ตอนที่ 350
ตอนที่ 351
October 22, 2026
ตำนานเซียนปีศาจสะท้านภพ – ตอนที่ 351 เจรจาลับในป่า ตอนที่ 351 เจรจาลับในป่า โดย Ink Stone_Fantasy เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าคือเจียหลาน เขาย่อมรู้สึกตกใจเล็กน้อย
ส่วนเจียหลานก็แสดงสีหน้าดีใจ และกล่าวด้วยตาที่เป็นประกาย
“ศิษย์น้องหลิ่ว เกรงว่าครั้งนี้คงต้องให้เจ้าช่วยแล้ว”
หลิ่วหมิงได้ยินก็รู้สึกอึ้งเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์พี่เจียหลาน ตั้งแต่จากกันครานั้น พวกเราก็ไม่ได้เจอกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้พบกันในสถานที่ที่ห่างไกลอวิ๋นชวนถึงหมื่นลี้”
เจียหลายได้ยิน ก็รู้สึกใจเต้นเล็กน้อย แต่กลับกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ ไม่ได้เจอศิษย์น้องมานานแล้ว คิดไม่ถึงว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ ศิษย์น้องก็ทะลวงเขตแดนของเหลวจิตวิญญาณได้แล้ว ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก”
“ข้าก็แค่โชคดีเท่านั้น ศิษย์พี่เจียหลานก็เข้าสู่เขตแดนของเหลวแล้วมิใช่หรือ ว่าแต่ศิษย์พี่หาข้าเจอได้อย่างไร อย่าบอกนะว่าการพบกันในครั้งนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ” หลิ่วหมิงกล่าวด้วยตาที่เป็นประกาย
อย่างที่รู้ว่าช่วงระยะเวลานี้ หลิ่วหมิงอาศัยร่างชายฉกรรจ์หน้าดำ เข้าออกสถานที่ต่างๆ ในหุบเขาเหล็กอัคคีมาโดยตลอด และเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาผู้คน เขายังตั้งใจเปลี่ยนเสียงของตนเองด้วย ตามหลักแล้วเผ่าเจ้าสมุทรที่มาจากภายนอก ไม่อาจสืบมาถึงตัวเขาได้
“บอกตามตรง ข้ามีพรสวรรค์มหัศจรรย์ที่คนอื่นไม่รู้ สามารถแยกแยะคนจากน้ำเสียงได้อย่างง่ายดาย และจดจำไว้ในสมองได้นานหลายสิบปี และคนที่ถูกข้าจดจำน้ำเสียง ต่อให้จะอาศัยพลังอะไรในการเปลี่ยนเสียง ก็ไม่สามารถปิดบังข้าได้ ตอนที่ศิษย์น้องเสนอราคาในงานประมูลของเหยียนเจวี๋ย ข้าก็จำศิษย์น้องได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้เราทักทายกันเท่านั้น” เจียหลานกระพริบตาปริบๆ แล้วโปรยยิ้มออกมา ประจักษ์ชัดว่านางค่อนข้างภูมิใจกับพรสวรรค์ของตนเองมาก
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้ากลับคิดไม่ถึงว่าศิษย์พี่จะมีความสามารถเช่นนี้ ศิษย์พี่เจียหลานมาหาผิดคนหรือเปล่า อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ลำพังแค่สถานะเผ่าเจ้าสมุทรของศิษย์พี่ในตอนนี้ กับเรื่องที่ขโมยหัวราชาปีศาจในตอนนั้น ข้าไม่ได้ลงมือกับท่านตั้งแต่แรก เพราะนับว่าเห็นแก่ไมตรีจิตในตอนนั้น” หลิ่วหมิงพยักหน้า และตอบปฏิเสธกลับไป
“ศิษย์น้องหลิ่วไม่จำเป็นต้องปฏิเสธอย่างเด็ดขาดเช่นนี้ ฟังเงื่อนไขก่อนแล้วค่อยปฏิเสธก็ยังไม่สาย เพียงแค่ศิษย์น้องยอมยื่นมือเข้าช่วย ข้าจะให้เผ่าเจ้าสมุทรคุ้มครองเจ้าไปจากหุบเขาเหล็กอัคคีอย่างปลอดภัย” เจียหลานกล่าว
“ศิษย์พี่หมายความว่าอย่างไร? หากข้าอยากไปจากหุบเขานี้ ก็สามารถไปได้ตลอดเวลา ใยต้องให้เผ่าของท่านคุ้มครองด้วย?” หลิ่วหมิงได้ยินก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
“ดูเหมือนศิษย์น้องจะรู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังถามอีก หากเจ้าสามารถไปจากหุบเขาเหล็กอัคคีได้ตลอดเวลา ใยต้องหน่วงเหนี่ยวด้วยเล่า แล้วคนที่แอบติดตามเหล่านั้นมาจากไหนกัน? แม้จะไม่รู้ว่าคนเหล่านี้มีเจตนาร้ายอะไร แต่ระดับการฝึกฝนก็ไม่เบาเลย หากศิษย์น้องคิดจะไปจากที่นี่อย่างเงียบๆ เกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ” เจียหลานเลิกคิ้วกล่าวอย่างไม่รีบร้อน
“ฮึ! เจ้าคิดว่าคนเหล่านี้จะขัดขวางข้าได้หรือ?” พอหลิ่วหมิงได้ยินก็รู้สึกตกใจมาก ผ่านไปซักพักก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอันเยือกเย็น
“ศึกตรงชายแดนแคว้นต้าเสวียนในปีนั้น ศิษย์น้องมีชื่อเสียงมาก แม้ข้าจะอยู่ในเผ่าเจ้าสมุทร ก็พอจะได้ยินชื่อเสียงอยู่บ้าง ถ้าลำพังแค่คนที่แอบติดตามมาเหล่านี้ ศิษย์น้องอาจจะไม่ต้องใส่ใจ แต่ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลังของพวกเขาคือใคร? ไม่แน่อาจเป็นผู้แข็งแกร่งระดับผลึก ฝ่ายตรงข้ามที่มีการฝึกฝนระดับนี้ ศิษย์น้องยังจะไม่สะทกสะท้านอีกหรือ?” เจียหลานค่อยๆ กล่าวออกมา
“หากเป็นผู้แข็งแกร่งระดับผลึก แน่นอนว่าข้าไม่อาจต้านทานได้ แต่ผู้ฝึกฝนระดับนี้จะลงมือกับข้าได้อย่างไร หรือว่าเป็นเพราะโซ่ตรวนสะกดวิญญาณเพียงชิ้นเดียวหรอกหรือ?” หลิ่วหมิงกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเชื่อมากนัก
“อันนี้ต้องถามศิษย์น้องเองแล้วล่ะ! บางทีอาจมีคนอยากได้โซ่ตรวนสะกดวิญญาณก็ได้ หรือศิษย์น้องอาจจะมีอะไรบางอย่างที่พวกเขาอยากได้ แต่อย่างไรก็ตาม ศิษย์น้องต้องยอมรับว่าผู้ที่สามารถบังคับผู้ฝึกฝนระดับของเหลวเหล่านี้ได้ภายในอึดใจเดียว อาจเป็นเฒ่าประหลาดระดับผลึกเหล่านั้น ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้มาก” เจียหลานกลั้นยิ้มแล้วกล่าวออกมา