ตอนที่ 348
ตอนที่ 349
October 22, 2026
ตำนานเซียนปีศาจสะท้านภพ – ตอนที่ 349 โล่เก้ากระโหลก ตอนที่ 349 โล่เก้ากระโหลก โดย Ink Stone_Fantasy ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
ในบ้านหลังที่เผ่าเจ้าสมุทรอยู่
ขณะนี้ เจียหลานมีสีหน้ากังวลเป็นอย่างมาก นางเดินไปมาในห้องอยู่ไม่หยุด และมองดูลี่คุนกับฮูหยินหลานตลอดเวลา
ลี่คุนยังคงหลับตาสนิท เสื้อคลุมยาวมีรอยเลือดอยู่เป็นจุดๆ ใบหน้าอันผอมแห้งไม่มีเลือดฝาดเลยแม้แต่น้อย กลิ่นไอดูสับสนและอ่อนลงเล็กน้อย คลื่นพลังบนตัวก็ขาดๆ หายๆ ไม่มีอาการดีขึ้นเลย
วันนั้นเขาถูกผู้ฝึกฝนระดับผลึกอย่างชิงฉินกับชื่อลี่ร่วมมือกันโจมตีจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังพยายามกระตุ้นวิชาหลบหลีกพุ่งกลับมาหุบเขาผลึกเป็นระยะทางร้อยกว่าลี้ จึงได้รับความเสียหายอย่างหนัก โชคร้ายจนกระทั่งถูกพลังที่ฝึกฝนสะท้อนกลับ หากช่วยไว้ไม่ทัน เกรงว่าชีวิตคงน่าเป็นห่วงแล้ว
และหญิงเผ่าเจ้าสมุทรผู้นั้น เป็นเพราะเหตุจวนตัว จึงกระตุ้นยันต์แสงทองที่ผู้อาวุโสในเผ่ามอบให้โดยไม่เสียดายอายุขัย ทำให้ใช้พลังจิตเกือบหมด จึงไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้ แม้ว่าจะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ก็ไม่อาจควบคุมเผ่าเจ้าสมุทรกลุ่มนี้ได้
เจียหลานคิดมาถึงจุดนี้ ก็กัดฟันในทันที และหันไปสั่งกับคนเผ่าเจ้าสมุทร “พวกเจ้าดูแลผู้อาวุโสลี่กับป้าอวี๋ให้ดี ข้าจะออกไปเดินข้างนอกสักระยะหนึ่ง ดูว่าสามารถหาวิธีช่วยให้ผู้อาวุโสลี่ฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่”
จากนั้น ยันต์ผืนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือเจียหลาน อักขระหลากสีพุ่งออกมา รูปร่างของนางเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นางกลายเป็นหญิงสาวรูปร่างผอมแห้งใบหน้าสวยสดงดงามผู้หนึ่ง หลังจากนั้น นางก็เดินออกประตูบ้านไป
ขณะนี้หลิ่วหมิงกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการปรับแต่งโซ่ตรวนสะกดวิญญาณ ไม่รับรู้เรื่องราวภายนอกเลย
ร่างของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงสีฟ้า โซ่สีเงินเล็กๆ ที่มีขนาดไม่กี่ฉื่อลอยอยู่เหนือศีรษะอย่างสงบ
อักขระบนตัวโซ่ยังคงหมุนวนอย่างช้าๆ ดูเหมือนว่าจะค่อยๆ เชื่อมต่อกับหลิ่วหมิง
ดูท่าอีกไม่นาน หลิ่งหมิงก็จะทำการปรับแต่งเสร็จแล้ว
……
ใต้ดินส่วนลึกของหุบเขาเหล็กอัคคี ในห้องโถงใหญ่ที่สร้างมาจากแร่เหล็กสีดำทั้งหลัง
ภายในห้องโถงกว้างขวางอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ หมอกสีแดงแปลกประหลาดซึมออกมาจากทั่วทุกมุมห้อง และปกคลุมห้องโถงทั้งหลังไว้ ก่อเกิดเป็นม่านแสงที่เปล่งแสงสีแดงออกมา
ม่านแสงนี้เป็นชั้นจำกัดที่มีอานุภาพไม่ธรรมดา!
