่ยาวและทวนชิงกวง ทวนประจำตัวของเขาที่ถูกแขวนไว้บนผนังในมุมที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เจียงอวี้เฉิงหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะไม้ พลางครุ่นคิด เขาต้องการทบทวนความทรงจำใหม่ทั้งหมดเสียก่อน จึงจะสามารถวางแผนการต่อไปในอนาคตได้ “ข้าอยากเขียนอักษรเสียหน่อย”
“ขอรับ นายน้อย” หม่งหู่รีบไปจัดเตรียมแท่นฝนหมึก และฝนหมึกให้อย่างตั้งใจ ส่วนติงหลี่ก็เพิ่มไฟตะเกียงที่โต๊ะให้สว่างขึ้น
จนเมื่อทุกอย่างตระเตรียมเสร็จเรียบร้อย เจียงอวี้เฉิงจึงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ แล้วเอ่ยไล่พวกเขาให้ออกไป “พวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ”
“ขอรับ นายน้อย” หม่งหู่และติงหลี่ก้มศีรษะแล้วล่าถอยออกจากจวนอย่างนอบน้อม
บรรยากาศในจวนกว้างเหลือเพียงเจียงอวี้เฉิงเพียงผู้เดียว เขาหยิบพู่กันที่แขวนไว้มาจุ่มหมึก ก่อนจะเริ่มเขียนอักษรตามเรื่องราวที่จำได้จากบันทึกของตระกูลเจียง
เย่เฉิง... รองแม่ทัพของกองทัพที่ทรยศเจิ้นกั๋วกง
เจียงอวี้เฉิงหลับตานึกทบทวน การใส่ร้ายเริ่มต้นขึ้น หลังงานอภิเษกขององค์หญิงใหญ่ ด้วยข้อหาสมคบคิดกับแคว้นศัตรูอย่างแคว้นต้าถัง
พยานปากเอกมีแค่เย่เฉิงเพียงคนเดียว
แล้วทำไมเย่เฉิงถึงยอมทรยศตระกูลเจียง เพราะอะไร?
หลักฐานมัดตัวคือสารลับสองส่วน ส่วนแรกคือจดหมายจากเจิ้นกั๋วกง แต่เป็นแบบสำเนาที่เย่เฉิงคัดลอกไว้ มันเลยจึงเป็นลายมือของเย่เฉิง ดังนั้น ส่วนนี้เย่เฉิงสามารถเนรมิตขึ้นมาเองได้ไม่ยาก
ส่วนที่สองคือสารลับจากแม่ทัพใหญ่เฉินของแคว้นต้าถังที่ตอบกลับมาพร้อมการตอบตกลงที่จะให้ตระกูลเจียงได้ขึ้นเป็นใหญ่ ครองบัลลังก์แทนราชวงศ์ชิง
ส่วนนี้ ยังไงก็ไม่สามารถทำขึ้นเองได้ อีกทั้งยังมีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นของจริง นั่นแปลว่ามีคนลอบติดต่อแม่ทัพใหญ่เฉินจริง ๆ และถึงขั้นร่วมมือกับเขาเพื่อใส่ร้ายตระกูลเจียงอีกด้วย!!
เจียงอวี้เฉิงเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่มากเกินกว่าที่คิดไว้!
คนร้ายตัวจริงที่ทรยศแคว้น ลอบติดต่อแม่ทัพศัตรู ร่วมมือกันเพื่อจัดการปลดดาบ ทำลายโล่ของแคว้นอย่างตระกูลเจียง มันไม่มีสมองบ้างเลยรึไง?
ในสมัยโบราณอย่างนี้ การทหารนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก การที่มีเจิ้นกั๋วกงและกองทัพตระกูลเจียงคอยปกป้องแคว้นก็ถือว่าเป็นเกราะสำคัญที่ทำให้แคว้นอื่นไม่กล้ารุกราน