ตอนที่ 403
บทที่ 403 คนไร้ยางอาย
October 28, 2026
เฉินอีและฉินปินหลันกลับมาถึงที่พักแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่สบอารมณ์คือพวกเขาเห็นคนตระกูลฉิน
และคุณชายสามฉินก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซึ่งทำให้พูดอะไรไม่ออก
คุณชายสามฉินเป็นคนของตระกูลฉินแห่งเมืองโจวตู ตามหลักแล้วความสัมพันธ์กับฉินปิงหลันนั้นห่างไกลกันมาก แต่ผู้ชายคนนี้ยังตอแยไม่เลิก เขาต้องการเปลี่ยนใจฉินปิงหลันเพื่อเข้าร่วมกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่
ทว่าฉินปิงหลันก็ปฏิเสธผู้ชายคนนี้ไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพียงแต่ว่าในโลกนี้ไม่เคยขาดคนไร้ยางอาย เช่นเดียวกับคุณชายสามฉินที่ถูกปฏิเสธไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง หากเป็นคนอื่นที่มีศักดิ์ศรีสักหน่อยคงจะเป็นไปได้ยากที่จะตามตอแยเช่นนี้
แต่คุณชายสามฉินคนนี้เป็นคนไร้ยางอายอย่างยิ่ง ยังมาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยจุดประสงค์ง่ายๆ เพียงเพื่อต้องการคนตำแหน่งคนหนึ่งมาเป็นพวก
แม้ว่าฉินปิงหลันจะเป็นคนจิตใจดี สำหรับคนในครอบครัวแล้วเธอมักจะพึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ แต่นี่ก็เป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง ซึ่งผู้ชายแบบนี้แน่นอนว่าไม่ควรเก็บไว้ ฉะนั้นเธอจึงปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า คิดว่าคราวนี้ที่หายไประยะหนึ่ง คุณชายสามฉินจะล้มเลิกความคิดนี้ไปแล้ว
แต่สิ่งที่คิดไม่ถึง ชายคนไม่เพียงแต่ไม่ล้มเลิกความคิดนั้น กลับเริ่มจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ มิหนำซ้ำยังดึงพ่อแม่และยายของเขามาด้วย นี่เป็นท่าทีการบีบบังคับที่มากขึ้นเรื่อยๆ
คิ้วของฉินปิงหลันเข้ามาติดกันมากขึ้น เมื่อก่อนเธอแค่รู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ชอบผู้ชายคนนี้ ทว่าตอนนี้คงใช้คำว่าเกลียดได้แล้ว
“ชายคนนี้ทำไมเหมือนพลาสเตอร์หนังหมา สลัดยังไงก็ไม่หลุด”
ฉินปิงหลันพึมพำ และเฉินอีก็มองไปด้วยสายตาที่หมดความอดทน
เขาเองก็รู้สึกว่าทำไมโลกนี้ถึงมีคนหน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้ เมื่อก่อนเขาแค่คิดว่ามันดูไม่ค่อยสมจริง แต่ตอนนี้เหมือนว่าเขาคงประเมินคนพวกนี้ต่ำเกินไป
ความจริงแล้วไม่ใช่แค่คุณชายสามฉินเท่านั้น แต่ฉินหวยจือก็เคยไปเยี่ยมบ้านมาหลายครั้ง แน่นอนว่าหากมองผิวเผินคือการเยี่ยมญาติ เป็นญาติพี่น้องก็ต้องดูแลกัน แต่ความหมายจากคำพูดคือ ฉินปิงหลันควรดูแลตัวเองให้ดีและควรอยู่ในตำแหน่งที่สูงพอที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข
แต่แน่นอนว่าหากเป็นบริษัทที่ฉินปิงหลันบริหารเอง และให้คนตระกูลฉินเข้ามาก็คงไม่ติดขัดอะไร คงจะสามารถเก็บมาพิจารณาได้
เพียงแต่กองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่แห่งนี้ก่อตั้งด้วยน้ำมือของ เฉินอีและเป็นตัวแทนของดินแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด กล่าวได้ว่าเป็นตัวแทนความยุติธรรมและความสงบเรียบร้อย จะเก็บเอาหมาเอาแมวเข้ามาได้อย่างไร
ดังนั้นในเวลานั้น ฉินปิงหลันจึงปฏิเสธอย่างชอบธรรมและเด็ดขาด โดยอธิบายให้พวกเขาฟังว่า จะให้โอกาสพวกเขาอย่างแน่นอน เพียงแต่พวกเขาต้องปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง
กระทั่งมอบฉินซื่อกรุ๊ปให้พวกเขา โดยหวังว่าพวกเขาจะสามารถบริหารฉินซื่อกรุ๊ปได้ดีและอย่างน้อยที่สุดก็มั่นใจได้ว่าลูกหลานไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้าอาหาร
แต่ที่น่าตลกคือ ฉินซื่อกรุ๊ปที่เคยเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในมือของฉินปิงหลันแต่เมื่อไปอยู่ในมืออีกฝ่ายกลับอ่อนแอไม่เหลือชิ้นดี ในระยะเวลาหนึ่งถึงสองเดือนรายได้ทั้งหมดของบริษัทลดลงอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งฉินปิงหลันก็เคยตรวจสอบและพบว่าปัจจุบันสถานภาพทางการเงินของฉินซื่อกรุ๊ปมีช่องโหว่มากมาย แน่นอนว่าคนในตระกูลฉินเหล่านี้ยังคงเอ้อระเหยลอยชายเหมือนที่ผ่านมาและมีแนวโน้มแย่ลงเรื่อยๆ