ตอนที่ 332
บทที่ 332 จับเฉียวเฟิงเป็นตัวประกัน
October 28, 2026
เฉินอีเงยหน้าขึ้น
ตอนนี้ทุกคนกำลังรอคำตอบของเขาคนเดียว คนจำนวนไม่น้อยต้องการให้เฉินอียอมก้มหัว มีเพียงแค่การที่เฉินอียอมก้มหัวเท่านั้นถึงจะสามารถหลีกเลี่ยงภัยพิบัติของดินแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้ได้
มีเพียงแค่แบบนี้ เหล่าตระกูลร่ำรวยอย่างพวกเขาถึงจะสามารถรับประกันผลประโยชน์ในตะวันออกเฉียงใต้ได้
มิฉะนั้นการต่อสู้ที่ดุเดือด จะทำลายล้างโคตรเหง้าของตระกูลร่ำรวยนับไม่ถ้วน ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้จะนำไปสู่การกวาดล้างครั้งใหญ่
แต่ในความเป็นจริงคือ พวกเขาเห็นดวงตาของเฉินอีเย็นเฉียบ
พวกเขาต่างรู้ดี ในหลายกรณี ที่คนอย่างเฉินอีควรก้มหัว ก็ต้องก้มหัว แต่มาวันนี้สายตาเย็นเฉียบของเฉินอีเหมือนจะบอกทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
เขาไม่มีทางยอมก้มหัว
คราวนี้ บรรดาตระกูลร่ำรวยนับไม่ถ้วนต่างพากันตกตะลึง
เรื่องราว มันบานปลายไปกันใหญ่แล้ว !
พวกเขาต่างอยากจะพูดเกลี้ยกล่อมเฉินอี อย่างน้อยก็ไม่ให้เขาพูดไม่กี่คำนั้นออกมา แต่เฉินอีกลับไม่เหมือนที่พวกเขาคาดหวังไว้ เขาพูดในทันทีว่า“ผมปฏิเสธ”
เมื่อคำง่ายๆสามคำถูกพูดออกมา ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ถึงกับเงียบ
ถึงแม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีคนไม่น้อยคาดเดาได้ แต่หลังจากที่เฉินอีพูดออกมาจริงๆ ปฏิกิริยาของทุกคนก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างแข็งกร้าว
พวกเขาคาดคิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้จะกล้าปฏิเสธเฉียวเฟิงกับตระกูลเฉียว เมื่อข่าวนี้ถูกแพร่ออกไป เกรงว่าจะก่อให้เกิดความไม่พอใจของสังคม เพราะทุกคนต้องการจะแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบันอย่างสันติ และหากเป็นไปได้พยายามอย่าใช้กำลัง
คนอื่นๆพากันพยักหน้า และเห็นด้วยกับจุดนี้ ต่างพากันจ้องไปที่เฉินอีด้วยความโกรธเคือง ถึงแม้ประชาชนเหล่านั้นจะเคยเห็นอกเห็นใจเฉินอีแต่ตอนนี้ก็กันมองไปที่เฉินอีด้วยความเกลียดชังเช่นกัน
นี่คือ ธรรมชาติของมนุษย์
เป็นมิตรกับคุณ ก่อนที่จะมีการทำลายผลประโยชน์
แต่เมื่อเสียผลประโยชน์ไปแล้ว พฤติกรรมที่เป็นมิตรก็เป็นไปไม่ได้
ธรรมชาติมนุษย์เป็นเช่นนี้ ผลประโยชน์คือทุกสิ่ง เมื่อละทิ้งผลประโยชน์ อาจจะสามารถพบเจอกับมิตรที่บริสุทธิ์ แต่ก็ทำให้คนเราจนใจเหมือนกัน
เป็นสิ่งที่ผู้คนไม่สามารถสัมผัสได้ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เช่นกัน
“เฉินอี นายกล้าปฏิเสธฉันอย่างงั้นหรอห้ะ!”
เฉียวเฟิงถลึงตาจนตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า ด้วยใบหน้าคาดไม่ถึง
เดิมเขาคิดว่าด้วยอิทธิพลของตระกูลเฉียว ถึงเฉินอีจะไม่พอใจอย่างไรก็ต้องยอมศิโรราบคุกเข่าลงจงได้ แต่มาวันนี้ดูท่า เรื่องราวมันเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
เฉินอีไม่มีความรู้สึกไม่พอใจแม้แต่นิดเดียว ในทางกลับกันจิตใจของเขายังใหญ่ขึ้นอีกด้วย เขากำลังจะต่อสู้กับตระกูลเฉียว
“หรือนายไม่กลัวว่าการล่วงเกินตระกูลเฉียวของเราจะทำให้เพื่อนผองครอบครัวของนายต้องถูกล้างโคตร?”
เขาไม่ใช่คนโง่ แน่นอนว่าดูออกเฉินอีเป็นคนใส่ใจคนรอบข้างของตัวเอง ที่พูดเช่นนี้ก็เพื่อข่มขวัญเฉินอี
เพียงแต่การข่มขู่ของเขาไร้ซึ่งประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น
“ถ้าหากบนโลกใบนี้มีคนสามารถเป็นภัยคุกคามต่อผองเพื่อนและครอบครัวผมได้จริงๆ ผมเฉินอีจะยอมคุกเข่าแน่นอน ถึงจะต้องละทิ้งศักดิ์ศรีก็ตาม”
“แต่ว่าคุณ และตระกูลเฉียวที่อยู่เบื้องหลังของคุณ ยังไม่สามารถทำให้ผมกลัวได้หรอก”
เฉินอีกล่าวอย่างเรียบเฉย
คราวนี้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันแตกฮือ
แม้แต่ตระกูลเฉียวที่สามารถชิงความเป็นหนึ่งของตระกูลเศรษฐีในภาคเหนือยังไม่สามารถทำให้เฉินอีตกตะลึงได้ได้ แล้วตกลงยังมีใครอีกที่จะสามารถทำให้เฉินอีหวาดหวั่นหรือหวาดกลัวได้?
หรือว่าเหล่าตระกูลที่เจ้าเล่ห์เพทุบายแห่งจิงเฉิง จะเป็นตระกูลนับพันปี!