ตอนที่ 10
บทที่ 8 มิตรภาพก็เหมือนเงินทอง
September 18, 2026
"ในเมื่อข้ากล้ามอบให้ท่าน ย่อมยอมรับผลที่จะตามมาได้"
ริมฝีปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความพึงพอใจ ดวงตาคมภายใต้หมวกผ้าคลุมหน้าจ้องมองผ่านสบตากับหญิงงาม พลางงยกจอกชาขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน
"ในเมื่อแม่นางมั่นใจถึงเพียงนี้ ข้า... เซียวเหิง ย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง ขอใช้ชาจอกนี้แทนสุราให้คำมั่น ต่อจากนี้ข้าจะภักดีและเป็นพันธมิตรที่ซื่อตรงต่อท่านอย่างแน่นอน"
เยว่จื่อรุ่ยยกจอกชาตอบรับก่อนจะดื่มลงคอพลางส่งยิ้มละมุน
"แด่มิตรภาพของเรา"
"แด่มิตรภาพของเรา"
ชายหนุ่มขานรับก่อนจะเก็บของที่หญิงสาวมอบให้แล้วเดินจากไป ดวงตาหวานมองตามแผ่นหลังนั้นพลางหยันยิ้มในใจ... มิตรภาพก็เหมือนเงินทอง หามาได้ง่ายแต่รักษาไว้ได้ยาก ยิ่งเป็นมิตรภาพที่มีผลประโยชน์เป็นตัวขับเคลื่อน ล้วนเป็นเพียงมิตรภาพจอมปลอมที่พร้อมจะพังทลายลงทุกเมื่อ นางไม่ใช่คนโง่ย่อมไม่หลงเชื่อถือในมิตรภาพคำลวงนี้
มือเรียวรินชาลงจอกดื่มอีกครา ทว่าสายตากลับพลั้งเผลอเลื่อนมางไปยังมุมด้านในอันเป็นพื้นที่ต้องห้ามของโรงเตี๊ยม จังหวะนั้นเอง สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านประตูข้างเข้ามาเบาๆ ส่งผลให้ม่านโปร่งพลางตาที่ใช้กั้นแบ่งสัดส่วนพริ้วไหว เผยให้เห็นบุรุษรูปร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งซึ่งกำลังนั่งดื่มด่ำกับอาหารด้วยท่าทีชวนมอง
เยว่จื่อรุ่ยใช้มือหนึ่งวางตั้งศอกเท้าคาง ดื่มชารสเลิศชื่นชมบุรุษงามด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ มือเรียวขาวของเขากำตะเกียบไม้จันทน์ คีบอาหารด้วยท่วงท่าสุขุมสงบนิ่งประหนึ่งภาพวาด อาภรณ์ผ้าไหมสีดำสนิทปักลวดลายนกกระเรียงเหนือเมฆาด้วยดิ้นทองที่เขาสวมใส่ ยิ่งขับเน้นให้ชายหนุ่มดูสง่างามและทรงอำนาจขึ้นเป็นทบทวี แม้ใบหน้าซีกซ้ายจะถูกปิดเร้นภายใต้หน้ากากโลหะสีดำทมิฬ ทว่ามันกลับไม่ได้ช่วยลดทอนความโดดเด่นลงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม ความลึกลับนั้นกลับยิ่งขับเน้นรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่กำจายออกมาอย่างหนักแน่น เย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีที่กดทับบรรยากาศรอบกายจนคนรอบข้างรู้สึกราวกับกำลังถูกบีบคั้นลมหายใจ ทว่า หน้ากากโลหะสีดำทมิฬ สิ่งนี้ไม่ใช่ว่าทั่วทั้งต้าเป่ยมีเพียงคนผู้นั้นสวมใส่ผู้เดียวหรอกหรือ
หัวใจของเยว่จื่อรุ่ยกระตุกวูบ ท่าทีเพลิดเพลินเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก รีบดึงสายตากลับในทันที เพราะในตอนนี้เยว่จื่อรุ่ยตระหนักได้แล้วว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่นางไม่ควรข้องเกี่ยวที่สุด
ท่านอ๋องเก้า ซ่งกู้เว่ย... บุรุษผู้ถูกขนานนามว่า “ปีศาจกินคนแห่งต้าเป่ย”
ทว่ายิ่งอยากเลี่ยง กลับยิ่งถูกดึงเข้าหา ในจังหวะที่นางกำลังจะก้าวออกจากโรงเตี๊ยม องครักษ์ในชุดดำก็เข้ามาขวางทางไว้โรงเตี๊ยมองครักษ์ติดตามของเขาก็เข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน
“แม่นาง คุณชายของข้าต้องการสนทนากับท่าน เชิญ!”
แม้ปากจะบอกว่าเชิญ แต่ท่าทีกลับคุกคามชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้นางเอ่ยคำปฏิเสธออกมา เยว่จื่อรุ่ยผ่อนลมหายใจยาว ในเมื่อหลบไม่ได้นางก็จะไม่เลี่ยง พยักหน้าตอบรับแล้วเดินตามองครักษ์หนุ่มไปพบคน ทว่าเมื่อมาถึงที่โต๊ะอาหารเยว่จื่อรุ่ยกลับไม่ได้นั่งลงแต่เลือกยืนอยู่ในตำแหน่งตรงข้าม ชัดเจนว่าสิ้นสุดบทสนทนานางจะจากไปทันที
“นั่งลง”