ตอนที่ 352
ตอนที่ 353
October 22, 2026
ตำนานเซียนปีศาจสะท้านภพ – ตอนที่ 353 ชายหนุ่มลึกลับ ตอนที่ 353 ชายหนุ่มลึกลับ โดย Ink Stone_Fantasy หงซานได้ยินก็รู้สึกอึ้งไปทันที แววตาดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว และกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“หรือว่าหลานเซิ่งจี ทำความเข้าใจวิธีเพิ่มความเร็วบนชั้นจำกัดของเรือเหาะได้แล้ว?”
“กล่าวอย่างไม่ปิดบัง หลายปีก่อนข้าได้รับมอบอาวุธกลไกจากมนุษย์ผู้ฝึกฝนใน ‘งานพยากรณ์’ ในแคว้นไห่เยวี่ยและแคว้นอื่นๆ มามากมาย ในนั้นมีเรือกลเหาะระดับธรรมดาอยู่ไม่น้อย เวลาว่างข้าก็จะลองปรับแต่งค่ายกลพายุระห่ำที่ใช้เพิ่มพลังบนตัวผู้ฝึกฝน เพื่อให้ชั้นจำกัดสามารถนำไปใช้กับเรือเหาะได้ หลังจากเรือเหาะชำรุดเป็นจำนวนมาก ก็ขัดเกลาเป็นค่ายกลชั่วคราวได้ ข้าเรียกมันว่า ‘ค่ายกลเหาะระห่ำ’ สามารถทำให้เรือเหาะเพิ่มความเร็วได้มากสุดประมาณสามส่วน” เซียนเซิ่งจีเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ากล่าว
“วิเศษไปเลย หลานเซิ่งจีสมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญค่ายกลอันดับหนึ่งของเผ่าเกล็ดแดง ถ้าอย่างนั้นก็อย่าได้ชักช้า รีบวางค่ายกลเถอะ!” หงซานฟังจบก็แสดงสีหน้าดีใจออกมา
แต่เซียนเซิ่งจีกลับหน้านิ่วเล็กน้อย ผ่านไปซักพักถึงค่อยๆ พยักหน้าแล้วกล่าวออกมา
“เป็นเรื่องน่าขบขันแล้ว แม้ว่าค่ายกลนี้จะดี แต่หากจะสำแดงอานุภาพออกมาจนถึงขีดสุด จะขาดผลึกหินธาตุลมระดับสูงไม่ได้ ตอนนี้ข้ามีผลึกหินธาตุลมระดับกลางอยู่เพียงก้อนเดียว และยังเหลือพลังไม่มากแล้ว เกรงว่าคงจะลดอานุภาพไปมาก และไม่รู้ว่าจะประคับประคองไปถึงจุดหมายหรือไม่……”
“ข้ามีผลึกหินธาตุลมระดับสูงอยู่ก้อนหนึ่ง ซึ่งแลกกับมนุษย์ผู้ฝึกฝนในการเปิดตลาดของเผ่าเราครั้งนั้น พลังของมันมีเพียงพอ หลานเซิ่งจีดูสิว่าใช้ได้ไหม?” หงซานรีบชิงกล่าวออกมา ทันใดนั้นก็หยิบผลึกหินสีเขียวอ่อนที่มีขนาดราวๆ ลูกกำปั้นออกมา
“เช่นนี้ย่อมดียิ่งนัก! ถ้าอย่างนั้นเซิ่งจีจะเริ่มวางค่ายกลล่ะนะ” เซียนเซิ่งจีรับผลึกหินธาตุลมที่หงซานยื่นให้ด้วยสีหน้าดีใจ
ผลึกหินก้อนนี้มีแสงสีเขียวเปล่งประกายออกมา คลื่นพลังอันน่าตกใจกระเพื่อมออกจากในนั้น ซึ่งผลึกหินธาตุลมระดับกลางทั่วไปยากจะเทียบได้
เซียนเซิ่งจีค่อยๆ ถอยออกมาสองสามก้าว จากนั้นก็ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน สีหน้าดูลังเลขึ้นมา สายตาค่อยๆ กวาดมองไปยังด้านล่าง ดูเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่
ทันใดนั้น นางก็ตบยันต์เก็บของที่อยู่บนเอว แสงสีเขียวจำนวนมากพุ่งยิงออกมา และหมุนวนหนึ่งรอบก่อนตกมาอยู่ในมือของนาง
ธงค่ายกลสีเขียวอ่อนหกอัน มีขนาดยาวประมาณสองสามฉื่อ มีอักขระจำนวนหนึ่งปรากฏอยู่
เซียนเซิ่งจีอ้าปากพ่นโลหิตบริสุทธิ์ใส่ธงค่ายกลโดยไม่กล่าวอะไรให้มากความ
ทันใดนั้นแสงสีเขียวบนธงค่ายกลทั้งหกก็สว่างขึ้นมา
จากนั้นเซียนเซิ่งจีก็สะบัดข้อมือด้วยตาที่เป็นประกาย
ธงค่ายกลในมือกลายเป็นลำแสงสีเขียวหกเส้นพุ่งยิงไปด้านหน้าเรือเหาะ พริบตาเดียวก็จมลงไปด้านล่าง และหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ครู่ต่อมา เซียนเซิ่งจีค่อยๆ เขม้นตาทั้งคู่ และโยนผลึกหินสีเขียวขึ้นไปลอยอยู่กลางอากาศ
เสียงร่ายคาถาดังชัดออกจากปากเซียนเซิ่งจี
ต่อมาฉากอันน่าตกใจก็ได้ปรากฏขึ้น!
