ตอนที่ 149
บทที่ 149 ความสงสัยของเจ้าเก้าเฟิง
October 28, 2026
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
จะต้องหาผู้มีอิทธิพลมากพอสักคนหนึ่งให้ได้
เมื่อเฉินอีคิดกลับมาถึงตรงนี้ จึงหันหน้าไปมองกวนจื่อโยวที่ยังอยู่ใกล้ๆ ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายแนะนำคนที่เหมาะสมให้
กวนจื่อโยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันคิดว่า เจ้าเก้าเฟิงของตระกูลเฟิงน่าจะเหมาะสม”
“ห๊ะ?”
เฉินอีเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา ปล่อยให้กวนจื่อโยวเล่าเรื่องคร่าวๆ เกี่ยวกับเจ้าเก้าเฟิงออกมา ก่อนจะออกไป
ในขณะนั้น ที่ตึกเฟิงเซียง
นี่คือโรงแรมแห่งหนึ่งของตระกูลเฟิง แต่แตกต่างจากธุรกิจอื่นๆของตระกูลเฟิง เพราะเป็นกิจการของเจ้าเก้าเฟิงเพียงคนเดียว
ตอนนี้เจ้าเก้าเฟิงกำลังนอนซุกอยู่ในอกของคุณป้าอย่างมีความสุข ดื่มด่ำกับความสุขสูงสุดในชีวิต
ปีนี้เขามีอายุได้สี่สิบกว่าปีแล้ว และได้ก่อตั้งกลุ่มตระกูลเฟิงขึ้นมา กล่าวได้ว่าการที่ตระกูลเฟิงสามารถมีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของเมืองชิงชวนได้และมีฐานะอย่างเช่นทุกวันนี้ ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญของเจ้าเก้าเฟิง
แต่ช่วงนี้ เจ้าเก้าเฟิงกำลังมีเรื่องวุ่นวายใจ เพราะใกล้จะถึงงานเลี้ยงวันเกิดของท่านฟู่แล้ว ซึ่งก็คือวันนี้แล้ว
แต่เจ้าเก้าเฟิงยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาของขวัญอะไรไปให้ดี
“ท่านเก้าคะ จะกังวลอะไรไปล่ะคะ ก็แค่ให้เงินไปก็จบแล้ว”
คุณป้ากล่าวพร้อมรอยยิ้ม ในสายตาของเธอ เงินคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่มีเรื่องอะไรที่ใช้เงินแก้ไขไม่ได้
พอได้ยินคำแนะนำนี้ เจ้าเก้าเฟิงจึงหัวเราะออกมา
“เงิน เงิน เงิน เธอก็รู้จักแค่เงินเท่านั้น”
“ขนาดคนธรรมดาทั่วไป คนที่ให้เงินเป็นของขวัญยังถือว่าเป็นคนหน้าไม่อาย และนี่เป็นคนระดับท่านฟู่ ของที่ให้ต้องมีรสนิยม มีความหมายและเหมาะสมกับฐานะ คนระดับท่านฟู่จะขัดสนเรื่องเงินทองอย่างนั้นหรือ อย่าพูดล้อเล่นเลยน่า”
เจ้าเก้าเฟิงแอบคิดในใจว่า คนคนนี้ก็เป็นแค่สตรีคนหนึ่ง ความคิดความอ่านไร้รสนิยม หากเรื่องนี้รู้ถึงหูของเขาขึ้นมา คงจะไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
และในตอนนั้นเอง คนรับใช้ของเขาก็วิ่งเข้ามาและรายงานอย่างสุภาพ “ท่านเก้า มีคนมาขอเข้าพบท่าน เขาบอกว่าเขาสามารถช่วยแก้ปัญหาให้ท่านได้”
“เอ๊ะ?”
เจ้าเก้าเฟิงเลิกคิ้ว
“ใครกัน”
“เป็นวัยรุ่นสองคน หน้าตาไม่คุ้น สำเนียงก็ไม่น่าจะใช่คนโจวตูครับ”
ตอนนั้นเจ้าเก้าเฟิงจึงหมดความอดทน
“ใครจะมาก็ไล่กลับไปก็สิ้นเรื่อง เรื่องเล็กๆ แค่นี้ต้องให้ฉันจัดการเองด้วยเหรอ”
น้ำเสียงของเขาตอนนี้เริ่มไม่สบอารมณ์
วัยรุ่น
แถมยังสำเนียงไม่คุ้น
ตอนนี้วัยรุ่นสมัยนี้นั้นร้ายกาจมาก โดยเฉพาะคนพวกนั้นที่ต้องการเข้าสู่วงการใต้ดิน อย่างน้อยๆ ก็ต้องพูดสำเนียงของคนเมืองโจวตูได้
การบรรยายลักษณะเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า คนที่มาเป็นคนธรรมดาและไม่มีความสามารถพิเศษใดๆ หากเพิ่งมาถึงเมืองโจวตู คนนอกประเภทนี้คงไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเมืองโจวตูสักอย่าง แล้วเอาอะไรมากล้าพูดว่าจะช่วยเขาแก้ปัญหา
ตัวตลกที่คิดจะเลียแข็งเลียขา!
เขาแสดงอาการดูถูกออกมา แล้วโบกมือเป็นการส่งสัญญาณว่าให้ไล่คนพวกนั้นออกไป
แต่ในตอนนั้นเอง คนสองคนก็เดินเข้ามา นั่นก็คือเฉินอีกับมังกรเก้านั่นเอง
เมื่อเห็นคนสองคนนี้ คนรับใช้ก็ตกใจชะงัก เจ้าเก้าเฟิงก็ชะงักไปอย่างทำอะไรไม่ถูก
“คุณ พวกคุณเข้ามาได้ยังไง”
คนรับใช้โวยวายเสียงดัง และในขณะที่ตั้งท่าจะเรียกบอดี้การ์ดเข้ามาอยู่นั้น เจ้าเก้าเฟิงก็ห้ามเขาเอาไว้
“ไม่ต้องเรียกเข้ามา”
เจ้าเก้าเฟิงยกมือขึ้น “แกออกไปได้แล้ว”