ขณะนี้ เงาร่างคนที่อยู่กลางห้องโถงกำลังประคองชามหยกแวววาว และลอยตัวอยู่เหนือบ่อน้ำที่กว้างหมู่กว่าๆ
คนผู้นี้สวมชุดคลุมยาวสีแดงทั้งตัว ใบหน้าดูธรรมดา แต่แก้มทั้งสองข้างกลับมีอักขระสีแดงจางๆ เมื่อถูกม่านแสงสีแดงรอบด้านสะท้อนลงมา จะเห็นมีว่ามีลักษณะแปลกๆ
เขาคือเหยียนเจวี๋ย ผู้เชี่ยวชาญการหลอมอาวุธที่เป็นมนุษย์เผ่าอัคคีบริสุทธิ์นั่นเอง
บ่อน้ำที่อยู่ด้านล่าง ล้วนเป็นโลหิตสดๆ สีแดง โลหิตมีลักษณะเหนียวข้น กลิ่นคาวค่อยๆ โชยมาจากบ่อโลหิตแห่งนี้
ปรากฏการณ์เช่นนี้ ทำให้คนรู้สึกหวาดผวา พอได้กลิ่นก็อยากจะอาเจียน แค่คิดก็อกสั่นขวัญหาย ไม่รู้ว่าต้องใช้โลหิตของสิ่งมีชีวิตจำนวนเท่าใด ถึงเติมเต็มบ่อโลหิตแห่งนี้ได้!
เมื่อมองขอบบ่อโลหิตอย่างละเอียด ก็จะเห็นว่ามีเส้นไหมสีดำตัดสลับไปมา และโยงใยด้วยวิธีการอันล้ำลึก จนก่อตัวเป็นอักขระสีดำ
การจัดวางตำแหน่งของอักขระสีดำเหล่านี้ก็พิถีพิถันมาก มันก่อตัวเป็นค่ายกลขนาดใหญ่ปกคลุมบ่อโลหิตไว้ตรงกลาง
เหนือบ่อโลหิต เหยียนเจวี๋ยเปลี่ยนท่ามืออยู่ไม่หยุด ขณะเดียวกันก็ร่ายคาถาออกมา
“ฟิ้ว!” เสียงแหลมคมดังขึ้นมา แสงเจิดจ้ารวมตัวในมือเหยียนเจวี๋ยอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หายวับไปในชามหยกที่เขากำลังประคองอยู่
จากนั้นของเหลวสีดำมันวาวที่มีลักษณะเหนียวข้นในชามหยก ก็เริ่มเลื้อยขยุกขยิกราวกับมีชีวิต
ตอนแรกมันแรกมันยังคงเลื้อยอย่างช้าๆ แต่ต่อมาก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็วิ่งเต้นอยู่ในชามหยกไม่หยุด
ฉากนี้ทำให้เหยียนเจวี๋ยค่อยๆ หดรูม่านตาขึ้นมา แต่กลับมีรอยยิ้มดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
มือขวาของเขาค่อยๆ เปลี่ยนท่ามือ จากนั้นแสงสีดำก็พุ่งเข้าไปในชามหยก
ฉากอันน่าประหลาดใจปรากฏออกมา!
“ฟู่ๆ!” เงาร่างอสรพิษดำขนาดยาวหลายฉื่อปรากฎตัวเหนือชามหยก ท่ามกลางแสงสีดำที่พวยพุ่ง ร่างของมันค่อยๆ หดเล็กลง สุดท้ายก็จมลงในชามหยกอย่างน่าประหลาดใจ ทำให้ของเหลวเหนียวข้นค่อยๆ กลายเป็นอสรพิษดำที่มีขนาดเท่านิ้วโป้ง
ขณะที่อสรพิษดำตัวนี้ปรากฏตัวในชามหยก ร่างของมันก็บิดไปมาอย่างรุนแรง ท่าทางเหมือนอยากจะพุ่งออกมาจากชามหยก
เหยียนเจวี๋ยเห็นเช่นนี้ ก็เปลี่ยนท่ามือในทันที พอตบลงบนชามหยก แสงทรงกลดสีดำก็ปรากฏบนปากชาม