ผลึกหินที่ลอยอยู่กลางอากาศ เปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้าออกเป็นวงๆ
ขณะเดียวกัน มีอักขระสีเขียวจางๆ จำนวนมาก พุ่งออกจากพื้นผิวตรงส่วนหน้าของเรือที่ธงค่ายกลหายไป และอักขระเหล่านี้ก็ก่อตัวเป็นค่ายกลแสงที่มีขนาดจั้งกว่าๆ ล้อมรอบผลึกหินสีเขียวไว้พอดี
ค่ายกลแสงเปล่งประกายตามจังหวะการร่ายคาถา แสงสีเขียวค่อยๆ ห่อหุ้มเรือเหาะทั้งลำไว้ พริบตาเดียวเรือเหาะสีขาวก็กลายเป็นสีเขียวจางๆ ทันที
พอเซียนเซิ่งจีเห็นเช่นนี้ สีหน้าที่ขาวซีดก็ดูผ่อนคลายเล็กน้อย แต่สายตายังคงหนักแน่นไม่เปลี่ยน นิ้วทั้งสิบเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วราวกับล้อรถ เคล็ดวิชาถูกปล่อยเข้าไปในค่ายกล และถูกดูดเข้าไปจนหมดสิ้น
เรือเหาะสั่นไหวอย่างรุนแรง จากนั้นก็พุ่งยิงออกไปด้วยความเร็วที่ต่างจากก่อนหน้านั้นมาก
แม้จะพูดได้ว่าหงซานผู้นี้เป็นผู้มีความรู้กว้างไกล แต่พอเห็นฉากตรงหน้าก็รู้สึกอึ้งเล็กน้อย ผ่านไปซักพักใหญ่ๆ ถึงหันมากล่าวกับเซียนเซิ่งจี
“เรือเหาะรวดเร็วเช่นนี้ อีกสองวันคงถึงหุบเขาเหล็กอีคคี ไม่ต้องกังวลว่าเวลาจะกระชั้นชิดจนเกินไป”
เซียนเซิ่งจีพยักหน้า และกล่าวด้วยสีหน้าเย็นยะเยือก
“พลังของชิงฉินและชื่อลี่ สองผู้แข็งแกร่งระดับผลึกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ พอถึงหุบเขาเหล็กอัคคีแล้ว พวกเราก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง”
“หากไม่ลอบโจมตี ต่อให้ชิงฉินกับชื่อลี่จะมีสามหัวหกแขน ก็ไม่สามารถทำร้ายลี่คุนได้ถึงเพียงนี้ เพียงแค่ไปทันเวลา โอสถเทพที่ข้านำมาจากเผ่า ก็สามารถรักษาชีวิตเขาไว้ได้แล้ว” หงซานทำเสียงฮึดฮัดแล้วกล่าวออกมา
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น การเดินทางมาเกาะตะพาบน้ำครั้งนี้ พวกเราได้จัดซื้อหินแร่จากเขาหมื่นสมบัติมาจำนวนเพียงพอแล้ว รอจัดการเรื่องทางด้านเจียหลานเสร็จ ก็ไปรายงานกับราชวงศ์พร้อมกัน” เซียนเซิ่งจีกล่าวด้วยตาที่เป็นประกาย
“พูดถึงเรื่องนี้ ประกอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นในหุบเขาผลึกก่อนหน้านั้น คิดว่าหญิงเผ่ามนุษย์ที่สังหารหลานทั้งสามของข้า จะต้องเป็นเย่เทียนเหมยอย่างแน่นอน นางอาศัยสถานะผู้ฝึกฝนกระบี่ของตนเอง สังหารหลานของข้าเช่นนี้ มันจะรังแกกันมากไปแล้ว” หงซานกล่าวด้วยสีหน้าเยือกเย็น
“อาสาม งานใหญ่ต้องมาก่อน! สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ก็คือจัดการเรื่องราชาปีศาจสมุทรก่อน เพื่อป้องกันปัญหาที่แทรกซ้อนเข้ามา เรื่องของเย่เทียนเหมยไว้ค่อยพูดทีหลัง” เซียนเซิ่งจีส่ายหน้าแล้วพูดเกลี้ยกล่อม
หงซานครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ผ่านไปซักพักใหญ่ๆ ถึงถอนหายใจและพยักหน้าออกมา
“ช่างเถอะ แค้นนี้จะต้องมีโอกาสชำระอย่างแน่นอน ไม่ต้องรีบร้อนในตอนนี้ พวกเราเพิ่งสวามิภักดิ์ราชวงศ์ชังไห่ไม่นาน การครั้งนี้ไม่อาจผิดพลาดได้โดยเด็ดขาด”